วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

งานศพหลวงพ่อ พระครูมหาพุทธิมา วัดแม่วะ


กองอำนวยการ

น้าเขย  กับ น้าชายของผม  ผมเรียกแกว่า   สามจ่า   จ่านัท  จ่าเชิด  แล้วก็จ่าแสน

แม้ว่าตอนนี้สองคนจะเออร์ลี่จากราชการทหารแล้ว  มาเป็นนายร้อยตรี   แต่อีกคนยังเป็นดาบแสนเหมือนเดิม

บ้านยาย   มีน้าเขยกับน้าสาวอยู่ดูแลยาย

บ้านผมอยู่หน้าวัด   วัดที่หลวงพ่อสร้างไม่เคยเสร็จ   เพราะสร้างอยู่เรื่อยๆ

เพื่อนฝูง  น้องนุ่ง  ไม่เจอกันนาน   เก็บเบอร์โทรไว้

ลูกศิษย์ของหลวงพ่อ

ส.ส.มาเป็นเกียรติในงาน   ขออภัยที่จำชื่อท่านไม่ได้

นี่ก็เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อทั้งนั้น

สังขารของหลวงพ่อ

งานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อ  พระครูมหาพุทธิมา  (ครูบาศรีคำ  อินฺทยโส) เจ้าอาวาสวัดแม่วะ  ต.สันดอนแก้ว อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง

๗ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓

ผมเขียนเรื่องนี้หลังงานศพผ่านมาหลายเดือน   เหตุผลหนึ่งคือผมลืมกล้องถ่ายรูปไว้ที่บ้านยาย  อีกเหตุผลหนึ่ง  ผมตั้งใจไว้ว่า   หลังเหตุการณ์บ้านเมืองคลี่คลาย  (ลงบ้าง)  ผมจะอับบล็อก

หลวงพ่อเสียเมื่อปีก่อน   ทางลูกหลานญาติโยมเก็บศพท่านไว้หนึ่งปี   ผมได้ข่าวจากทางบ้านว่าจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันอาทิตย์ที่    กุมภาพันธ์  ผมอ่านแล้วว่าต้องลางานในวันจันทร์หนึ่งวัน   เพื่อการเดินทางกลับ   จากดอยวาวีไปถึงลำปางบ้านผม  ประมาณ ๒๕๐  กิโลเมตร   เดินทางครึ่งวันสำหรับรถส่วนตัว   แต่ถ้าเป็นรถประจำทางแล้ว   ลงดอยแต่เช้า  ถึงบ้านลำปางเย็นย่ำพอดี

บ้านผมอยู่หน้าวัด  ผมจึงรู้สึกว่าหลวงพ่อเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ผมเคารพอีกคนหนึ่ง   ว่ากันโดยความจริง  ผู้ชายคนหนึ่งที่อุทิศตัวเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างหลวงพ่อนั้นหาไม่ได้ง่ายๆอีกแล้ว   ท่านบวชตั้งแต่ยังเล็ก  อยู่ใต้ร่มกาสาวพัตร์จนถึงอายุ  ๘๐  ปี  ตลอดชีวิตสามสิบกว่าปีของผม   ผมยังไม่เคยเห็นหลวงพ่อเกี่ยวข้องใดๆกับการปลุกเสกวัตถุอาคมของขลัง   มีก็แต่เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน   เป็นที่พึ่งทางจิตใจ

ในงานศพ   ผมเพิ่งทราบว่าหลวงพ่อมีฝีมือทางช่าง   ท่านชอบงานไม้   เรียกเป็นภาษาคนเหนือว่า  สะหล่า   ทำตู้ไม้  ทำเตียง  เฟอร์นิเจอร์ทั้งหลาย  เอาไว้ในวัด    เรียกว่ามีฝีมือเข้าขั้นทีเดียว  

ในวันงานลูกศิษย์ลูกหาของหลวงพ่อมากันเยอะแยะมากมาย   งานนี้จึงเป็นเหมือนงานรวมญาติกลาย ๆ  เพื่อนสนิทมิตรสหายที่ไม่ได้เจอกันนานมากแล้วก็ได้มาเจอกันในงานนี้   ลูกศิษย์ของหลวงพ่อถือว่าประสบความสำเร็จหลาย ๆคน ถ้าจะวัดกันในแง่ของอาชีพการงาน   มีข้าราชการ   พนักงานรัฐวิสาหกิจ   มีการมีงานทำ   มองกันในแง่ที่ว่าคนบ้านนอกอย่างบ้านผม   ย้อนกลับไปเมื่อสามสิบปีก่อน  บ้านอยู่ติดเขา   เราชอบเรียกคนแพร่ว่า  คนหล่ายดอย  หรือคนหลังเขา   ซึ่งขณะเดียวกัน   คนแพร่ก็เรียกคนทางบ้านผมว่า   คนหล่ายดอยเหมือนกัน   เพราะอยู่กันคนละหลังเขา  ไฟฟ้าไม่มีใช้  เดินทางยากลำบาก   มาถึงตอนนี้   ทุกคนต่างดิ้นรนไปมีชีวิตในเมืองใหญ่   ประสบความสำเร็จบ้าง  ล้มเหลวบ้าง 

แต่นอกเหนือกว่านั้นคือทุกคนรักหลวงพ่อ  

ผมอยู่ช่วยงานจนแล้วเสร็จ   ถือตัวว่าเป็นเจ้าภาพงานคนหนึ่ง  ภูมิใจที่ได้เป็นลูกหลานของหลวงพ่อ   ดีใจที่ตัวเองได้มาช่วยงานของท่านจนแล้วเสร็จ  

คารวาลัย

อาวหนานแก้ว...ท่านเป็นผู้กำกับอยู่แม่ฮ่องสอน

บ้านยาย

โดย แก้มหอม

 

กลับไปที่ www.oknation.net