วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รำลึกวันวาน..กับของเก่าสะสม....(เล็กๆน้อยๆ)


  ปัจจุบันนี้การสะสมของเก่าเริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้น นอกจากจะเป็นงานอดิเรกแล้ว  สำหรับคนที่ชื่นชอบของเก่ามันยังเป็นเหมือนกับการเก็บความทรงจำในวัยเด็กที่ทรงคุณค่า  ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน  เอาไว้ให้ได้ระลึกถึงทุกครั้งที่มองผ่านสิ่งของเหล่านี้...  

.... ในวัยเด็กใครจะนึกว่าสิ่งของเหล่านี้ที่มีอยู่เกลื่อนกลาดมากมายจนเรารู้สึกว่ามันเป็นของธรรมดาเพราะมันเห็นจนชินตา   แต่เมื่อเราโตขึ้นมันกลับหาดูได้ยาก อีกทั้งมันยังสะท้อนถึงวันเก่าๆที่เราล้วนเคยสัมผัสมา   นอกจากจะหาดูได้ยากแล้วมันกลับมีราคาสูงขึ้นจนสามารถทำเงินให้กับเจ้าของได้อย่างมากมาย....

…….. ย้อนเวลาแห่งความทรงจำกับของสะสม......

..เริ่มที่โหลไข่มหาสนุก...หยอด1บาทได้ทั้งแก้วแหวนเงินทอง....

เป็นขวัญใจของเด็กๆ ทุกยุค ทุกสมัย....ใบนี้ซื้อจากร้านของเก่าแถวพุทธมณฑล...ตัดสินใจนานเหมือนกันกว่าจะซื้อได้.....ใบนี้เป็นโหลไข่ทรงกลม ทำสีใหม่ ราคาตามท้องตลาดก็อยู่ที่สองพันต้นๆ...

สีเทียนหน้ากากเสือ...เดิมทีกล่องละ 5 บาท แต่ตอนนี้ราคาเพิ่มขึ้นอีกเกือบสิบเท่า...

ปิ่นโตโบราณลายดอก ความพิเศษอยู่ตรงที่หูทำด้วยไม้....ใบนี้ตกทอดมาจากปู่ย่า....เห็นสนิมขึ้นอย่างนี้ก็เถอะ...ราคาที่ท้องตลาดรุ่นนี้อยู่ที่สองพันขึ้น....

กระติกเก็บนำร้อนรุ่นเก่า ใบนี้ไม่ทราบเหมือนกันว่าราคาซื้อขายจะอยู่ที่เท่าไหร่...

ตะเกียงลาน...เวลาใช้ต้องไขลานที่ก้น...ใบนี้เป็นของเก่าแก่ของครอบครัวที่ใช้ตอนไปดับ...ราคาซี้อขายก็หลักพัน

นาฬิกาแปดเหลี่ยม การทำงานต้องใช้การไขลานโดยจะมีลานให้ไข2ช่อง ...ที่ด้านหน้าจะมีดอกไม้8ดอกติดอยู่..เก๋ไปอีกแบบ...นาฬิกาเรือนนี้เป็นของเก่าเก็บ  หลังจากไม่ได้ใช้งานมาหลายปีก็หยุดเดินเอาดื้อๆ ซึ่งกว่าจะทำให้เดินได้อีกครั้งก็ต้องใช้เวลาซ่อมร่วมปีกว่า...ประมาณว่าค่อยๆซ่อมไปไม่รีบร้อน...

เครื่องคิดเลขรุ่นประหยัดเพราะไม่ต้องใช้ถ่าน ใช้มือกับหัวอย่างเดียวเลย...เนื่องจากที่บ้านเปิดร้านขายของดังนั้นจึงมีลูกคิดหลายอัน...

ตะเกียงรั้วมีหลายยี่ห้อแต่ยี่ห้อที่หนาหน่อยก็น่าจะเป็น ยี่ห้อไพล็อท ....รู้สึกว่าจะเลิกผลิตไปแล้ว แต่ก็ยังพอพบเห็นได้บ้าง...

ใบประกาศนียบัตรที่ออกในปีพ.ศ.2486 จากกระทรวงศึกษาธิการ..สังเกตดูการเขียนของภาษาไทยในยุคนั้นดีๆ...

                                                                                                             

คำว่า..กระทรวงศึกษาธิการ..จะเขียนเป็น กะซวงสึกสาธิการ

ประกาศนียบัตรจะเขียนเป็น..ประกาสนียบัตร...คำว่าผู้ใหญ่ขะเขียนเป็น ..ผู้ใหย่

กรรไกรตัดผมของคุณย่า..วิธีใช้ก็คือใช้มือบีบเข้าหากัน...เป็นที่นิยมสำหรับผู้สูงอายุสมัยก่อน

กล่องข้าว ตราหัวม้าลาย ที่ใช้ใส่ข้าวไปโรงเรียนสมัยเด็กๆ

กระดานชนวน...ซื้อมาจากร้านของเก่าของชาวอินเดียแถวเฉลิมกรุง...

กระโถนลายดอก ปัจจุบันนี้ยังสามารถพบเห็นได้บ้าง

ไหโบราณอายุก็น่าจะหลายสิบปี   มีหลายใบเพราะเอาไว้ใช้ใส่น้ำปลาหรือกะปิที่ทำกินกันเองภายในครัวเรือน

 

 ถ้วยชามที่สมัยก่อนคุณย่าใช้ใส่อาหารไปทำบุญที่วัด

ชามตราไก่กับแก้วน้ำรุ่นเก่า

ธนบัตรฉบับละหนึ่งบาท...

ด้านหลังของธนบัตรหนึ่งบาท

เงินเหรียญรู ....

เงินก้อนพดด้วง...ของคุณยาย

 การ์ตูนที่เด็กๆชื่นชอบ....

ส่วนใหญ่เป็นของเดอะเนชั่น

ข้างในเป็นภาพสี..สีสันสวยงาม

 

ปิดท้ายที่เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับชามตราไก่....
 
 
 ชามตราไก่ของแท้ต้องเป็นไก่แดง...

  

ของแท้จะมี 2 รุ่นคือรุ่นไก่แดง กับไก้ฟ้า...จุดสังเกตุปากชามและก้นชามจะไม่กลม แต่จะออกเหลี่ยมนิดๆ

ประวัติชามตราไก่

ชามไก่ ” หรือที่คนแต้จิ๋วเรียก “ โกยอั้ว ” และที่ปัจจุบันนิยมเรียก “ ชามตราไก่ ” นั้น มีประวัติ ความเป็นมาที่ยาวนาน ซึ่งในประเทศไทยเป็นที่นิยมใช้สำหรับใส่ข้าวต้มรับประทาน โดยเฉพาะในหมู่คนจีนแต้จิ๋ว ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจากรูปไก่สีแดง และลักษณะของชามที่เหมาะกับการใช้ ตะเกียบพุ้ย ลักษณะของชามไก่ ชามไก่ในยุคแรก เป็นชามทรงแปดเหลี่ยมเกือบกลมปากบาน ข้างชามด้านนอกมีรอยบุบเล็กน้อยรับกับ เหลี่ยมของชาม ขาเป็นเชิง ชุบเคลือบขี้เถ้า วาดลวดลายบนเคลือบด้วยมือ เป็นรูปไก่ ขนคอและลำตัวสีแดง หางและขาสีดำเดินอยู่บนหญ้าสีเขียว มีดอกโบตั๋นสีชมพูออกม่วงใบสีเขียวตัดเส้นด้วยสีดำอยู่ด้านซ้าย และมีต้น กล้วย 3 ใบสีเขียวตัดเส้นด้วยสีดำอยู่ด้านขวา นอกจากนั้นชามบางใบยังมีนกบินห้อยหัวอยู่ฝั่งตรงข้ามกับไก่ และ มีดอกไม้และใบไม้เล็ก ๆ แต้มอยู่ก้นชามด้านในอีกด้วย ในยุคแรกชามไก่มี 4 ขนาด คือ ขนาดปากกว้าง 5 นิ้ว ( เสี่ยวเต้า ) 6 นิ้ว ( ตั่วเต้า ) 7 นิ้ว ( ยี่ไห้ ) และ 8 นิ้ว ( เต๋งไห้ ) ชามไก่ขนาด 5 – 6 นิ้ว สำหรับใช้ในบ้านและร้านข้าวต้มชั้นผู้ดี ส่วนชามไก่ขนาด 7 – 8 นิ้ว เหมาะสำหรับ เป็นชามให้หมู่กุลีที่ทำงานหนักใช้ เพราะรับประทานจุ วิธีผลิตแบบโบราณ เริ่มจากการผสมดินโดยย่ำด้วยเท้า และนวดด้วยมือ จากนั้นนำดินมาปั้นตบเป็นดินแผ่น แล้วจึงอัดดินลง แม่พิมพ์ปูนพลาสเตอร์ หมุนขึ้นรูปชามเป็นวงกลมด้วยมือ ปาดด้วยไก๊ (ไม้ปาดตัดเป็นรูปโค้ง) แล้วนำมาต่อขา ทิ้งชามที่ขึ้นรูปแล้วเสร็จไว้บนกระดานให้แห้งโดยธรรมชาติ นำมาชุบเคลือบที่ทำจากขี้เถ้าแกลบปูนหอย และ ดินขาว จากนั้นบรรจุลงจ้อนำไปเรียงในเตามังกร เผาด้วยฟืนในความร้อนประมาณ 1300 oC ระยะเวลา 18-24 ชั่วโมง เมื่อเผาสุกดีแล้ว จึงนำชามมาเขียนสีบนเคลือบด้วยพู่กันเป็นลายไก่ ดอกไม้และต้นกล้วย แล้วเผาในเตาอบรูปกลม ภายในเป็นถังดินขนาดใหญ่ ด้วยความร้อนประมาณ 700 – 750 oC ด้วยฟืนประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง รอจนเย็น จึงบรรจุใส่เข่งส่งจำหน่าย ความเป็นมาของชามไก่ ชามไก่มีต้นกำเนิดการผลิตในประเทศจีนกว่าร้อยปีมาแล้ว โดยชนชาวจีนแคะ ตำบลกอปี อำเภอไท้ปู มณฑลกวางตุ้ง และชาวจีนแต้จิ๋ว ที่ตำบลปังโคย ซึ่งมีเขตติดต่อกันทางใต้ ชามไก่นอกจากใช้ในประเทศจีนแล้ว ยังส่งจำหน่ายแก่ชาวจีนโพ้นทะเลด้วย ดังนั้นส่วนหนึ่งจึงส่งมาจำหน่ายยังประเทศไทย ซึ่งมีชาวจีนโดยเฉพาะชาว แต้จิ๋วอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ข้อมูล http://taradceramiclampang.blogspot.com/2009/08/blog-post.html


โหลดเพลง
โหลดเพลง

โดย นกน้อยแห่งโพหัก

 

กลับไปที่ www.oknation.net