วันที่ อังคาร มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี (Noppharatthara Beach-Pee Pee Islands National Park)


จังหวัดกระบี่ (Krabi)

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี

(Noppharatthara Beach-Pee Pee Islands National Park)

 

 

ประวัติความเป็นมา :

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลอันดามันด้านทิศตะวันตกของภาคใต้ เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่สวยงามตามธรรมชาติ รอบๆ เกาะมีปะการัง กัลปังหา ทิวทัศน์ใต้ทะเลที่งดงามและเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ คือ ภูเขาหินปูนที่มีหน้าผาเป็นชั้นๆ ถ้ำที่สวยงาม ตลอดจนชายหาดยาวสะอาด สุสานหอย  40 ล้านปี มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 242,437.17 ไร่ หรือ 387.90 ตารางกิโลเมตร
 

         ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2520 ให้จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่รัฐบาลพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยว มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่งสมควรอนุรักษ์ไว้เป็นแหล่งท่องเที่ยวถาวรต่อไป กองอุทยานแห่งชาติ จึงเสนอกรมป่าไม้ให้มีคำสั่งที่ 1261/2523 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2523 ให้ นายสันติ สีกุหลาบ นักวิชาการป่าไม้ 4 ไปทำการสำรวจพื้นที่เพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาติทางทะเลในท้องที่จังหวัดภูเก็ตและติดต่อจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งจากการรายงานการสำรวจปรากฏว่า พื้นที่บริเวณเกาะพีพีและหมู่เกาะใกล้เคียงระหว่างจังหวัดภูเก็ตและกระบี่ มีความเหมาะสมที่จะจัดเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามหนังสือรายงานผลการสำรวจ ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524 และป่าไม้เขตนครศรีธรรมราชได้มีหนังสือที่ กส.0709(นศ)/269 ลงวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2525 แจ้งว่า ป่าบริเวณหาดนพรัตน์ธาราและหมู่เกาะใกล้เคียงรวมถึงหมู่เกาะพีพีในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ มีทิวทัศน์และธรรมชาติสวยงาม เห็นสมควรจัดเป็นอุทยานแห่งชาติอีกแห่งหนึ่ง
     กรมป่าไม้จึงมีคำสั่งที่ 524/2525 ลงวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2525 ให้ นายสมจิตร สภาวรัตน์ภิญโญ นักวิชาการป่าไม้ 4 ไปทำการสำรวจและจัดตั้งบริเวณหมู่เกาะพีพีและป่าบริเวณหาดนพรัตน์ธารา ท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เป็นอุทยานแห่งชาติ และกองอุทยานแห่งชาติเห็นสมควรทำการสำรวจบริเวณสุสานหอย 75 ล้านปี ท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ อีกแห่งหนึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งเดียวกัน ผลการสำรวจตามหนังสือรายงานลงวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2525 สรุปได้ว่า พื้นที่ตามแหล่งต่างๆ มีความสวยงามเป็นพิเศษ มีลักษณะเด่นหลายแห่ง มีทิวทัศน์ทางทะเลสวยงามเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนของประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
          กองอุทยานแห่งชาติจึงได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติและมีมติเห็นชอบเมื่อ 15 มิถุนายน พ.ศ.2525 ในการประชุมครั้งที่ 1/2525 โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินสุสานหอย 75 ล้านปี หาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี และเกาะใกล้เคียง ในท้องที่ตำบลหนองทะเล ตำบลอ่าวนาง ตำบลไสไทย และตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 243,725 ไร่ หรือ 389.96 ตารางกิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 100 ตอนที่ 160 ลงวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2526 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 47 ของประเทศไทย 

        ต่อมาได้ดำเนินการผนวกพื้นที่บริเวณสุสานหอยและเกาะใกล้เคียงเพิ่มจำนวน 12.17 ไร่ หรือ 0.02 ตารางกิโลเมตร ตามพระราชกฤษฎีกาเล่ม 113 ตอนที่ 65 ก ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 และต่อมาได้เพิกถอนพื้นที่บางส่วนในบริเวณเขาหางนาค ในท้องที่ตำบลหนองทะเล อำเภอเมือง  จังหวัดกระบี่  พื้นที่  1,300 ไร่  หรือ  2.08 ตารางกิโลเมตร เพื่อใช้ในราชการกองทัพเรือ ตามพระราชกฤษฎีกา เล่ม 115 ตอนที่ 72ก ลงวันที่ 13  ตุลาคม พ.ศ.2541 คงเหลือพื้นที่ทั้งหมด 387.90 ตารางกิโลเมตร

ภูมิประเทศ :

 

ประกอบด้วยพื้นที่ภาคพื้นดินบนชายฝั่ง ได้แก่ บริเวณเขาอ่าวน้ำเมา และป่าอ่าวนาง-หางนาค และหมู่เกาะต่างๆ ธรณีสัณฐานของพื้นที่เป็นเทือกเขามีความสูงชันเรียงตัวยาวไปตามแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ทิศตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณชายฝั่งเป็นเขาสูงชัน ทางด้านตะวันตกมีความลาดชันมากกว่าตะวันออก ธรณีสัณฐานของพื้นที่ชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะต่างๆ ในทะเลอันดามัน ได้รับอิทธิพลจากแนวการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกที่เรียกว่า Indosenia Teotonic Movement และในบริเวณป่าชายเลนเขาหางนาค ริมฝั่งทะเลมีลำคลองเขากลม ได้รับน้ำจืดที่ระบายมาจากบึงขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า "หนองทะเล" ทำให้เกิดสภาพป่าชายเลน และที่ราบต่ำป่าเสม็ดบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ที่เรียกว่า "คลองแห้ง" (หาดนพรัตน์ธารา)

ภูมิอากาศ :

 

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้รับอิทธิพลลมมรสุมเขตร้อน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เดือนตุลาคม มีลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้พัดผ่าน ลักษณะภูมิอากาศจึงแบ่งออกเป็น 2 ฤดู คือ ฤดูฝน จากต้นเดือนพฤษภาคม-เดือนธันวาคม และฤดูร้อนจากต้นเดือนมกราคม-เดือนเมษายน อุณหภูมิโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 17-37 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนในรอบปีเฉลี่ยประมาณ 2,231 มิลลิเมตร ปริมาณน้ำฝนมากที่สุดในเดือนกรกฎาคม และน้อยที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์

พืชพรรณไม้และสัตว์ป่า :

สภาพโดยทั่วไปของป่าบริเวณอุทยานแห่งชาติ มีพรรณไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติสามารถจำแนกออกได้เป็น
         ป่าดงดิบ  ปรากฏพบบริเวณที่เป็นเขาสูงชัน บริเวณเขาหางนาค บริเวณเขาอ่าวนาง บริเวณทิศตะวันตกของเกาะพีพีดอน และบริเวณเกาะพีพีเลส่วนใหญ่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 33 ตารางกิโลเมตร เป็นไม้แคระแกร็นเนื่องจากพื้นที่เป็นเขาหินปูนซึ่งมีชั้นดินบางและรับลมแรง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ตะเคียนหิน ตะเคียนทอง ยาง พะยอม และพืชชั้นล่างพวกจันทน์ผา หวาย ไทร และเถาวัลย์ชนิดต่างๆ
 

ป่าชายเลน  มีอยู่ในบริเวณคลองแห้ง ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเขาหางนาค และบริเวณคลองย่านสะบ้า ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของบริเวณสุลานหอย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 9 ตารางกิโลเมตร พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ โกงกาง แสม ตะบูน ถั่วดำ ถั่วขาว
ป่าพรุ เป็นสังคมพืชเด่นที่พบต้นเสม็ดขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นสมบูรณ์ ปรากฏอยู่เฉพาะบริเวณหาดนพรัตน์ธาราเป็นบริเวณแคบๆ ประมาณ 0.32 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่เป็นหาดทรายผสมดินร่วนได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลหรือเป็นพื้นที่ที่น้ำทะเลเคยท่วมถึงมาก่อน พันธุ์พืชที่พบนอกจากเสม็ดขาวที่ขึ้นอยู่หนาแน่นแล้วได้แก่ พะยอม หว้าหิน นน เนียน และหญ้าคา
         นอกจากนี้ในบริเวณอ่าวนางยังสำรวจพบหญ้าทะเล 4 ชนิด ได้แก่ หญ้าชะเงาใบสั้นสีน้ำตาล หญ้าผมนาง หญ้าใบมะกรูด และหญ้าเต่า
         จากสภาพภูมิอากาศและสังคมพืชที่เกิดขึ้นในอุทยานแห่งชาติทำให้เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมแก่สัตว์บางประเภท สามารถจำแนกออกได้ดังนี้
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได้แก่ หมูป่า กระจง ลิง ค่าง โลมาหัวขวด โลมาหัวขวดมลายู โลมาหัวบาตร โลมาจุด และโลมาขาว
นก ประกอบด้วย นกโจรสลัด เหยี่ยวแดง นกออก นกนางแอ่นกินรัง นกนางนวล
สัตว์เลื้อยคลาน ประกอบด้วย เต่าตนุ เต่ากระ เต่าสังกะสี ตะพาบหัวกบ ตุ๊กแก จิ้งจก จิ้งเหลน กิ้งก่า งูชนิดต่างๆ
สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ได้แก่ คางคก อึ่งอ่าง กบ เขียด และปาด
         นอกจากนี้ทรัพยากรในท้องทะเลยังประกอบด้วย ปลากระเบน ปลากระโทงแทง ปลาเก๋า ปลากะรังลายขนนก ปลากะพง ปลามง ปลาไหลทะเล ปลาสินสมุทร ปลาผีเสื้อ ปลานกขุนทอง หอยมือหมี หอยนางรม กุ้ง ปลิงทะเล ดาวทะเล หอยเม่น แมงกะพรุน ดอกไม้ทะเล และปะการัง เช่น ปะการังหนาม ปะการังนิ้วมือ ปะการังดอกไม้ ปะการังเขากวาง ปะการังแปรงล้างขวด ปะการังผิวถ้วยเคลือบ ปะการังดอกไม้แปลง ปะการังเห็ด ปะการังผักกาด ปะการังอ่อน เป็นต้น

การเดินทาง :

ทางรถยนต์

         จากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ รวมระยะทางประมาณ 946 กิโลเมตร หรือใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ถึงจังหวัดชุมพร ต่อด้วยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 ผ่านอำเภอหลังสวน อำเภอไชยา เข้าอำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4035 ผ่านอำเภออ่าวลึก ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 อีกครั้ง เข้าสู่จังหวัดกระบี่ รวมระยะทางประมาณ 814 กิโลเมตร
          จากจังหวัดกระบี่ ไปตามถนนสายในเมือง-ในสระ ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตรจากตัวเมืองกระบี่ถึงหาดนพรัตน์ธาราฯ จากนั้นใช้เส้นทางเลียบชายทะเลที่เชื่อมระหว่างหาดนพรัตน์ธาราฯ และหาดบ้านอ่าวนางไปทางทิศใต้  ระยะทาง   6 กิโลเมตร  สำหรับไปชมอ่าวพระนางต้องนั่งเรือประมาณ 20 นาที และจากหาดนพรัตน์ธาราฯ มีทางแยกไปสุสานหอย  75 ล้านปี ระยะทาง 11 กิโลเมตร

ทางรถโดยสารประจำทาง

การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง สามารถติดต่อซื้อตั๋วได้ที่สถานีขนส่งสายใต้ มีบริษัทเดินรถ 2 บริษัท คือบริษัทขนส่ง จำกัด และบริษัทลิกไนท์ทัวร์ ลงที่ตัวตัวหวัดกระบี่ จากนั้นจึงต่อรถประจำทางสายกระบี่ - อ่าวนาง ก็จะถึงที่ทำการและที่พักอุทยานแห่งชาติซึ่งอยู่บริเวณหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี (ผ่านอ่าวนาง)

ทางรถไฟ

จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ มาลงได้ทั้งที่สถานีรถไฟ จังหวัดตรัง สถานีรถไฟพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือสถานีรถไฟทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นต่อรถโดยสารเข้าจังหวัดกระบี่ ต่อรถประจำทางสายกระบี่ - อ่าวนาง ก็จะถึงที่ทำการและที่พักอุทยานแห่งชาติซึ่งอยู่บริเวณหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี (ผ่านอ่าวนาง)

เครื่องบิน

จากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ มาลงที่สนามบินจังหวัดกระบี่ จะมีแท็กซี่หรือรถประจำทางให้บริการ แต่ต้องมาขึ้นรถที่หน้าสนามบิน โดยแท็กซี่จะส่งถึงที่ ส่วนราคาก็แล้วแต่จะตกลงราคากัน สำหรับรถประจำทางต้องมาลงที่ในเมืองก่อน จากนั้นจึงต่อรถประจำทางสายกระบี่ - อ่าวนาง ก็จะถึงที่ทำการและที่พักอุทยานแห่งชาติซึ่งอยู่บริเวณหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี (ผ่านอ่าวนาง)

เรือ

 

    จากจังหวัดกระบี่ มีเรือโดยสารที่ท่าเรือเจ้าฟ้า หรือที่ท่าเรืออ่าวพระนาง ระยะทาง 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 - 2.00 ชั่วโมง การเดินทางโดยเรือจากจังหวัดภูเก็ต  มีระยะทางประมาณ  40 กิโลเมตร หรือ จะโดยสารเรือที่ท่าเรือฉลอง อ่าวมะขาม จังหวัดภูเก็ต ระยะทาง 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 - 2.00 ชั่วโมง ก็ได้เช่นกัน
         สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวไปตามเกาะต่างๆ มีเรือของภาคเอกชนให้บริการดังนี้
1. เดินทางไปเกาะพีพี ขึ้นเรือที่ท่าเรือคลองแห้ง ซึ่งอยู่หลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีบริการวันละ 1 เที่ยว ออกเวลา 09.00 น. กลับเวลา 15.00 น. ซึ่งมีเรือให้เลือก 2 แบบ คือ 1) แบบเรือทัวร์ ค่าโดยสาร คนละ  1,200 บาท มีอาหารมื้อเที่ยง น้ำ ผลไม้ ให้บริการ มีกิจกรรมเล่นน้ำ ดูปะการังด้วย และ 2) แบบเรือโดยสาร ค่าโดยสาร คนละ 700 บาท ไม่มีบริการอะไร
2. เดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ ที่อยู่ใกล้ชายฝั่ง จะมีเรือหางยาวบริการ ซึ่งจอดอยู่ทั่วไปบริเวณอ่าวนาง คิดราคาค่าบริการแบบเหมา 1) เหมาเต็มวันคิดราคา 2,000 บาท เหมาครึ่งวันคิดราคา 1,500 บาท เรือลำหนึ่งสามารถนั่งได้ไม่เกิน 8 คน มีเสื้อชูชีพให้ใส่ในระหว่างเดินทางท่องเที่ยว (ข้อมูลราคาค่าโดยสาร : เดือนกันยายน 2549)

 

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ระบบจองที่พักและบริการอุทยานแห่งชาติผ่านระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต

สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จองที่พักและบริการอุทยานแห่งชาติ คลิกที่นี่

(จองบ้านพัก-บริการ) (Online-Reservation)

-

ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ :

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี
79 หมู่ที่ 5 ต.อ่าวนาง  อ. เมืองกระบี่  จ. กระบี่   81000
โทรศัพท์ :  075-661145, 075-637436, 075-637200 (งานบ้านพัก)  โทรสาร :  075-661145

 

สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

โทรศัพท์ : 02-5610777, 02-5796666 ต่อ 1743,1744

 

แผนที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี

 

 

สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี

หมู่เกาะพีพี (Pee Pee Island)

 

เป็นหมู่เกาะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอยู่ในท้องที่ตำบลอ่าวนางอำเภอเมืองกระบี่ อยู่ห่างจากชายฝั่งแม่น้ำกระบี่ 42 กิโลเมตร กลางทะเลอันดามันมีนักท่องเที่ยวไปชมมากที่สุด เป็นหมู่เกาะที่มีธรรมชาติที่สวยงามมาก ประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล เกาะบิด๊ะนอก เกาะบิด๊ะใน เกาะยูง และเกาะไผ่ เวิ้งอ่าวที่สำคัญได้แก่ อ่าวโล๊ะลาน่า อ่าวโล๊ะดาลัม อ่าวหยงกาเส็ม อ่าวต้นไทร อ่าวโล๊ะบาเกา อ่าวผักหนาม อ่าวรันตี อ่าวบิเล๊ะ อ่าวมาหยา และอ่าวโล๊ะซามะ เฉพาะเกาะพีพีดอนซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด 
 

         สภาพโดยทั่วไปของหมู่เกาะพีพี พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาโดยเฉพาะภูเขาหินปูนสูงชัน พื้นที่ราบและหาดทรายกระจายอยู่ทุกเกาะตลอดจนมีแนวปะการัง และสรรพชีวิตใต้ทะเลอุดมสมบูรณ์ หาดทรายขาวสะอาด ลออตา มีปลาทะเลชนิดต่างๆ หลากหลายสีสัน และจะมีแพลงตอนจำนวนมาก น้ำทะเลมีสีเขียวอมฟ้าใสงามดังมรกต เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกในความงดงามตามธรรมชาติจนได้รับการขนานนามว่าเป็น " มรกตแห่งอันดามันสวรรค์เกาะพีพี" เหมาะแก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปชมทัศนียภาพทางทะเลเป็นอย่างดี สำหรับความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวบนเกาะพีพี

เกาะพีพีดอน (Pee Pee Don Island)

 

     มีพื้นที่ประมาณ  28 ตารางกิโลเมตร ทางเหนือของเกาะคือ แหลมตง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวเล ประมาณ 15-20 ครอบครัว  เป็นที่ตั้งของหมู่ที่ 7 - 8  ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ส่วนใหญ่อพยพมาจากเกาะลิเป๊ะ จังหวัดสตูล บริเวณแหลมตงนี้ธรรมชาติใต้ทะเลสวยงามมาก เหมาะแก่การดำน้ำเช่นเดียวกันกับที่บริเวณปลายแหลมหัวระเกด หาดยาว และหินแพ นอกจากนี้ยังมีเวิ้งอ่าวคู่ที่มีความสวยงาม ติดอันดับโลกของอ่าวต้นไทร และอ่าวโละดาลัม ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่พักจำนวนมาก ภัตตาคาร การติดต่อสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต โทรทัศน์ คลีนิก และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ครบถ้วน บริการแก่นักท่องเที่ยวทั่วไป

เกาะพีพีเล (Pee Pee Le Island)

 

มีพื้นที่เพียง  6.6 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะเขาหินปูน มีหน้าผาสูงชันตั้งฉากกับพื้นผิวทะเลโดยรอบเกือบทั้งเกาะ มีพื้นน้ำลึกเฉลี่ยประมาณ 20 เมตร เกาะแห่งนี้มีเวิ้งอ่าวสวยงาม อาทิ อ่าวปิเละ อ่าวมาหยา และอ่าวโละซะมะ

ถ้ำไวกิ้ง (ถ้ำพญานาค)(Wai King Cave)

 

อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะพีพีเล ซึ่งเมื่อปี พ.ศ.2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า ถ้ำพญานาค ตามรูปร่างหินก้อนหนึ่งที่คล้ายเศียรพญานาค อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านที่เก็บรังนกนางแอ่นบนเกาะแห่งนี้ ภายในถ้ำทางทิศตะวันออกและทิศใต้พบภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์ เป็นรูปช้าง และรูปเรือชนิดต่างๆ ปัจจุบันสามารถเดินทางโดยเรือได้ทุกฤดูกาล ห่างจากชายฝั่งเมืองกระบี่ประมาณ 42 กิโลเมตร

เกาะไม้ไผ่ (Mai Phai Island)

   ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอนไม่ไกลจากเกาะยูงเท่าใดนัก ด้านทิศเหนือและ ทิศตะวันออก มีหาดทรายสวยงามและแนวปะการัง ซึ่งส่วนมากเป็นแนวปะการังเขากวางทอดยาวไปถึงทางทิศใต้ของตัวเกาะ

เกาะยูง (Yung Island)

      ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน มีชายหาดซึ่งเป็นหาดหินอยู่ทางด้านทิศตะวันออก และมีหาดทรายเล็กน้อยตามหลืบเขา นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังสวยงามชนิดต่างๆ ที่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์

หมู่เกาะในทะเลอ่าวนาง (Islands in the Nang Bay)

   เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งอยู่ในท้องที่ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ เพราะอยู่ใกล้กับตัวเมือง สามารถไปเที่ยวชมได้ตลอดเวลาประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยมากมาย เช่น เกาะปอดะ เกาะหัวขวาน เกาะไก่ เกาะทับ เกาะหม้อ เกาะบงบง เกาะรังไก่ เกาะตันหมิง เกาะปากคลอง (เกาะสามลูกเหนือ ) เกาะยาวาซำบน เกาะยาวาซำใน เกาะยาวาซำนอก เกาะยาวาฆ้อง (เกาะทะลุ) เกาะย่าหมัน เกาะรังนกนอก เกาะรังนกใน เกาะเป๊ะนอก (เหลาเป) เกาะเป๊ะใน เกาะเสม็ด เกาะแร้ง เกาะด้ามขวาน เกาะอุไร เกาะเขาหลัก เกาะสามลูกตะวันออก และเกาะหนู เป็นต้น ชายหาดที่สำคัญได้แก่ หาดอ่าวนาง หาดนพรัตน์ธารา และหาดไร่เล เป็นต้น ลักษณะเด่นของหมู่เกาะในทะเลอ่าวนาง ส่วนใหญ่จะเป็นเกาะภูเขาหินปูน น้ำล้อมรอบ มีแหล่งชมแนวปะการังน้ำลึก หมู่เกาะส่วนใหญ่จะมีหาดทรายโดยเฉพาะเกาะ ปอดะ หาดไร่เล หาดอ่าวนาง และหาดนพรัตน์ธารา จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว เช่นที่พัก อาหารเครื่องดื่ม เป็นต้น

หมู่เกาะปอดะ (Poda Island)

   

อยู่ทางทิศใต้ของอ่าวพระนาง ห่างจากชายฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร ทำให้ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมไม่มากนัก เมื่อมองจากชายฝั่งจะเห็นทรายขาวได้แต่ไกล บริเวณรอบๆ เกาะจะมีแนวปะการังหลากหลายชนิด น้ำทะเลใสสะอาด ทำให้บริเวณนี้เป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่น่าสนใจที่สามารถแวะมาเที่ยวชมเกือบตลอดปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดปรากฎการณ์ในช่วงน้ำลงบริเวณเกาะ 3 เกาะ คือเกาะทับ เกาะหม้อ และเกาะไก่ ยามเมื่อน้ำทะเลลดจะเชื่อมต่อกันโดยแนวทราย ทำให้เกิดทัศนยภาพที่สวยงาม ดูแปลกตา เรียกว่าทะเลแหวกดุจทะเลแหวกออกจนกลายเป็นหาดทรายขาวสะอาดเชื่อมเกาะสองเกาะ สามารถเดินไปเที่ยวชมได้ซึ่งดูเหมือนเดินอยู่กลางทะเล ทะเลแหวกสามารถชมได้ดีที่สุดในช่วงเวลาน้ำลงต่ำสุดในแต่ละวัน โดยเฉพาะในวันก่อน และหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน ฤดูกาลท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี

 

       การเดินทางไปเที่ยวทะเลแหวก ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร จากจังหวัดกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4034 แล้วเลี้ยวซ้ายตามทางหลวงหมายเลข 4202 ไปอ่าวพระนาง สามารถเช่าเรือเหมาลำ ได้ทั้งทางเรือหางยาว และเรือเร็ว ซึ่งขณะนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

อ่าวนาง (Nang Bay)

 

ในบริเวณอ่าวเต็มไปด้วยเกาะแก่งมีทิวทัศน์โดยรอบสวยงามแปลกตากว่าหาดอื่นๆ เพราะด้านหนึ่งของอ่าวเป็นภูเขา มีถ้ำหินงอก หินย้อย เรียกว่า ถ้ำพระนาง ภายในถ้ำจะเป็นหินงอก หินย้อย สลับซับซ้อนเป็นชั้นๆ และมีหาดทรายที่สวยงาม ได้แก่ หาดไร่เล หาดถ้ำพระนาง หาดน้ำเมา ซึ่งหาดทั้ง 3 แห่งนี้ ไม่สามารถเดินทางโดยรถยนต์ได้เนื่องจากมีภูเขากั้น การเดินทางเข้าถึงต้องเช่าเรือจากอ่าวนาง ใช้เวลา 10 นาที โดยเฉพาะหาดไร่เล เป็นหาดทรายสีขาวละเอียดริมโตรกผา เป็นที่รู้จักดีในหมู่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมปีนหน้าผา แบ่งออกเป็นหาดไร่เลตะวันออก และหาดไร่เลตะวันตก มีโขดหินคั่นระหว่างหาดทั้งสอง บริเวณหาดมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวหลายแห่ง นอกจากนี้บริเวณหน้าอ่าวนางยังมีเกาะน้อยใหญ่ คือ เกาะไก่ เกาะหม้อ และเกาะปอดะ ซึ่งมีรูปร่างแตกต่างกันไป แล้วแต่มุมมองหรือจินตนาการของผู้พบเห็น ที่ผ่านมาบางคนก็เห็นว่าเหมือนหัวไก่ รองเท้าบู๊ท และเรือสำเภา

หาดนพรัตน์ธารา (Noppharat Thara Beach)

 

เดิมชาวบ้านเรียกว่า "หาดคลองแห้ง" เพราะช่วงน้ำลง น้ำคลองที่ไหลมาจากภูเขาทางด้านเหนือจะแห้งขอด กลายเป็นหาดทรายขาวเหยียดทอดลงไปในทะเลบรรจบกับเกาะเขาปากคลอง บริเวณหาดเป็นทรายละเอียดปะปนด้วยเปลือกหอยเล็กๆ ประดับด้วยทิวสนเรียงรายตามชายหาดทะเล มองออกไปในพื้นน้ำมีทิวทัศน์ของเกาะแก่ง ช่วงน้ำลงจนแห้งสามารถเดินไปยังเกาะเล็กๆ บริเวณหน้าชายหาดได้ เหมาะสมสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้หาดนพรัตน์ธารายังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหอยชักตีนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากจังหวัดกระบี่ เพียง 17 กิโลเมตร เท่านั้น

สุสานหอย (Susan Hoi)

 

บริเวณชายทะเลบ้านแหลมโพธิ์ อำเภอเมือง  ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กม.มีซากดึกดำบรรพ์ของหอยน้ำจืดชนิดต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นหอยขม มีขนาดยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ซากหอยเหล่านี้ได้ทับถมกันโดยมีน้ำประสานธาตุปูนจับตัวให้กลายเป็นหินแข็งทับอยู่ชั้นหินลิกไนท์ และหินดินดาน นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ และเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก ช่วงแรกประมาณกันว่าสุสานหอยแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อ 75 ล้านปีมาแล้ว มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร กว้าง 50 เมตร เป็นแผ่นหอยที่เกาะตัวกันจนแข็งเป็นแผ่นหินสลับกับชั้นของถ่านลิกไนต์ หนาประมาณชั้นละ 10 นิ้ว ต่อมาแผ่นดินถูกยกตัวขึ้นจีงปรากฏเป็นลานหินกว้างใหญ่ริมทะเล แต่ในปี พ.ศ.2538 นักวิชาการกรมทรัพยากรธรณีได้พิสูจน์พบว่า ฟอสซิลเหล่านี้มีอายุราว  30-40 ล้านปี นอกจากนี้บริเวณสุสานหอยยังมีตัวอย่างซากฟอสซิลของหอยทั้ง  3 แบบ และมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวไว้ให้บริการข้อมูลต่างๆ แก่นักท่องเที่ยวด้วย แต่เดิมบริเวณ สุสานหอยแห่งนี้เคยเป็นหนองน้ำจืดขนาดใหญ่ที่มีหอยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณพื้นผิวโลก น้ำทะเลไหลเข้ามาท่วมบริเวณหนองน้ำจนหมด ทำให้ธาตุหินปูนในน้ำทะเลหล่อเปลือกหอยใต้น้ำจนเป็นเนื้อเดียวกัน กลายเป็นแผ่นหินแข็งที่เรียกว่า Shelly Limestone หนาประมาณ 40 ซม. เมื่อแผ่นดินบริเวณนี้ถูกยกตัวสูงขึ้น ซากฟอสซิลเหล่านี้จึงปรากฎให้เห็นเป็นลานหินกว้างใหญ่ยื่นลงไปในทะเล สุสานหอยคือฟอสซิลหอยหรือซากหอยตึกดำบรรพ์จำนวนมากที่ตายทับถมกันเป็นชั้น หนา ซึ่งสุสานหอยอายุหลายสิบล้านปีนี้มีเพียง 3 แห่งในโลกเท่านั้น คือ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา (มลรัฐชิคาโก) ประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทย ยิ่งกว่านั้นสุสานหอยที่กระบี่นี้ยังเป็นเพียงแห่งเดียวในโลกที่อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา

 

         ภายในบริเวณสุสานหอย มีศาลาสำหรับชมวิวทะเลอันสวยงามด้านบน เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ภายในบริเวณสุสานหอยยังมี ร้านขายของที่ระลึกจำนวนมากคอยบริการนักท่องเที่ยว และที่แห่งนี้มีห้องน้ำที่สะอาดไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ค่าธรรมเนียมการเข้าชม

คนไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท

ต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท

เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 08.30 น. ถึง 17.00 น. ทุกวัน

การเดินทางไป

สุสานหอย ตั้งอยู่ที่ชายทะเลบ้านแหลมโพธิ์ในเส้นทางเดียวกับทางไปหาดนพรัตน์ธารา ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 17กม. เมื่อบ้านไสไทยจะมีป้ายบอกทางแยกไปสุสานหอย 

เส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาหงอนนาค (Ngon Nak Mountain Nature Trail)

   เขาหงอนนาค เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ มีลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทางอุทยานฯ ได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 3,700 เมตร ซึ่งมีปลายทางเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม คือ จุดชมทิวทัศน์หงอนนาคบริเวณนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพได้กว้างไกล เหมาะสมสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง

เขาหางนาค (Khao Hang Nak )

  เป็นเทือกเขาขนาดเล็กที่แลดูโดดเด่นมากในจังหวัดกระบี่ อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-เกาะพีพี ที่มีความสูงประมาณ 600 เมตร จากระดับน้ำทะเล จากข้อมูลเท่าทราบว่าบนยอดเขาหางนาคจะเป็นผืนป่าสมบูรณ์ มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นมุมพระอาทิตย์ขึ้นและมุมพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงาม เป็นมุมมองที่มองเห็นเกือบ 360 องศา อยู่ใกล้กับแนวทะเล ถ้าเรามองจากทะเลด้านอ่าวนาง ก็สามาถมองเห็นภูเขาลูกนี้ทอดยาวขนานกับแนวทะเล ไล่ไต่ระดับความสูงชันไปจนถึงปลายยอดที่มีลักษณะแหลมคล้ายกับภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย ยอดเขาแห่งนี้ยังไม่ได้ถูกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และทุกคนไม่ทราบว่าด้านบนยอดเขานั้นมีอะไรบ้าง มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างบ้าง มีความสวยงามเป็นเช่นไร จัดว่าน้อยคนที่จะได้รู้ได้เห็น เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักนิยมจะเที่ยวทะเลมากกว่า จึงได้เปิดการสำรวจเส้นทางเดินป่าที่ “เขาหางนาค” ด้วยข้อมูลที่บอกว่าจะใช้เวลาเดินป่าขึ้นยอดเขาไม่นานเกิน 3 ชั่วโมง เริ่มต้นจากบ้านเขากลม มองเห็นแนวเทือกเขาหางนาคอยู่ไม่ไกลมาก พ้นแนวสวนยางไปจะเป็นผืนป่าทึบบริเวณเชิงเขา ลักษณะเส้นทางเดินป่าก็ลาดชันมากขึ้นตามลำดับจนถึงบนสันเขา สามารถมองเห็นทิวทัศน์เลียบแนวริมผาไปถึงยอดเขาพนมเบญจา พบเทือกเขาหินปูนขึ้นโดดเด่นอยู่มากมาย คล้ายกับทางอีสาน มีป่าแคระ ป่าเสม็ดที่สมบูรณ์มาก สร้างความสวยงามได้อย่างแปลกตา ในบริเวณป่าเสม็ดใต้เชิงยอดหงอนนาคก็มีแหล่งน้ำซับที่หยดลงในแอ่งหิน จนกลายเป็นแอ่งน้ำที่สมบูรณ์ สามารถใช้สอยได้ตลอดทั้งปี เป็นน้ำที่ใสบริสุทธิ์เพราะซึมมาจากใต้หิน นักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาพักค้างแรมก็ต้องใช้น้ำที่นี่เพียงแห่งเดียว พื้นที่บนยอดเขาหางนาคก็มีขนาดไม่กว้างใหญ่มาก จากการสำรวจไปรอบๆ แนวยอดหงอนนาคจนมาถึงมุมด้านตะวันตกที่มีลานหินชมวิวอยู่ที่ริมผาเช่นกัน สามารถมองเห็นท้องทะเลหมู่เกาะจำนวนมาก และยังเห็นแนวเทือกเขาหางนาคทอดยาวลงไป ปกคลุมด้วยผืนป่าที่สมบูรณ์มาก พอคาดเดาว่าป่าแห่งนี้ยังมีสัตว์ป่าอยู่บ้าง เท่าทราบก็มีหมูป่า ชะนี อีเห็น เป็นต้น เส้นทางสายหลักที่ชาวบ้านใช้อยู่เป็นประจำ เนื่องจากว่าด้านบนป่าเขาใกล้เชิงเขาหางนาค มีที่ราบกว้างใหญ่ ชาวบ้านได้เข้ามาบุกเบิกทำมาหากิน ปลูกยางพาราจนสามารถเก็บเกี่ยวได้

 

อุทยานแห่งชาติในจังหวัดกระบี่ :

อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา อำเภออ่าวลึก อำเภอเขาพนม อำเภอเมือง

อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี อำเภออ่าวลึก อำเภอเมือง

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา อำเภอเกาะลันตา

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อำเภอเมือง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม  อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่  อำเภอวังวิเศษ อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง

 

แผนที่อำเภอต่างๆ ในจังหวัดกระบี่

 

 

ไกด์พงษ์ แก้ไข 1/11/2559

http://www.oknation.net/blog/guidepong

 

ต้องการปรึกษา, มีคำถามหรือปัญหา, ตั้งกระทู้ต่างๆ, รับสมัครงาน

ต้องการมัคคุเทศก์ หรือหัวหน้าทัวร์ และผู้ช่วยมัคคุเทศก์

โดย ไกด์พงษ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net