วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระธาตุพนม พยานศรัทธา พยานรัก


หลายเดือนก่อน ผมมีโอกาสได้พักผ่อนไกลถึง จังหวัดนครพนมโน้นครับ   แหม...มาถึงริมฝังโขงแล้ว

 ภาพของน้องจำปาหรือน้องอเล็กซานดร้า สาวลาวในดวงใจ ในขณะที่กำลังสาบานรักกับ

หนุ่มพิณ นครพนม ต่อหน้าพระธาตุพนมก็ผุดเข้ามาในสมองทันที วันนี้ผม พิณ  นครพนม

(ขอเป็นพระเอกสักวันนะซักวันนะครับ) ขออาสาพาพื่อนๆ ไปย้อนรอย ฉากสาบานรัก และสักการะ

พระธาตุพนมกันสักครั้งครับ จะได้ทราบความเป็นมา ว่ากว่าที่พระธาตุพนมจะมาเป็นพยาน

แห่งความศรัทธา ของชาวพุทธ  ทั้งฝั่งไทย และลาว รวมถึงเป็นพยานรัก

ของหนุ่ม-สาวหลายคู่ได้อย่างไร

วัดติดถนนใหญ่เลย รับรอง ไม่มีหลงทาง

พระธาตุพนม เป็นพระพุทธเจดีย์ ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  ส่วนพระอุรังคธาตุ

(พระธาตุ ส่วนหน้าอกครับ)ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่ที่ วัดธาตุพนมวรมหาวิหาร

 อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ครับ  ค่ารถจากตัวเมืองมาประมาณ 25 บาทเท่านั้น

ว่ากันว่า พระธาตุพนม สร้างขึ้นครั้งแรก ราวปี พ.ศ. 8 ครับ โดยในขณะนั้น อานาจักรศรีโคตรบูร

 กำลังรุ่งเรื่องเฟื่องฟูเชียวแหละ โดยมีพระอรหันต์ 500 รูป  และเจ้าพระยาทั้ง 5

(มีใครบ้าง ก็ไม่รู้ หาทั่ววัดก็ไม่ยักกะเห็น) ซึ่งมีพระมหากัสสะปะ เป็นองค์ประธาน ครับ

ในสมัยนั้น องค์พระธาตุมีความสูงเพียงแค่ 8 เมตรเท่านั้นเอง

ว่าแล้วก็เล็กมากจริงๆนะเนี่ย

หลังจากนั้นได้มีการบูรณะเรื่อยมาถึง 3 ครั้งจนกระทั้งพระธาตุมีความสูงถึง 43 เมตร ยอดฉัตร

ทำด้วยทองคำหนัก10 กิโล  (โอ้ววว10 กิโล) ประดับด้วยเพชรพลอยเก่าแก่กว่า  300  

(ป๊าดดดดดคือหลายแท้  ) เฉพาะยอดฉัตรอย่างเดียวสูง 4 เมตร  รวมความสูง ได้ 47 เมตร

เห็นยอดฉัตรม๊ะ  เห็นเพชรป๊ะ  แล้วทำไมผมไม่เห็นเพชรเลยเนี่ย

กระทั้ง ปี 2518 องค์พระธาตุพนมได้ล้มลงทั้งองค์  ด้วยเหตุที่องค์พระธาตุเก่าแก่มาก  

เรียกว่า เป็นกฏของความไม่เที่ยงนั่นเอง ไม่น่าเชื่อว่า ยอดฉัตรที่อยู่สูงจากพื้นถึง 43 เมตร

 ตกลงพื้นมีเพีงแค่รอยบุบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ความเสียหายขององค์พระธาตุครั้งนี้ นับเป็นข่าวร้ายที่สะเทือนใจชาวพุทธทั่วโลก

 

อิฐของพระธาตุองค์เดิมครับ เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์  

หลังพระธาตุล้มลง กรมศิลป์ ได้ทำการขุดค้น พบ พระเก่า เครื่องใช้สำริดมากมาย ย้ำครับ

มากกกกกกกกกกกกมายยยยยยยยยยยย 

 โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง

มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมายๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

   ใช้เวลาขุดถึง  107 วัน จึงแล้วเสร็จ  คิดดูเถอะครับ ว่าเยอะขนาดไหน 

ขุดกันทีสามเดือน 

อันนี้ ไห โบราณ  ว่ากันว่า ข้างในมีพระเต็มเลยย อยู่ในพิพิธภันฑ์เหมือนกัน

การขุดค้นพบพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุอยู่ใน ผอบแก้ว มีสันฐานคล้ายรูปหัวใจ ถึง 8 องค์

ปี2519 ได้มีการสร้างองค์พระธาตุพนม องค์ใหม่ขึ้นครับ โดยสร้างครอบฐานเดิม

 รูปร่างเหมือนเดิมเป๊ะ แต่ว่าเล็กกว่าองค์เก่าเล็กน้อย  (น้อยนึง)  ไม่น่าเชื่อว่าใช้เวลาก่อสร้างถึง 4 ปีเต็ม

จึงแล้วเสร็จ รู้มั้ย บริษัทไหนที่รับสร้างโครงขององค์พระธาตุ ทายไม่ถูกอะดิ ก็บริษัทที่กำลัง

สร้าง รางรถไฟฟ้าสาย อ่อนนุช-บางนาไงครับเขามีชื่อว่า บ.อิตาเลี่ยน- ไทย จำกัด

 โอวว ม่ายน่าเชื่อ

21-23 มีนาคม 2522  รัฐบาลไทยได้ทำพิธียกฉัตร โดยมีสมเด็จพระสังฆราช

เป็นประธานในพิธี ว่ากันอีกว่า พระธาตุองค์ใหม่หนักตั้ง 2,300 ตัน

 ใช้เงินก่อสร้างถึง 19,472,957.49 บาท

(สิบเก้าล้านสี่แสนเจ็ดหมื่นสองพันเก้าร้อยห้าสิบเจ็ดบาทสี่สิบเก้าสตางค์)

เป็นเงินประชาชนบริจาคถึง 14,472,957.49 บาท ที่เหลือ เป็นงบประมาณแผ่นดิน

ห้าแสนบาท ครับ งบแผ่นดิน

 

ว่ากันอีกแล้ว ว่า พระธาตุองค์ใหม่เอียงเล็กน้อย เห็นม๊ะ เอียงจริงๆ เอียงเห็นๆ (ถ่ายเอียงจริงๆ)

ลวดลายอันวิจิตร ฝีมือช่างกรมศิลป์เค้าหละ ว่าแต่ว่า ฟ้าแจ่มจริงๆ ฝีมือถ่ายเจ๋งจริงๆสิหน่า อิอิ

สูงมั๊กๆ  แทบจะนอนถ่ายแล้วนะนี่

ใครมาถึง ก็ต้องตี ฆ้องสี่ลูกนี้ทุกที  หากพี่น้องกำลังไหว้พระธาตุ จะได้ยิน

เสียงฆ้องเป็นระยะๆไม่ต้องตกใจครับ

จุดให้เช่าวัตถุมงคล ครับผม สวยๆทั้งน้านนน

ปัจจุบัน ภาพที่เห็นจนเจนตาคือภาพ ของหนุ่ม-สาว สาบานรักกันที่พระธาตุพนม

ไม่น่าเชื่อ แม่กับพ่อผม ก็เคยมาสาบานกันที่นี่ แต่ไม่ใช่สาบานรักนะ

สาบานว่าจะไม่มีเมียน้อยอีกต่างหาก  

 พระธาตุพนมศักสิทธิ์มากครับ หากใครไม่ทำตามที่สาบานไว้ ผลของคำสาบาน

 จะตามคิดบัญชีใน 3 วัน 7 วัน หนุ่มสาวที่ยึดมั่นในความรัก จึงพร้อมใจมาแสดงความจริงใจ

เพื่อให้พระธาตุพนมเป็นพยาน ใครสนใจม๊ะ

 เอาหละสิ  ให้สาบานที่ไหนไปได้ แต่พระธาตุพนมผมไท้ไปไม่ไป

วันนี้ผมไม่เห็น อเล็กซานดร้า ครับ แต่ไม่เป็นไร พระเอก ก็จะยังเป็นพระเอกวันยังค่ำ

โอกาสหน้าพบกันใหม่ครับ พี่น้องของปิ่นแก้ว

Playing...: 003.เพลงรักริมฝั่งโขง - พิณลานาง - เวียร์.wma

ขอบคุณ  http://kundream.ath.cx/forum/showthread.php?p=64  สำหรับเพลงเพราะๆครับ

โดย ปิ่นแก้ว

 

กลับไปที่ www.oknation.net