วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มาแล้ว ตอนที่ 2 ของฆาตกรต่อเนื่องหมอนวด 5 ศพ


มาแล้ว ตอนที่ 2 ของฆาตกรต่อเนื่องหมอนวด 5 ศพ

หลังจากเขียนตอนที่ 1 มาได้ไม่นาน ก็เข้ามาอ่านตอนที่ 2 กันเลยนะคะ ตอนนี้ยังเป็นคุณลุงคลิ้งคนเดิมที่เล่าพฤติกรรมของแดง หรือ สมคิด พุ่มพวงให้ฟัง ซึ่งพฤติกรรมต่างๆ ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

นักเลงหัวไม้ชอบใช้กำลัง...  

 นายคลิ้ง ยังเล่าอีกว่า นอกจากเป็นหัวขโมยแล้วยังเป็นนักเลงไม่ยอมใครชอบใช้กำลัง มีเรื่องกับวัยรุ่นคนอื่นๆหลายครั้ง ที่จำได้ประมาณ 3 ครั้ง ไปมีเรื่องชกต่อยกับวัยรุ่นหน้าตลาดและใช้อาวุธมีดแทง

 ครั้งหนึ่งคนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า แดงมีเรื่องไม่พอใจกับวัยรุ่นซึ่งอยู่อีกฝั่งถนน แดงเดินข้าถนนปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อจากนั้นก็ชกฝ่ายตรงข้ามแล้วใช้มีดแทงจนเด็กคนนั้นได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นก็มีเรื่องฟันแทงกันอีก 2-3 ครั้ง
 เขาดูภายนอกเหมือนเป็นคนที่ไม่น่าจะเป็นคนใช้กำลังแต่ถ้ามีเรื่องกับใครเขาจะไม่ยอม จะใช้กำลังและใช้เครื่องทุนแรงเป็นอาวุธต่างๆ เสมอ ส่วนเรื่องยาเสพติดการพนันเท่าที่ทราบเขาไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง


 มาอยู่กับตนเองก็เลี้ยงเหมือนลูกคนหนึ่งถึงแม้ว่าจะทำให้ครอบครัวเดือดร้อนอับอายไม่หยุดไม่ย่อนก็ตาม ส่วนพ่อเขาไปๆมาๆ เดือนหนึ่งก็มาเยี่ยมหลายครั้งบางครั้งก็เอาไปอยู่ที่อ.ห้วยยอดบ้าง


ญาติไม่อยากเยี่ยมหรือเห็นหน้าอีก...

 นายคลิ้ง เล่าอีกว่า หลังจากที่ตนเองไล่ออกจากบ้านไปแดงก็ไม่กลับมาที่บ้านอีกเลยเขาคงจะกลัวเพราะตนเองเป็นคนจริงพูดคำไหนคำนั้นเมื่อตัดขาดกันแล้วก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก ตอนที่ได้ข่าวว่าพ่อแดงถูกยิงตายตนเองก็ไม่ไปทำศพหรือดูศพให้เงินไป 4,000 บาทเพื่อให้ภรรยาเขาทำศพให้เท่านั้น

 เรื่องราวของแดงก็จบลงแค่นั้นไม่มีใครอยากพูดถึงหรือระลึกถึงอีก เขาก็ไม่เคยติดต่อหรือย่างกลายมาบริเวณนั้นอีกเลย มาได้ข่าวอีกครั้งตอนที่เขาไปก่อคดีข่มขืนที่ไหนก็จำไม่ได้เพราะนานมาแล้วแต่ครั้งนั้นตำรวจมาหาเพื่อสอบปากคำตน ตนเองก็บอกไปว่าเขาไม่ได้มาที่นี่อีกเลยนั่นเป็นข่าวครั้งสุดท้ายที่รู้ว่าแดงกำลังจะติดคุก
 มาได้ข่าวอีกครั้งก็ตอนที่ไปฆ่าหมอนวดจนเป็นข่าวโด่งดัง เมื่อเห็นรูปก็จำได้ว่าต้องเป็นแดงเพราะหน้าตาเขาไม่เปลี่ยนไปจากตอนเด็กๆ ยังคงเค้าเดิมไว้อย่างไม่ผิดเพี้ยน เมื่อเห็นว่าก็ไม่คิดว่าเขาจะโหดเหี้ยมได้ถึงขนาดนี้ จากนั้นก็มีนักข่าวตำรวจมาสอบถามข้อมูลก็ให้ไปเท่าที่ทราบ

 ทราบข่าวว่าเขาติดคุกมานับสิบครั้ง ไปอ่านหนังสือออกก็เพราะได้เรียนหนังสือในคุก และยังท้าทายตำรวจให้ฆ่าให้ตายดีกว่าเอาไปทรมานนั่นเป็นนิสัยที่ไม่เกรงกลัวสิ่งใดของแดง

 หลังจากแดงก่อเรื่องครั้งสุดท้ายก่อนตะถูกฉันไล่ออกจากบ้านฉันเป็นคนจริงเมื่อพูดว่าไม่ให้กลับมาอีกก็คือไม่ให้กลับ และจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย ทำให้ทุกคนตัดญาติขาดมิตรกันไปแล้วไม่มีใครอยากจะสนใจ เรื่องของแดงไม่มีใครหยิบยกมาเป็นหัวข้อสนทนาอีก แดงกลายเป็นเหมือนคนรู้จักคนหนึ่งซึ่งตอนนี้หมดความสัมพันธ์กันแล้วและไม่มีใครมีความคิดที่จะไปเยี่ยมหรือไปดูหน้าแดงอีกต่อไปแล้ว

ซึมซับความรุนแรงจากพ่อ...

 ไม่พียงแต่สมคิดจะใช้วีวิตอยู่กับลุงในอ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราชเท่านั้น เขายังใช้ชีวิตส่วนหนึ่งในหมู่บ้านเขาปูน ต.เขาปูน อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ที่ซึ่งพ่ออาศัยอยู่ จนได้ฉายาว่า"แดง เขาปูน"

 เราจึงเดินทางไปพบกับ"ผู้ใหญ่ด้วง"นายสมคิด แก่นจันทร์  ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.เขาปูน อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ผู้กว้างขวางในหมู่บ้านเพื่อสอบถามถึงชีวิตในวัยเยาว์ของสมคิด ผู้ใหญ่ด้วงให้ข้อมูลอย่างเต็มใจ พร้อมเผยเรื่องราวของสมคิดครั้งที่อยู่ในบ้านเขาปูนว่า รู้จักสมคิดตั้งแต่เด็กๆ อายุประมาณ 7-8ขวบ เพราะนายเพ็งหรือเพิ่มพ่อของสมคิด ซึ่งเป็นชาว จ.นครศรีธรรมราชมาอยู่กินกับนางละอองไพรินทร์  ชาวเขาปูนในหมู่บ้านเมื่อปี 2514 โดยมีแดงเป็นลูกติดมา นายเพ็งมาทำงานอยู่ในเหมืองแร่ในอ.ท่างิ้ว จ.ตรัง ส่วนนางละออง มีอาชีพทำสวนยาง ส่วนแม่ของแดงไม่มีใครรู้ว่ามีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไรรู้เพียงว่าเป็นหญิงชาวนครศรีธรรมราชเช่นเดียวกับพ่อของเขา

 ผู้ใหญ่ด้วง พูดถึงลักษณะนิสัยของนายเพ็งซึ่งไม่ค่อยจะสู้ดีนักว่า ตั้งแต่แรกๆที่เพ็งเข้ามาอยู่ดูท่าทางเป็นคนปกปิดชื่อไม่อยากให้ใครรู้จัก บางคนจึงรู้จักว่าเพิ่มบ้าง เพ็งบ้าง เป็นนักเลงโต ไปไหนมาไหนต้องพกปืนกับขวาน เหน็บเอวไว้ตลอด ชอบกินเหล้าเมาแล้วโวยวายเสียงดัง ไม่ยอมใครง่ายๆ หาเรื่องทะเลาะวิวาทกับชาวบ้านบ่อยครั้งสร้างปัญหาและความรำคาญให้กับประชาชนในหมู่บ้าน ทำตัวให้คนอื่นเกรงกลัวจนไม่มีใครอยากจะยุ่งวุ่นวายด้วย เป็นคนที่พูดจากนักเลง ด่าว่าคนอื่นเสียๆ หายๆ ลักษณะทำให้ตัวเองเป็นผู้มีอิทธิพลที่ใครห้ามมายุ่งเกี่ยว อดีตของนายเพ็งเคยเป็นผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์(ผกค.) อาศัยอยู่ในป่า รู้เรื่องราวในขบวนการก่อการร้านคอมมิวนิสต์เป็นอย่างดี และทราบว่าพ่อของสมคิดฆ่าคนตายมาแล้ว 2 คนและหนีคดีมาอยู่ที่เขาปูน

 ส่วนตัวสมคิดเองเป็นคนท่าทางเงียบครึมไม่ค่อยพูดหรือสนิทกับใครเป็นพิเศษ ช่วงทีพ่อยังมีชีวิตอยู่จะอยู่กับพ่อตลอดเดินตามหลังพ่อ พ่อไปไหนก็ไปด้วย พ่อนั่งอยู่วงเหล้าก็จะไปนั่งอยู่กับพ่อจนพ่อเลิกกินนั่งเฝ้าพ่อ จนบางครั้งก็หลับคาวงเหล้า เด็กซึมซับนิสัยลักษณะท่าทางการแสดงออกของพ่อมาตั้งแต่เด็กทำให้เกิดการเก็บกดแล้วแสดงออกมาในภายหลัง
 
ติดตามอ่านตอนต่อไปนะคะเนื้อหาจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

โดย พี่คนโต

 

กลับไปที่ www.oknation.net