วันที่ จันทร์ มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ศตวรรษนี้ของใคร?


      ศตวรรษของจีน" หรือ The Chinese Century คือพาดหัวของบทความพิเศษในนิตยสารไทม์ สะท้อนถึงแนวคิดตะวันตกที่ทั้งกลัวทั้งชื่นชมภาพของจีน ที่กำลังกลายเป็นมหาอำนาจทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองของโลก

           มองจากมุมของผู้นำจีนปัจจุบันประเทศอื่นๆ ในโลกโดยเฉพาะโลกตะวันตกที่มีอเมริกาเป็นแกนนำและสหภาพยุโรปไม่มีอะไรต้องกลัวจีน ขอเพียงแต่อย่าได้มีนโยบาย "สกัดกั้น" (contain) จีนอย่างที่เคยมีระหว่างสงครามเย็นเท่านั้นเป็นพอ

           จีนตอกย้ำเสมอว่าการเติบใหญ่ทางด้านเศรษฐกิจของจีนนั้นเป็นการ "เติบใหญ่อย่างสันติ" หรือ "peaceful rise" ซึ่งแปลว่าปักกิ่งจะไม่ทำตัวเป็นที่คุกคามประเทศใดแม้จะมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และมีอัตราเติบโตที่คึกคักก็ตาม

          นักวิเคราะห์มะกันตั้งประเด็นว่าเมื่อจีนกลายเป็น "มังกรยักษ์" ทางด้านเศรษฐกิจและตั้งเป้าว่าจะเป็นประเทศมหาอำนาจ (ไม่ว่าจีนเองจะยอมรับว่ามีความใฝ่ฝันเช่นนั้นหรือไม่ก็ตาม) จะนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างจีนกับอเมริกา ที่ถือว่าความเป็นพระเอกของตนนั้นไม่มีใครมาท้าทายได้หรือไม่?

          จุดแข็งของจีนมีมากมายหลายด้าน แต่แง่ลบของจีนก็มีไม่น้อยเช่นกัน

           ด้านบวกของจีน คือ การมีประชากรมากถึง 1,300 ล้านหรือร้อยละ 20 ของประชากรโลก อัตราโตทางเศรษฐกิจปีละไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 และกำลังผลิตคนเก่งๆ ในเกือบทุกด้านที่พร้อมจะแข่งขันกับทุกประเทศในโลก มีความชัดเจนในนโยบายและทิศทางที่จะเดินไปข้างหน้า

          ด้านลบของจีนก็มีไม่น้อย...ในภาพรวมแล้ว จีนยังเป็นประเทศที่ยากจน (ปีที่แล้ว ผลผลิตมวลรวมหรือ GDP ต่อหัวอยู่ที่ 1,700 เหรียญขณะที่ของสหรัฐอยู่ที่ 42,000 เหรียญหรือเกือบ 25 เท่า)

          ตลาดแรงงานของจีนมีปัญหาลึกๆ อยู่ไม่น้อยเพราะคนต้องการหางานทำมีสูงกว่างานตำแหน่งใหม่ๆ แต่ละปีไม่น้อยกว่าร้อยละ 20

          ระบบสวัสดิการสังคมโดยเฉพาะบำเหน็จบำนาญของจีนเกือบจะไม่มีเลย ทำให้กลายเป็นสังคมที่หนักหน่วงต่อไปข้างหน้า และจะเป็นบ่อเกิดของปัญหาการเมืองหากผู้นำไม่สร้าง "ภูมิคุ้มกัน" ทางสังคมให้กับประชาชนของตน

          ปัญหาที่ร้ายแรงอีกเรื่องหนึ่งของจีนคือมลพิษทั้งทางด้านอากาศและน้ำ ซึ่งเป็นเรื่อง "ฝันร้าย" ที่ผู้นำจีนเองก็ยอมรับว่าหนักหนาสากรรจ์เหลือเกิน

          อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหาหนักอึ้งคือคอร์รัปชันที่มีอยู่ในเกือบทุกระดับของสังคมจีนวันนี้

         แม้จะไม่เป็นข่าวใหญ่ในสื่อที่รัฐบาลคุมอย่างเคร่งครัด แต่คนงานในต่างจังหวัดที่เดือดร้อนเพราะปัญหาสังคมและการโกงกินของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก็มีการประท้วงและบ่อยครั้งก็ปะทะกับตำรวจและเจ้าหน้าที่...ว่ากันว่าการต่อต้านลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นพัน ๆ กรณี แต่มีเพียงบางเรื่องเท่านั้นที่เป็นข่าวในสื่อของรัฐ

        แน่นอน ปัญหาที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่องคอร์รัปชันและปัญหาสังคมก็คือการกำกับควบคุมการไหลเทของข่าวสารที่ยังเข้มงวดอยู่ และหากเสรีภาพของสื่อเมืองจีนยังไม่กระเตื้องขึ้นก็ย่อมจะแปลว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนจะยังไม่อาจจะปรับปรุงขึ้นได้ และหากสื่อไม่เสรี ระดับของการฉ้อราษฎร์บังหลวงก็จะยิ่งหนักหน่วงขึ้น

          นิตยสารไทม์อ้างการสำรวจของสองสถาบันวิชาการที่อเมริกาที่บอกว่าคนจีนร้อยละ 87 อยากจะเห็นประเทศของตนเองมีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้น

         การสำรวจที่จัดทำโดย Chicago Council on Global Affairs กับ Asia Society ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในอเมริกาครั้งนี้พบด้วยว่าคนจีนส่วนใหญ่เชื่อว่าอิทธิพลของจีนจะสามารถเทียบทันกับของสหรัฐภายใน 10 ปีข้างหน้านี้

          เพราะนโยบายของจีนที่ "ไม่ก้าวก่าย" เรื่องภายในของประเทศอื่น (ไม่เหมือนมะกัน ที่ต้องให้ทุกประเทศอื่นเดินตามแนวทางประชาธิปไตยแบบตะวันตกของตัวเอง) ทำให้นโยบายการแสวงหามิตรเพื่อได้มิตรและความร่วมมือทางเศรษฐกิจนั้นประสบความสำเร็จมากกว่าสหรัฐ

         นี่คือทิศทางของปักกิ่งที่วอชิงตันทั้งกลัวทั้งเกรง

        บทความของไทม์ยอมรับว่าประธานาธิบดี หูจิ่นเทา ได้แสดงความสามารถพิเศษ...ด้วยการเล่นบทบาทเสริมฐานะและผลประโยชน์ของจีนในต่างประเทศได้ขณะที่ยังมีปัญหาสารพัดในบ้าน

         หูจิ่นเทา สร้างมิตรในอเมริกาใต้ แอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียอย่างคล่องแคล่วและไร้อุปสรรคขณะที่ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ของสหรัฐเผชิญกับปัญหาลุ่มๆ ดอนๆ

         บทบาทของจีนได้ค่อยๆ ปรับตัวมาอย่างนุ่มนวล และวิถีทางการทูตก็ลดความ "โฉ่งฉ่าง" ลงอย่างเห็นได้ชัด ภาษาร้อนแรงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เคย "ฟันธง" ไม่ยอมเสวนากับตะวันตกในหลายๆ เรื่องก็เริ่มจะนุ่มนวลลง แม้ว่าเป้าหมายหลักจะไม่ได้เปลี่ยนก็ตาม

         ลีลาท่าทีของจีนที่สามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับอเมริกา และพร้อมที่จะเล่นเกมสากลในทุกเวทีโลกอีกทั้งยังมีลูกเล่นแพรวพราวและนุ่มนวลกว่ามะกันคือสิ่งที่ท้าทายดุลถ่วงอำนาจของโลกอย่างน่าตื่นตาตื่นใจอยู่ในขณะนี้

        (ติดตาม "ชีพจรโลก" 4 ทุ่มคืนนี้ทางช่อง 9 อสมท สัมภาษณ์คุณธนากร เสรีบุรี แห่งกลุ่มซีพี...ว่าด้วยประสบการณ์กว่า 27 ปีในการทำธุรกิจที่เซี่ยงไฮ้...สะท้อนถึง "ศตวรรษแห่งจีน" อีกแง่มุมหนึ่ง...อย่าลืมติดตาม)

โดย กาแฟดำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net