วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ท่องไปในโลก Merlion


Singapore

หลาย ๆ ท่านคงคุ้นเคยกับชื่อประเทศสิงคโปร์มาบ้างแล้วใช่ไหมค่ะ (เกี่ยวกับหุ้น ๆ น่ะค่ะ) จริง ๆ ประเทศนี้ก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากประเทศไทยของเรา ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงฝ่า ๆ ท่านก็จะถึงเกาะเล็ก ๆ ที่เป็นจุดนัดพบแห่งวัฒนธรรมตะวันออกกับตะวันตก ที่มีผู้คนหลาย เชื้อชาติ  ต่างศาสนากัน เข้าไปดู Image of Singapore (Sentosa) แล้ว เค้าบอกว่ามี 4 ชนชาติ คือ มาเลเซีย จีน ยุโรป และอินเดีย ค่ะ เชื่อเลยหล่ะค่ะ เพราะขนาดแค่นั่ง MRT ยังได้ยิน สำเนียงหลายภาษามาก ๆ

ไม่ได้อยากจะ Go Inter อะไรกับเค้าหรอกนะค่ะ แต่พอดีมีโอกาสได้ไปเที่ยวกับครอบครัวและเพื่อนน้อง (จริง ๆ มีโอกาสเพราะตั๋วถูกมากกว่า อิอิ) และเราก็มีไกด์กิตติมศักดิ์ เป็นเพื่อนน้องและน้องชาย ที่เค้าไปกันมาหลายครั้งแล้ว  เราไปกัน 3 วัน 3 คืน ค่ะ  ส่วนที่พักเราพักที่ New 7 storey hotel กันค่ะ ประมาณเกสต์เฮ้าส์ของบ้านเราหน่ะค่ะ ที่นี่มีคนไทยมากพักเยอะมาก ๆ เพราะ trip ที่เราไปยังเจอกับคนไทยตั้งหลายคนแหน่ะค่ะ  ที่สำคัญที่พักใกล้กับในเมืองมาก ๆ เดินนิดนึงก็ถึงสถานีรถไฟแล้ว ที่นี่ส่วนใหญ่ต้องใช้บริการ MRT (Mass Rapid Transit) ตลอดเลยค่ะ  ตั้งแต่ออกจากเครื่องบิน ประมาณเกือน 5 ทุ่ม เราก็ต้องรีบแบกกระเป๋า สะพายเป้  กลัวรถไฟหมดค่ะ โชคดีมาก ๆ ที่มาทันเที่ยวสุดท้ายพอดี (ค่ารถ Taxi แพงมาก ถ้าตกรถไฟ จบเห่ค่ะ) เราลงกันที่สถานนี Bugis ค่ะ  พอถึงที่พัก เราก็รีบสลัดกระเป๋า แล้วออกมาหม่ำข้าว เอ๊ ไม่ใช่สิหม่ำก๋วยเตี๋ยวกันค่ะ จำได้เลยว่ามื้อแรกที่เรากินคือ Laksa ค่ะ  หน้าตาประมาณขนมจีน แกงกะทิ บ้านเรานะ  แต่ไม่น่าสั่งเลยค่ะ เพราะตอนนั้นเที่ยงคืนแล้วค่ะ เลยไม่ค่อยได้รสชาติ เหนื่อยและง่วงมาก ๆ  น้ำที่นี่ก็แพงมาก ๆ แต่ก็เข้าใจนะค่ะ ประเทศที่เป็นเกาะ ส่วนใหญ่ราคาน้ำดื่มจะแพง ที่นี่ราคาน้ำดื่มพอ ๆ กับน้ำดำ เลยค่ะ ถ้าเราเจอที่ไหนถูก ๆ เราก็จะซื้อมาตุนไว้ค่ะ 555ที่ใช้บริการซื้อน้ำบ่อย ๆ ก็ 7-11 นี่แหละ เป็นเพื่อนยามเหงา เศร้า เซ็งได้หล่ะ

หาว .....ตื่นเช้ามาวันแรกตอนเวลา 6 โมง เพื่อที่จะรีบมาอาบน้ำ เพราะห้องน้ำเป็นห้องอาบน้ำรวม นัดกันออกเดินทางเวลา 7 โมงเช้า โดย MRT ตลอดเลยหล่ะค่ะ ชอบที่นี่เรื่องการเดินทางนะค่ะ เพราะสามารถนั่งรถไฟ เชื่อมกันได้ตลอด น้อยมาก ที่จะนั่งรถเมล์ (ซึ่งแพงกว่านั่ง MRT อีกค่ะ) ส่วนวิว 2 ข้างทาง เป็นสารพัดตึกที่อยู่อาศัยของคนที่นี่ ซึ่งบางตึกก็ทำสีสัน สดใส ชอบมองค่ะ ดูเพลินดี  ส่วนเรื่องอาหาร เราใช้บริการ Food Center ตลอดเลยค่ะ สะดวกดี อยากทานอะไรก็เลือกตามที่อยากจะหม่ำ โปรแกรมท่องเที่ยวของเราวันแรก ก็ไป  Jurong bird park  ค่าเข้าแพงมาก ๆ ตั้ง 20 SGD แหนะ ถามว่าดีไหม ก็ดีนะค่ะ มีสถานที่ให้ไปดูเยอะดี มีการแสดงด้วย แต่เราไปดูไม่ทันค่ะ (พลาดอีกแย้ว) ต่อด้วยไปเดิน chill ที่ china town จากนั้นก้อเร่งทำเวลาไปเที่ยว Sentosa ที่นี่เป็นแหล่งขึ้นชื่อลือชามาก ๆ ประมาณว่า ถ้าใครมาสิงคโปร์ ต้องมาเที่ยวที่นี่ค่ะ เพราะมีหลากหลายที่เที่ยว ไม่ว่าจะชมปลาโลมาสีชมพู หรืออยากจะชม Under water word  หรืออยากจะลองเข้าไปในตัวของ Merlion ก็ต้อง Merlion Tower หรือสนใจจะชมวิว 360 องศา รอบที่นี่ก็ต้องขึ้น Calrsberg Sky Tower ค่ะ ถ้าใครชอบถ่ายรูปที่นี่เหมาะมากค่ะ เพราะเจออะไรก็น่าถ่ายไปหมดเลย (เหมือนเราเลย อิอิ)  แต่ที่ชอบมาก คงเป็นน้ำพุ ประกอบ แสง สี เสียง ที่นี่ค่ะ ตอนแรกก้อลุ้นมาก เพราะฝนเริ่มตกลงมาแล้ว แต่ดีที่ ตกปอย ๆ ค่ะ เราเลยได้ดู ยอมรับว่าน่าประทับใจมาก เสร็จจากนั้น เราก็ไปเดินรับลมริมแม่น้ำที่ คล์าก คีย์ค่ะ หากใครสนใจแหล่งเที่ยว ยามราตรี ที่นี่เหมาะมากค่ะ แต่พวกเราก็ไม่มีแรงจะสนใจแล้วค่ะ เหนื่อยมาก  ๆ ตะลอนทัวร์ทั้งวัน กว่าจะถึงที่พักก็ปาไป 5 ทุ่มกว่า ๆ รีบนอนเอาแรง เพื่อวันต่อไปค่ะ

วันที่ 2 เราก็ตื่นเวลาเดิม อาบน้ำห้องเดิม แต่ตื่นมาพร้อมกับการทานขนมปัง ที่ Import จากเมืองไทย
โดยคุณน้องชาย ที่ช่างเตรียมมาก นอกจากนั้นพี่แก ก็เล่นหอบเอาน้ำพริก ไปเพียบ กะว่าที่สิงคโปร์
ทานอาหารกันไม่ได้ซะงั้น วันนี้ เรามีนัดเที่ยวในเมืองกันค่ะ  เริ่มจากเดินรอบ ๆ ที่พัก   ไปดูโรงแรม
แรฟเฟิลส์ เดินไปถ่ายรูปกับ Merlion แถว ๆ  Singapore River จากนั้นก็เดินไปถ่ายรูปกับเจ้าตึกทุเรียน (Esplanade) ที่นี่น่าสนใจมาก ๆ  เค้าบอกว่าเป็นโรงละคร และศูนย์กลางการแสดงศิลปะ แต่เราได้ไปสำรวจแค่เข้าห้องน้ำ แล้วออกมาเองค่ะ เพราะต้องรีบทำเวลาไปเดินต่อที่ถนนใคร ๆ ก็น่าจะรู้จัก คือ ถนนออร์ชาร์ด เราคิดว่าคล้าย ๆ กับ Siam บ้านเรานะค่ะ ที่นี่เสียตังค์ไปกับค่า Portcard อ้อ และน้ำหอมขวดจิ๋ว มาฝากเพื่อนค่ะ  จากนั้นก้อรีบ จ้ำอ้าวไปต่อตลาดนัดแถว Bugis กันต่อค่ะ  ทุกคนจะมาได้ของที่นี่ซะส่วนใหญ่ มีหลายร้านที่ลดราคา แต่ยังค่ะ ยังไม่ซื้อของฝาก เพราะเรามีนัดจะไปซื้อกันพรุ่งนี้  หลังจากเดินจนขอบอกว่าเท้าพองเลยหล่ะค่ะ ไม่ได้เตรียม รองเท้าผ้าใบมา เพราะไม่คิดว่าจะเดินเยอะมาก ๆ ค่ะ แต่ยกนิ้วให้มาม้าเลยหล่ะค่ะ เพราะเดินได้ไม่แพ้พวกเราเลย  แต่ก่อนที่จะไปกันต่อ ก็ขอแวะไปพักเท้าที่ ๆ พักกันนิดนึง ก่อนจะเริ่มเดินทางไปดู Night Safari ค่ะ ค่าเข้าแพงมาก 28 SGD แหนะ  อันนี้เสียดายกะตังค์อ่ะ เพราะเข้าไปดูแป๊บเดียวเอง แถววันนี้ฝนดันตกตอนเค้าจะมีแสดงด้วย    เลยอดดูเลยค่ะ  วันนี้ก็กลับประมาณ 5 ทุ่ม หัวถึงหมอนปุ๊บ หลับสนิทปั๊บเลยหล่ะค่ะ

วันที่ 3 เราจะกลับแล้วค่ะ  อยากจะเที่ยวต่อจัง ไม่อยากกลับไปทำงานเลย เฮ้อ  เช้านี้ตื่นเช้ามาด้วยอาการปวดเท้ามากมาย  นวดเท้าด้วยมือสปาของเราเอง กับยาหม่องที่พกติดตัวมา    อย่างกับจะรู้แหน่ะ แต่วันนี้ตื่นสายได้หน่อย เพราะนัดกันตอน 8  โมงกว่า ๆ เย้  แต่สายที่ว่าเนี่ย ก็ต้องเช้าอยู่ดีค่ะ
เพราะต้องเตรียม pack ของกลับ นั่งเขียน PostCard หาเหล่าเพื่อนพ้อง ก็หมดเวลาแล้วหล่ะค่ะ  อ้อเราเตรียม Check Out กันเลย แต่ที่นี่มีห้องฝากของค่ะ สบายมาก ๆ วันนี้เรากะจะไปเดินตะลุยของฝากค่ะ ไม่ว่าจะไปเดิน Sim Lim (ถ้าจำไม่ผิดนะค่ะ)  คล้าย ๆ กับพันธุ์ทิพย์หน่ะค่ะ  และที่เด็ดสุดที่เค้าบอกว่าราคาถูกมาก คือ มุสตาฟา แถว  Little India ค่ะ แต่เสียดายเวลาให้เดินน้อยไปหน่อยค่ะ ประมาณ เกือบ 2 ชม.เอง ส่วนใหญ่ซื้อช็อคโก รูป Merlion มาฝาก พร้อมด้วย M&M (แต่ก่อนมาเราแวะไปซื้อที่ Duty Free มาก่อนแล้วหล่ะ เอื้อก พร้อมน้ำหอม 1 ชุด แหะ แหะ) ที่ลืมไม่ได้ ก็พวงกุญแจ อยากจะซื้ออย่างอื่นนะค่ะ แต่งบน้อยอย่างเรา เลยได้แค่นี้ โห แต่ของน่าซื้อเยอะมาก ๆ เลยค่ะ สนุกดี  เราก็เดินไปหาซื้อ DVD ที่พี่ที่ Office ฝากซื้อด้วย (ก๋ากั๋นมาก ๆ เพราะอังกฤษไม่แข็งแรง ภาษาไทยยิ่งแย่ใหญ่ ฮ่า) จากนั้นเราก็ไปหม่ำ ๆ ที่ Banana Leaf ซึ่งเป็นไฮไลต์ หลังจากทนกินอาหาร Food Center ตลอด 555 ที่นี่ไม่ต้องใช้จานค่ะ ชื่อตามร้านเลย ใช้ใบตองแทนจาน แล้วเค้าจะเอาเหมือนกะละมังอ่ะค่ะ ใส่ข้าวมาแล้วตักให้เรา มีให้เลือกขาวกับเหลือง อยาก
ลองของเลยลองกินข้าวสีเหลือง รสชาติคล้าย ๆ ข้าวธรรมดานะค่ะ  แล้วเค้าจะมีผักเหมือนใส่กะทิ มาวางกองข้าง ๆ แล้วก็ราดน้ำอะไรสักอย่าง และเราก็ไปเลือกแกงค่ะ ซึ่งแกงก็รสชาติคล้าย ๆ กัน แตกต่างกันที่เนื้อสัตว์ มีไก่ ตับ เนื้อปลา ปลาหมึก แต่ที่นิยมต้องเป็นหัวปลาค่ะ ชามใหญ่มาก ๆ
ที่นี่คนมาทานกันเยอะทีเดียว และเค้าจะมีคล้าย ๆ แผ่นแป้งเหมือน ๆ โรตี แต่รสชาติ เค็มกว่า บางและกรอบกว่าค่ะ กินแกล้มกับแกง พร้อม น้ำมะนาว หลังจากหม่ำเสร็จ  เราก็จะกลับไปนั่งพักเหนื่อยที่ ๆ พักกันก่อนค่ะ แต่หนุ่ม ๆ เค้ายังมีแรงก็ยังเดินกันต่อ ส่วนสาว ๆ ไม่ไหวค่ะ ขอไปพักแรงที่ ๆ พักกันก่อนดีกว่า  ที่โรงแรมก็น่ารักให้เรามาใช้ห้องโถง นอนพักเหนื่อยที่โซฟา ก่อนจะเตรียมตัวกลับ Thailand แดนสยามของเรา .........................พบกันใหม่ Trip นี้นะค่ะ

Meo ...... 24.06.2007

ป.ล  ตอนรอขึ้นเครื่องบิน มีเครื่องนวดเท้าด้วยหล่ะค่ะ   ชอบมาก ๆ  Happy สุด ๆ ตอนเนี่ยแหละค่า

 

      

 


โดย MEO

 

กลับไปที่ www.oknation.net