วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องไม่เป็นเรื่อง เนื่องมาจากใคร??


เรียนคุณบอกอ. ที่รักและนับถือ

ดิฉันไม่สามารถเข้ามาใช้งาน มาเขียนเรื่อง มาเขียนคอมเม้นท์ทักทายใครในโอเคเนชั่นได้ (โดยใช้บราวเซอร์ Windows Internet Explorer) ตั้งแต่มีญาติๆทางศรัทธาเพิ่มมากขึ้น (จนยอดผู้เข้าชมวันละเฉียดล้าน) เพราะไม่สามารถล็อคอินเข้ามาได้ (ตอนนี้เลี่ยงมาใช้ลุงกูเกิ้ลโครม ซึ่งจัดการกับขนาดตัวอักษรยากมาก) หรือว่าเป็นเครื่องคอมฯของดิฉันรวน (กวน) กันแน่คะ

เหตุนี้ล่ะค่ะ ที่ทำให้เรื่องที่เขียนเอาไว้ ไม่สามารถเป็นเรื่องปรากฏในบล๊อกได้ ดิฉันจึงอยากจะถามว่า หากมีเรื่องเกิดขึ้นแล้วดิฉันจะไปฟ้องร้องบอกกล่าวกับใคร เพราะว่าตอนนี้เรื่องต่างๆก็เริ่มทยอยเกิดขึ้นมาแล้วล่ะค่ะ

ในท่ามกลางความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจต่อเรื่องภายนอกโลกอินเตอร์เน็ต ที่เกี่ยวข้องกับทางการบ้านการเมือง ที่ต่อเนื่องมาจากการเผาบ้านเผาเมืองของคนไทยกันเอง ทั้งที่มีเรื่องอื่นๆ ที่อยากจะเล่าค้างคาเอาไว้เยอะ(ที่ไม่เกี่ยวกับการเมืองไทย) ก็คงต้องเอาไว้ให้อะไรๆคล่องตัวขึ้นกว่านี้ ค่อยเอามาเล่ากระมังคะ 

........มีเรื่องด่วน....ชวนปวดหัว ไม่รู้จะทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างไรดี วานท่านผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วยเถิด

เมื่อวานนี้ ที่ฉันถูกซักฟอก 

เป็นเพราะฝนตกมาอย่างแรง ฟ้าแล่บแปล่บปลาบจนน่ากลัว ฉันจึงตัดสินใจหยุดงานในไร่ ตะโกนบอกคนช่วยทำงานสองคนให้รีบหลบเข้าร่มเงา...ใต้ถุนบ้าน

ยายแดงกับยายหนู เป็นคู่บุญช่วยสร้างงานสร้างการในสวนนี้มาตั้งแต่เริ่มบุกเบิก ไม่ว่าฝนจะแล้ง น้ำจะท่วม หรือไฟไหม้ สองคนนี้จะเป็นทัพหน้าที่รีบมาช่วยอย่างเร็วพลัน จึงสามารถอวดได้ว่าเป็นคนรู้ใจฉันได้ดีพอสมควร แต่ทว่า....เวลาแบบนี้ ความสัมพันธ์บางด้าน คงต้องหันมาตรวจสอบกันใหม่ ฉันจึงถูกซักฟอกแบบสองรุมหนึ่ง ในท่ามกลางสายฝนโปรยปราย เสียงฟ้าคำราม ฉันตอบข้อซักถามปากคอสั่น (สั่นเพราะเร่งให้ทันกับความคิด) เหลือเชื่อจริงๆว่า การให้การศึกษาด้านการเมืองแก่ฝ่ายแดง ของแกนนำแดง ทำให้คนระดับล่าง (ล่างทั้งฐานะทางสังคม การศึกษาและรายได้) มีความเชื่อมั่นในข้อมูลจนกล้าตรวจสอบข้อมูลจากคนที่เขาเชื่อว่าคิดต่าง(แบบฉัน)ได้

หมายเหตุ...ไม่ใช่เพราะฉันประกาศตัวเป็นเหลือง หรือเพราะคิดว่า ฉันเหนือกว่าในทุกด้าน ฉันไม่เก่งกว่าสองคนในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องงานเรื่องการหากิน แต่ฉันเข้าถึงข้อมูลได้รอบด้านกว่าพวกเขา และเพราะครั้งหนึ่ง...เมื่อช่วงสถานการณ์กรุ่นๆใหม่ๆ ในขณะที่คนทำงานหลายสิบชีวิตกำลังกรำแดดกลางสวนฉัน พวกเขามาจากหมู่บ้านใกล้ๆ มีความคิดเป็นกลุ่มก้อนไม่ขัดแย้งกัน ค่อนไปทางเห็นว่า นายทักษิณน่าสงสาร ถูกรังแก แต่ฉันกลับประกาศโต้งๆว่า "ฉันเกลียดทักษิณ เพราะ......!!!!!!  ??????? " ว่าไปหลายประการ กระทั่งข้อสุดท้าย มาถึงเรื่องล้มล้างราชวงศ์ ข้อนี้เองที่ยายแดงบอกว่า "ถ้าอย่างนั้น พี่ก็รับไม่ได้" !!!!! 

มาวันนี้ เสร็จสิ้นการเผาเมือง ฉันเจอคำถามว่า
"อภิสิทธิ์เป็นคนเลวไหม ที่สั่งให้ฆ่าคนไทยด้วยกัน"
"ในเมืองไทยมีคนที่รวยทักษิณหรือเปล่า ถ้ามีทำไมเขาไม่ถูกด่า ไม่ถูกรังเกียจเหมือนทักษิณ"
"คิดยังไงกับมหาฯจำลอง ชอบเขาหรือเปล่า"

ยายแดงกับยายหนูตั้งใจฟังฉันสาธยายเป็นอย่างดี มีคำถามแหลมคมหลายคำถามที่ชวนตอบ และฉันก็พยายามตอบเท่าที่จะทำได้ เท่าที่พอจะเปรียบเทียบเปรียบเปรยให้เห็นถึงพิษภัยของระบอบทักษิณ และผลอันดีต่อวิธีคิดของเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่าน.....การเปรียบเทียบตรงนี้ ทำให้หญิงชาวนาสองคนนี้เข้าใจอะไรๆได้ชัดเจนขึ้น เพียงเพราะฉันชี้ให้ดูว่า...

"เห็นปัญหาที่โรงรับซื้อของเก่าข้างหมู่บ้านโรงนั้นไหม ที่ทำให้หมู่บ้านเรามีน้ำเสีย..เพราะขวดเปล่าที่เคยใส่สารเคมีเขาเก็บไว้ยังไง เศษเหลือทิ้งที่ขายต่อไม่ได้เขาจัดการยังไง เห็นไหม การทิ้ง การเผาแบบนั้น บอกถึงอะไร นี่ขนาดโรงงานเล็กๆ ที่น่าจะคุยกันได้ ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย เพราะเขาคิดแค่ผลประโยชน์ของตัวเอง แล้วถ้าเป็นการบริหารประเทศของทักษิณ ชาวบ้านก็เป็นเบี้ยตัวหนึ่งเท่านั้น เขาบอกว่าจะทำให้อาชีพเกษตรกรหมดไป ให้คนจนหมดไป รู้ไหมว่าเขาจะทำยังไง"

ยายแดงรีบตอบว่า...
"เอาเงินล้านมาให้ ให้คนเป็นหนี้เยอะๆ จะได้ขายที่ดินใช้หนี้ ไปเป็นกรรมกรในโรงงาน"
ยายหนูรีบเสริม...
"โอ๊ย ฉันไม่เอาด้วยหรอก ไปเป็นคนงาน แค่ไปทำงานในโรงงานสังกะสียังหายใจไม่สะดวกเลย มาทำงานในไร่แบบนี้ยังดีกว่าเยอะ"

อืม...เป็นการสนทนาที่เข้าทางฉันพอดี ไม่อย่างนั้นฉันอาจเสียคะแนนการซักฟอกความคิดทางการเมือง

"ยาย การเป็นคนรวยไม่มีความผิด แต่ถ้าเป็นนักบริหารประเทศแล้วรวยผิดปกติ เป็นความผิด เหมือนทักษิณนั่นล่ะ ทำไมต้องซุกหุ้น ทำไมไม่จ่ายภาษี บางคนว่าเขาผิด บางคนว่าเขาไม่ผิด เพราะกฏหมายมีปัญหา กฏหมายไม่ชัดเจน ไม่ใช่คนดูแลกฏหมายไม่ดี ยายดูง่ายๆ เรื่องที่ดินแถวนี้ ก่อนที่ข้อยจะมาอยู่ ยายหนูเคยเอาวัวมาเลี้ยงได้ใช่ไหม ไม่มีใครว่ายายหนู่ใช่ไหม เพราะเป็นที่รกร้าง พอข้อยมาอยู่ ข้อยปลูกต้นไม้ไว้ ล้อมรั้วด้วย ยายหนูเริ่มลำบาก ต้องเอาวัวไปเลี้ยงไกลๆ แต่ยายหนูมาว่าข้อยว่าเห็นแก่ตัวไม่้ได้ จริงไหม ความจริงถ้าข้อยเห็นใจยายหนู ข้อยก็น่าจะอนุโลมให้เอาวัวมาปล่อยได้ แต่ข้อยเห็นใจไม่ได้ เพราะต้นไม้ข้อยก็จะไม่โต แถมตายด้วย นี่คือระบบของผลประโยชน์ ที่ทักษิณเขาว่าเขาไม่ผิด เขาไม่ได้ทำผิด ผลประโยชน์ของเขา กฏหมายว่าไว้อย่างไรก็เถียงกันไป เขาอ้างกฏหมาย ไม่ได้อ้างผลลัพธ์ที่เกิดกับประเทศ ถ้าคิดแบบคนกันเอง แบบข้อยกับยายหนู ก็บอกว่าเอาวัวมาเลี้ยงได้ แต่อย่าให้มันกินต้นไม้ข้อยเด้อ ...อย่างนี้ยายหนูก็อาจจะไม่เอามาเลี้ยงก็ได้ เพราะขี้เกียจระวังวัวทุกฝีก้าว แต่มันเป็นระบบที่คุยกันได้ เห็นหัวกัน เห็นน้ำใจกัน ไม่เอาแต่ประโยชน์ตนฝ่ายเดียว ระบอบทักษิณ ก็อาจเป็นว่า..ห้ามวัวยายหนู แต่ให้วัวยายแดงเขามากินหญ้าแทน เพราะเป็นคนสนิทกับข้อยมากกว่า...ทำนองนี้แหละยายเอ๊ย มันก็เข้าตำราสองมาตรฐานเหมือนกัน" 

"ถามจริงๆเถอะยาย ที่เจ้าตาถลน (สองคนนี้เขาเรียกนายจตุพร ว่าตาถลน)เขาพูดว่าบ้านเมืองเราสองมาตรฐาน  ยายคิดว่าอะไรที่เป็นสองมาตรฐาน"

ยายแดงบุ้นใบ้ให้ยายหนูตอบ..
"ก็ที่เขาว่า  ?????กับ !!!!!... ทำให้บ้านเมืองไม่ปกติ แล้วเขาจะเป็นกษัตริย์เสียเอง"

"โอ้ย !!!....ยายหนู โอ้ย!!!  อย่าพูด อย่าได้คิด ขอร้อง ขอร้องล่ะ ฟัีงนะ สองมาตรฐาน คือเรื่องแบบนี้นะ.........??,,,,,!!!!!ใ...... ???????......./////////.......???????"  


ฉันตกใจ พยายามอธิบายเท่าที่มีข้อมูลอยู่ในหัว พยายามจะบอกกับหญิงสูงวัย (กว่าฉัน) สองคนนี้ให้เข้าใจว่าโลกของการสื่อสาร ที่ทำให้นายทักษิณเป็นบ้าเป็นหลังเทียวยุแยงผู้คนให้เกลียดชังกันทั่วประเทศนั้น มีหลายช่องทาง ไม่ใช่แค่ทางวิทยุชุมชนที่คนในหมู่บ้านของแกหัวปักหัวปำหลงเชื่อและคิดว่าใช่แล้วเป็นแน่แท้นั้น คือหนทางเดียว

ตราบใดที่คนระดับล่างยังไม่รู้ว่าโลกของการสื่อสารของพวกเขา (จากวิทยุ) มีโอกาสเป็นความเท็จได้ เขาคงไม่คิดจะตรวจสอบ หรือคิดจะตรวจสอบ...จะไปตรวจสอบกับใครได้ ในเมื่อทุกคนฟังเรื่องเดียวกัน จากสื่อเดียวกัน 

จะมีคนแบบยายแดง ยายหนู ที่อยากจะตรวจสอบคนคิดต่างแบบฉัน อยู่อีกสักกี่คน

แล้วโอกาสที่จะมีคนแบบฉัน ให้เขาเชื่อมั่นว่าการซักถาม ซักฟอก จะไม่นำมาซึ่งความโกรธเคือง มีซักกี่คน 

แล้วคนแบบฉัน...ที่ยังหวั่นไหว ในวันที่มีการเผาบ้านเผาเมือง มีคนตาย มีคนเสียใจ มีคนอกหัก คนแบบฉันที่ยังหวั่นเกรงว่าความเกลียดชังนั้นจะลุกลามไปทั่ว จนกระทั่งฉันอาจไม่มีใครอยากจะมาคบหาในบ้านไร่ชายป่าแห่งนี้

โชคดีที่หัวใจใสซื่อของสองยาย ยังเปิดกว้าง 

 

โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net