วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฟังได้แล้ว บัดเดี๋ยวนี้ บทเพลงของป้อม กีต้าร์เมา ครูหลังม้า


บทเพลงของป้อม  กีต้าร์เมา...

   ...............เพลง  ครูหลังม้า

เพลงครูหลังม้า......../...ป้อม กีต้าร์เมา



บนยอดเขาปลายดอย เด็กตัวน้อยกำลังรอ
วันนี้จะมาไหมหนอ เจ้ารอด้วยความหวัง..หวัง...มุ่งหวัง วันนี้ครูคงมา

อันสังคมเมืองไทย ช่างยากไร้การศึกษา
เด็กตัวน้อยในพนา ตั้งตารอคุณครู
ครูโอ้ครู ครูหลังม้าใจดี

*กลางดงดอยป่าเขา แว่วเสียงเล่าอาขยาน
นั่นเป็นดั่งสัญญาณว่าครูนั้นกลับมาเยือน
ครึ่งค่อนเดือนถึงเยือนเราสักที.

**วันนี้ครูคงลา..คุณครูจ๋าเราจะรอ
พรุ่งนี้จะนานไหมหนอ
เฝ้ารอด้วยความหวัง
หวังเจ้าหวัง..ครูหลังม้าจะกลับมา

.............(ซ้ำ *,**)....................

หวังเจ้าหวัง...ครูหลังม้าจะกลับมา


..........................จบ................................




.....ปี2530-31ผมก็เคยได้ดูสารคดีครูหลังม้า...

เกี่ยวกับครูที่ต้องขี่ม้าเดินทางไปสอนเด็กตามดอยสูง....

.ขึ้นเขาลูกแล้วลูกเล่า...เพื่อไปสอนเด็กตามหมู่บ้านต่างต่าง.......

ผมประทับใจเลยเอามาเขียนเป็นเพลงชื่อครูหลังม้า.....

...............................................................................................................................

ข้อมูลเพิ่มเติม

แม่ฮ่องสอน ดินแดนเมืองสามหมอก มีเรื่องราวต่างๆมากมาย ให้นักทำสารคดีได้สรรหาเรื่องราวมาให้ผู้ชมได้ชม  เรื่องราวของครูหลังม้าและดอกบัวตองแห่งบ้านแม่สุรินทร์อำเภอขุนยวม ที่มีเรื่องราวแปลกๆในการเดินทางเข้าไปสอนเด็กในหมู่บ้านต่างๆ ตามป่าเขา ซึ่งมันเป็นโครงการของการประถมศึกษาอำเภอขุนยวมเค้า

เรื่องราวมันก็มีอยู่ว่า ในอำเภอขุนยวมนั้น มันเต็มไปด้วยเทือกเขามากมาย และแต่ละหุบเขานั้นมันก็มีหมู่บ้านกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งแต่ละหมู่บ้านนั้นก็จะห่างกันไม่เกิน1-2กิโลแม้ว คือเดินกันเกือบครึ่งวันนะแหละ ที่นี้ทางรัฐเห็นว่า ในแต่ละหมู่บ้านนั้น มีผู้คนอยู่มากมาย และอยู่กันมานานเป็นชั่วอายุคน ท่านก็เลยกลัวว่าผู้คนเหล่านั้นจะกลายเป็นมนุษย์ดึกดำบรรไป ก็เลยสนับสนุนและหาวิธีให้ชาวบ้านได้มีโอกาสทางการศึกษากับเค้าบ้าง ไอ้ตรงไหน พื้นที่ไหน ที่สามารถนำพาหนะเข้าไปถึงได้ ก็ให้ใช้รถเดินทาง นำครูเข้าไปบุกเบิก ส่วนพื้นที่ไหนที่ต้องใช้เดินเท้า ก็ให้ครูเดินเข้าไป โดยไปส่งที่ใกล้ที่สุด แต่หมู่บ้านต่างๆก็มีมากเกินไป เกินกว่าที่ครูจะเดินไปสอนและแบกสัมภาระเข้าไปได้  การศึกษาก็จบสิ้น ณ จุดนั้น มันจึงทำให้เด็กๆอีกมากมายขาดโอกาสทางการศึกษา   นี่เองจุดนี้ทำให้เกิดครูหลังม้าขึ้นมา 

ครูหลังม้า จะใช้วิธี นำม้ามาบรรทุกอุปกรณ์การเรียนการสอน  จำพวกสมุด ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด หนังสือเรียน และเทปการสอน(เครื่องเล่นเทปบันทึกเสียงทางการหามาให้ โดยใช้แบตเตอร์รีแทนไฟฟ้า) โดยในบ้านแม่สุรินทร์แห่งขุนยวม จะมีหมู่บ้านที่อยู่ไกล้ๆกัน ประมาน6-7หมู่บ้าน ที่สามารถเดินทางด้วยเท้าถึง แต่ละหมู่บ้านโดยใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง(คนชำนานทางนะ) ครูที่พาผมเดินสอนเด็กชื่อ “ครูอำพล” ท่านจะใช้ม้า2ตัว(ผมซื้อให้)บรรทุกสิ่งที่ว่า ไปสอนเด็ก โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ ถึงหมู่บ้านที่1ก็จัดการนำหนังสือเรียนและอุปกรณ์ต่างๆแจกเด็กๆในโรงเรียน โรงเรียนก็เป็นเพียงเพิงหมาแหงนธรรมดา ครูจะสอนนักเรียนและอัดเทปไว้ด้วยในการสอนนั้น โดยสอนให้ได้มากที่สุด ในเวลาที่มีเหลือในหนึ่งวัน  คือสอนทั้งกลางวันและกลางคืนนิดหน่อย ถ้าเด็กยังไม่เข้าใจ และจากนั้นก็สั่งงานเด็กๆไว้ พร้อมทั้งทิ้งม้วนเทปที่สอนแล้วและเทปวิชาอื่นๆที่เด็กฟังแล้วเข้าในไว้ให้  จากนั้นวันรุ่งขึ้นก็เดินทางต่อไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง และก็ทำเช่นนี้เช่นกันกับหมู่บ้านที่2-3-4-5-6-7เป็นหมู่บ้านสุดท้าย ก็วันอาทิตย์พอดี ที่นี้ย้อนมาหมู่บ้านแรก เมื่อครูสั่งงานแล้ว  กว่าที่ครูจะมาอีกก็หนึ่งอาทิตย์  วัน เวลาที่เหลือ  เด็กๆจะเรียนกันเองจากเทปที่ครูทิ้งไว้ให้ทั้งอาทิตย์ ทุกคนจะเรียนซ้ำๆกันทุกวัน ในหนึ่งอาทิตย์ หลายคนคิดว่ามันไม่ได้ผลหรอก ขนาดครูสอนทุกวัน เด็กยังไม่ค่อยเข้าใจเลย ขอโทษตรงกันข้าม มันเหมือนกับเราดูหนังโฆษณานี่แหละ ดูทุกวัน ฟังทุกวัน ต่อๆมาแค่ขึ้นซีนแรกหรือฉากแรกเราก็รู้แล้วว่าเป็นโฆษณาอะไร  เด็กๆในป่าก็เหมือนกัน  ฟังทุกวัน อ่านทุกวัน พอครูกลับมาทบทวนให้อีกอาทิตย์ต่อมา เด็กๆเข้าใจได้ดีเลย แต่มันจะช้าในการเรียนหลายๆวิชา เพราะในเมืองในหนึ่งวัน เด็กๆจะต้องเรียนหลายวิชา แต่ในป่าครูหลังม้า เด็กๆจะได้เรียนอาทิตย์ละ2-3วิชาเท่านั้น แต่วิธีการครูหลังม้านี้กลับดีกว่าสำหรับเด็กในป่า ผมไม่ทราบว่าเป็นเพราะสิ่งใด แต่มันน่าจะเกิดจากการ ที่เด็กได้ฟังและเรียนซ้ำๆกันในหนึ่งอาทิตย์มากกว่า 

 สรุปได้ว่า เด็กๆนักเรียนในโครงการครูหลังม้าในอดีตนั้น ประสพผลสำเร็จในระดับหนึ่งที่ดีทีเดียว แต่จุดจบของครูหลังม้ามิได้อยู่ที่ความอดทนของครูฝ่ายเดียว แต่มันกลับอยู่ที่กำลังสนับสนุนของรัฐนั่นเอง

..........................................................................................................................

 

(ภาพประกอบภาพนี้...ประกอบเรื่องราวเฉยๆๆ..ไม่เกี่ยวกับเรื่อง..ครูหลังม้า..ครับ )

บางส่วนข้อมูลจาก

www.rongreinkhongnoo.com/index.php?lay=show...

.....................................................................................................................................................

  ปัจจุบันโครงการครูหลังม้า..ได้หายไปแล้ว...

             

ประจำวันที่ 9 พฤศจิกายน 2547

ครูเคลื่อนที่ช่วยเด็กชาวเขา ( สำนักข่าวพิมพ์ไทย-ซิงหัว 09/11/47 )


นายโกศล ปราคำ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาหมู่บ้านต่างๆ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนอยู่กระจัดกระจาย รวมทั้งเด็กชาวไทยภูเขาในหมู่บ้านตามแนวชายแดนไม่สามารถเดินทางมาโรงเรียนได้ เนื่องจากบริเวณที่ตั้งโรงเรียนอยู่ห่างไกล ทำให้โครงการครูหลังม้าเกิดขึ้น ปัจจุบันโครงการครูหลังม้าได้หายไปจากระบบการศึกษาของจ.แม่ฮ่องสอนไปกว่า 8 ปีแล้ว ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดก็ได้จัดโครงการครูเคลื่อนที่ ไอซีที สู่อีหลังเขาขึ้น

โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่เข้าไปเสริมการเรียนการสอนให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนครูสอน ซึ่งในเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 แม่ฮ่องสอนมีโรงเรียนทั้งหมด 160 แห่ง เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก 96 แห่ง จะใช้ครูอัตราจ้างจำนวน 4 คนและครูวิชาชีพอีก 1 คน พร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบการเรียนการสอนที่ทันสมัย นำเข้าไปในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อเข้าไปสอนให้แก่เด็กนักเรียน ทั้งนี้ ครูเคลื่อนที่ ไอซีที สู่อีหลังเขา จะประจำอยู่ในพื้นที่อ.ขุนยวม อ.เมืองแม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า และอ.ปาย รวม 4 อำเภอ

  ข้อมูลจาก..

www.moe.go.th/webpr/news_day/m110947/edu5.html - 6k

   ( ความทรงจำเก่าๆ..เรียบเรียง )

......................................................................................

ส่วนข้อมูลของบทเพลงนั้น..ตั้งคำถามไว้ หรือแสดงความคิดเห็นไว้นะครับ

เมื่อคุณป้อมว่างๆ..แวะเข้ามา..คงได้สื่อสารและตอบกันนะครับ..

...คนจร..ก็อย่างนี้แหละครับ..จรไปเรื่อย..ไม่ค่อยมีเวลา..

..........................................................................................

          
     

โดย ป้อมกีตาร์เมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net