วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปากคำของแผ่นดิน จารึกไว้ในคืนวันร้อนร้าย


ปราณี วุ่นฝ้าย


‘ลุ่มน้ำคลองภูมี มีปัญหาสารพัด’

(เรื่องสืบเนื่องจากเอนทรี่ "ลบเขาคูหา สัญลักษณ์รัตภูมิ ออกจากแผนที่โลก สังเวยแผนพัฒนาภาคใต้" กรุณาคลิ๊กอ่านย้อนหลังได้ที่ http://www.oknation.net/blog/STCC/2010/06/02/entry-1)

พลันที่การต่ออายุสัมปทานเหมืองหินเขาคูหา ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ถูกชาวบ้านในพื้นที่ลุกขึ้นมาคัดค้าน ความสำคัญของลุ่มน้ำภูมีก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง ผ่านกิจกรรมของกลุ่มต่างๆ ใน “เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาลุ่มน้ำรัตภูมี” ปราณี วุ่นฝ้าย หรือแหม่ม หนึ่งในคณะผู้ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำรัตภูมี บอกเล่าถึงการก่อเกิดเครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาลุ่มน้ำภูมี ในท่ามกลางสารพัดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อลุ่มน้ำแห่งนี้ อันหมายรวมถึงการทำเหมืองหินเขาคูหา ที่มีคลองเคียนสายน้ำสาขาของคลองภูมีไหลผ่าน


ปัญหาและผลกระทบสารพัดที่มีต่อลุ่มน้ำคลองภูมี ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ต่อไปนี้คือคำตอบ

ปราณี วุ่นฝ้าย

เครือข่ายคลองภูมีเริ่มก่อรูปตั้งแต่เมื่อไหร่
ประมาณปลายปี 2549 แหม่มมาช่วยงานเครือข่ายเกษตร ก็มาพบกับเครือข่ายศึกษาและอนุรักษ์ลุ่มน้ำภูมี มีการทำเรื่องการท่องเที่ยว มีการทำเว็บไซต์รัตภูมิซิตี้ดอทคอมด้วย โดยคุณวรัณ สุวรรณโณ

แผนงานของเครือข่ายเกษตรตอนนั้นคือ การเฝ้าระวังสารเคมี ส่วนของคุณวรัณ สุวรรณโณ เป็นเรื่องของการท่องเที่ยว เราเลยมานั่งคุยกันระหว่างสองเครือข่ายนี้ว่า น่าจะทำเรื่องของการเฝ้าระวังคลอง เลยกลายมาเป็นกิจกรรมล่องแพ แลคลองลองแล เป็นกิจกรรมแรกที่ทำในตอนปี 2549 ตอนแรกก็คิดเรื่องการระดมทุนในรูปของการจัดแรลลี่ และถือโอกาสสังเกตคลองไปด้วย เพราะตอนนั้นคลองมีปัญหาหนักจากการใช้สารเคมี

พอลงพื้นที่จริงเรากลับพบว่า เรื่องสารเคมีไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน กลายเป็นว่าเรื่องเร่งด่วนคือ บ่อทราย เราเจอบ่อทรายเยอะมาก เฉพาะแถบต้นน้ำมีบ่อทรายเกือบ 10 บ่อ ถึงแม้เจ้าของจะไม่ได้เป็นคนเดียวกัน แต่ก็อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ตอนนั้นเราเชื่อมประเด็นป่าไม้เข้าไปด้วย ให้เครือข่ายได้รับรู้ปัญหาป่าต้นน้ำ ที่ถูกบุกรุกถูกทำลาย หลังจากนั้นเรามองหาเพื่อน ก็ได้โรงเรียนสิริวัณวรี วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสงขลา เริ่มจับมือกันเป็นเครือข่าย ขณะที่เครือข่ายเกษตร มีฐานอยู่ที่ปลายน้ำด้วย เราก็เริ่มจับกลุ่มเป็นภาคีขึ้นมา

วันที่ 1 เมษายน 2550 เป็นวันก่อตั้งเครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาลุ่มน้ำรัตภูมี หลายคนเสนอให้ใช้ชื่อเครือข่ายที่ต้องครอบคลุมประเด็นปัญหาต่างๆ ด้วย จะได้นำชื่อนี้มาใช้ประสานภาคีได้ด้วย จนได้ชื่อ “เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาลุ่มน้ำรัตภูมี” ขึ้นมา มีเป้าหมาย มีภารกิจ เชื่อมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้เข้ากับภาคีที่เชื่อมโยงกันอยู่แล้ว


ตอนนี้สภาพน้ำเป็นอย่างไรบ้าง
ตอนนี้เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาลุ่มน้ำภูมี เป็นกลไกหลักในการขยับกิจกรรมของลุ่มน้ำ มีการสำรวจคลองเป็นกิจกรรมหลัก เราร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 8 และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 16 จัดงานสัปดาห์พัฒนาคูคลอง เรากำหนดให้เป็นสัปดาห์ลอกราพา ลอกกันตั้งแต่ต้นน้ำลงมาเลย ประสานกับโรงเรียนบ้าง ประสานกับผู้นำชุมชนบ้าง ชวนคนในพื้นที่เข้ามาร่วม ให้เขาได้เห็นว่า ปัจจุบันคลองเป็นอย่างไร พอคนมาร่วมเขาก็เริ่มเห็นว่ามีบ่อทรายตรงไหนบ้าง 

หลังจากนั้นคณะทำงานก็มาคุยกันว่า อยากให้คนที่อื่น มารับรู้ปัญหาของที่นี่ด้วย ก็คิดว่าน่าจะทำท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ประมาณว่าถ้าหากเกิดการท่องเที่ยวขึ้นมา บ่อทรายน่าจะต้องย้ายไปที่อื่น

จากนั้นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลเขาพระ อำเภอรัตภูมิ ก็นำกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เข้าไปร่วมกองทุนเอสเอ็มแอลในหมู่บ้าน นำเงินมาซื้อเรือ รวมตัวกันทำกลุ่มล่องแพขึ้นมา ตอนนี้กลุ่มล่องแพยังอยู่ แถมยังมีกลุ่มอื่นๆ เพิ่มเข้ามาอีก เป้าหมายคือ ให้นักท่องเที่ยวที่มาจากที่อื่นได้เห็นสภาพคลอง จะได้ช่วยเป็นกระบอกเสียง ว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับคลองภูมีบ้าง

เราต่อกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่ (สงขลา – พัทลุง) พอเขามาเห็นบ่อทราย เขาก็รู้ว่ามันอันตรายกับนักท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวบางคนหลงเข้าไปในบ่อทราย หาทางออกไม่เจอ นักท่องเที่ยวบางคนพอเจอแบบนี้ ก็ไม่ล่องเรือต่ออีกเลย เพราะถ้าไม่มีคนนำทาง นักท่องเที่ยวจะกลัวมาก กลัวจะหาทางออกจากบ่อทรายไม่เจอ เขาเลยนำปัญหานี้ไปคุยในระดับผู้ใหญ่ว่า จะทำอย่างไรให้ที่นี่เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จริงๆ


เราก็มีกิจกรรมเพิ่มเติมขึ้นมา โดยทำงานร่วมกับสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ หรือสสส. มีกิจกรรมปลูกสมุนไพรริมคลอง กิจกรรมศึกษาป่าต้นน้ำ กิจกรรมทำเขตอภัยทาน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ เป็นจุดให้คนมาเรียนรู้ และเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมในพื้นที่ด้วย


แล้วขยับเข้าหากลุ่มอื่นที่ไม่ได้อยู่ในเครือข่ายของเรา อย่างกรณีปัญหาป่าไม้ที่ดิน ที่ชาวบ้านถูกอุทยานแห่งชาติบุกรุก ที่เป็นปัญหาหนักเลยคือ ปัญหาจากพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พุทธศักราช 2507 มาตรา 25 มีพี่น้องจากเขาพระ จากท่าชะมวง จากคลองกลอย ถูกโค่นต้นยาง ต้องอพยพออกจากชุมชน เขาก็เลยไปขอความร่วมมือจากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ส่งผลให้เกิดให้เกิดสภาลุ่มน้ำภูมีขึ้นมา เราเลยหารือกันว่า จะทำอย่างไรให้ปัญหาอื่นๆ ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยด้วย ก็เลยให้สภาประชาชนลุ่มน้ำคลองภูมีเป็นตัวขับเคลื่อน ทำหน้าที่ผลักดันในเชิงนโยบาย เข้าไปเจรจากับนายอำเภอหรือกับทางจังหวัด อันนี้เริ่มตั้งขึ้นมา เมื่อปี 2552 ตอนนี้ยังไม่ค่อยได้ขยับอะไรเท่าไหร่


เท่าที่เห็นในขณะนี้ก็คือกลุ่มอื่นๆ ที่เข้ามาอยู่ในสภาประชาชนลุ่มน้ำคลองภูมี พลอยได้รับรู้ปัญหาคลองไปด้วย แต่แนวทางการเคลื่อนไหว ยังไปไม่ถึงไหน

สภาพปัญหาบ่อทรายดีขึ้นหรือยัง
ปัญหาบ่อทราย ส่วนหนึ่งอำเภอก็รับรู้ปัญหาอยู่บ้าง พี่สมนึก หนูเงิน ประธานสภาประชาชนลุ่มน้ำภูมี ก็เป็นกรรมการหลายคณะของอำเภออยู่แล้ว บางทีไปประสานงานในนามส่วนตัว บางทีก็ไปในนามเครือข่าย บางทีก็ไปในนามชลประทาน พยายามไปเล่าปัญหาให้เขาฟัง ทางอำเภอเองก็สั่งปิดบ่อทรายไปหลายครั้งแล้ว มีบ่อทรายหลายบ่อที่โดนสั่งปิด แต่พอข้ามวันเขาก็เปิดได้อีก ในนามส่วนตัวแหม่มทำหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็มีหนังสือตอบกลับมาว่า ให้บ่อทรายชะลอหรือระงับการดำเนินงาน ถ้าหากมีการคุกคามก็ให้ทางสถานีตำรวจภูธรรัตภูมิเข้ามาดูแล ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไร บ่อทรายก็ยังดูดทรายกันต่อ

เงื่อนไขการอนุญาตให้ทำบ่อทรายเป็นอย่างไร
แหม่มเคยอ่านกฎหมาย อ่านประกาศ กระบวนการการทำบ่อทราย ต้องอยู่ห่างจากคลองประมาณ 200 – 300 เมตร ต้องติดประกาศให้คนในละแวกใกล้เคียงได้รับรู้ก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการคัดค้าน ส่วนผู้มีอำนาจอนุมัติคือ องค์การบริหารส่วนตำบล มีข้อตกลงกันว่า จะให้ทำกันกี่ปี ไม่ต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ แต่ก็ต้องทำรายงานแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบอย่างองค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระ มีคนในองค์การบริหารส่วนตำบลทำบ่อทรายเสียเอง อันนี้เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ก็เป็นคำถามกันอยู่ ส่วนเขาคงคิดว่าเมื่อได้รับอนุญาตถูกต้อง เขาก็มีความชอบธรรมที่จะทำได้


ถ้าเราไปดูสภาพบ่อทรายเกือบทุกบ่อ เขาจะดูดขึ้นมาจากในคลองเลย เขาก็จะอ้างว่าที่ตรงนั้นเป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ของเขา แต่พอทำไปทำมามันกลับลงไปขุดถึงในคลอง  ทั้งที่ตามกฎหมายระบุชัดเจนว่า ต้องอยู่ห่างคลอง 200 – 300 เมตร บางบ่อเคยทำและร้างไปนานแล้ว พอพักบ่อนานเข้าทรายก็ไหลเข้ามาที่บ่ออีก เขาก็จะกลับมาขออนุญาตทำบ่อทรายในที่เดิมอีก มันก็มีปัญหา เพราะดินแถวนี้มันจะเลื่อนลงมา บางจุดเคยเป็นคลอง พอทำบ่อทราย คลองหายไปเลย ผู้ประกอบการบ่อทราย ก็ทำทางให้น้ำไหลผ่านบ่อทราย เพราะเขาจะได้ทรายที่ไหลลงมากับน้ำด้วย

ลักษณะการทำจะมีสองบ่อ บ่อไหนทำก่อนก็จะพักรอ หลังจากทำบ่อที่สองเสร็จก็จะกลับมาทำบ่อแรกอีก

ตอนนี้ลุ่มน้ำคลองภูมีมีกี่ปัญหาให้ช่วยเรียงตามลำดับความสำคัญ
สำคัญที่สุดในตอนนี้สำหรับแหม่มก็คือบ่อทราย ส่วนปัญหาในพื้นที่ที่ไปกระทบกับชุมชนส่วนใหญ่คือ ปัญหาป่าต้นน้ำถูกทำลาย ปัญหาไฟไหม้ป่า ปัญหาโครงการสร้างเขื่อน ปัญหาชาวบ้านขายที่ดินให้กับคนอื่น แล้วบุกรุกป่า บุกเบิกพื้นที่ใหม่ ถางป่าเป็นครึ่งเขาปลูกยางทิ้งไว้ แล้วก็ขายต่อ หลังจากนั้นก็จะไปถางที่ใหม่อีก ถามคนในชุมชนเขาก็ไม่อยากพูด เราจะถ่ายรูปเขาก็ไม่ให้ถ่าย

กระแสการสร้างเขื่อนก็ยังมีอยู่ ชาวบ้านขายที่ดินขายสวนไปเกือบหมด คนที่อยู่เดิมขายที่เพื่อหนีเขื่อน ส่วนคนที่มาซื้อต่อขายเพื่อเก็งกำไร ปลูกต้นไม้ทิ้งไว้ หวังจะได้ค่าเวนคืนจากการสร้างเขื่อน
ป่าถูกทำลายไปเยอะนะ ส่วนใหญ่เป็นป่าที่อยู่ติดกับพื้นที่ทำกิน เขาจะทำรุกล้ำเข้าไปทีละนิด ส่วนพวกที่ทำลายป่าย่อยๆ ก็จะเป็นกลุ่มที่เข้าไปหาต้นไม้ กล้วยไม้ ตอนที่พวกเราขึ้นไปบนเขาแก้ว เราพบว่ามีการตัดต้นไม้ต้นใหญ่ๆ เพื่อเอากล้วยไม้ ต้องการกล้วยไม้แค่ 1 ต้น ต้องโค่นต้นไม้อย่างน้อย 3 ต้น เพราะโค่นต้นไม้ใหญ่ มันจะไปติดค้างอยู่กับต้นไม้อีกต้น


อีกปัญหาหนึ่งคือ ปัญหาจากโรงงาน ซึ่งจะมีมากช่วงกลางน้ำและปลายน้ำ ตอนแรกปัญหาเกิดจากฟาร์มหมู ช่วงหลังปัญหาจากฟาร์มหมูลดลง ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะถูกชาวบ้านร้องเรียน หรือว่าเจ๊งไปเอง ที่ปิดกิจการไปแล้วคือ ฟาร์มหมูที่แพรกสุวรรณ คลองแพรกสุวรรณติดกับคลองเขาล้อน มีคลองภูมีไหลผ่าน แถวนั้นมีบ่อทรายขนาดใหญ่อยู่เหมือนกัน บริเวณนั้นจะเห็นน้ำเป็นสองสีเลย ในส่วนของโรงงาน ตามที่ได้ข้อมูลมามีตัวบำบัดน้ำเสีย แต่เขาจะเปิดเฉพาะเวลาเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจ โรงงานแอบปล่อยน้ำเสียลงคลองทีไร ปลาในคลองตายกันเกลื่อน

นอกจากนี้ยังมีปัญหาการใช้สารเคมี ปัญหานี้เกิดตั้งแต่ต้นน้ำเลย  สามารถพบเห็นได้ตลอดสายน้ำ บางสวนปลูกยางพาราจนติดกับลำคลอง ทั้งที่ตามกฎหมาย ต้องเว้นที่ห่างจากคลอง 15 เมตร บางช่วงตลิ่งพังเป็นแถบ พวกสารเคมีที่ใช้ในสวนยางพาราก็ไหลลงคลอง

ปัญหาขยะมูลฝอยในเขตเทศบาล อย่างเทศบาลตำบลกำแพงเพชร หลังวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสงขลาเป็นต้นไป คลองอยู่หลังบ้านกลายเป็นที่ทิ้งน้ำเสีย ที่ทิ้งขยะ ทางเรามีสมาชิกเครือข่ายตรงนั้นอยู่แล้ว เลยเข้าไปร่วมกับเทศบาลตำบลกำแพงเพชร จัดกิจกรรมลอกราพา และตรวจสอบคุณภาพน้ำ

ในส่วนของปัญหาหลักๆ อย่างบ่อทรายก็น่าเป็นห่วง เพราะเราพบว่าบ่อทรายหลายบ่อในพื้นที่ตำบลเขาพระ ถูกระบุให้เป็นทรายที่จะนำไปใช้ในการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา บริเวณแถบนี้อยู่ตรงรอยเลื่อนปัตตานี ถ้ามีการดูดทรายเยอะๆ ดินจะเลื่อนลงมา ตรงนี้ 12 หมู่บ้านอยู่ในพื้นที่ดินไถล ตอนที่เกิดสึนามิดินที่นี่ก็ไหลเหมือนกัน บริเวณใกล้ๆ ไม่ไกลจากเขาพระคือ ที่คลองขุด จังหวัดสตูลก็มีเหตุการณ์แผ่นดินยุบตัว เรื่องรอยเลื่อนยังส่งผลกับความปลอดภัยของชาวบ้าน ถ้าหากมีการสร้างเขื่อน เพราะถ้าแผ่นดินไหว แผ่นดินแยก โอกาสที่เขื่อนจะพังน้ำจะทะลักลงมาจากเขื่อนก็มีความเป็นไปได้สูง

ตอนนี้เราได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านไปพอสมควรแล้ว โดยเชื่อมเรื่องนี้เข้ากับแผนพัฒนาภาคใต้
อีกเรื่องที่ชาวบ้านที่นี่ค่อนข้างกังวลหนักคือ เรื่องรถไฟรางคู่เชื่อมท่าเรือปากบารากับท่าเรือน้ำลึกสงขลา เพราะถ้าตัดผ่านที่นี่ อย่าลืมว่าเขาพระเป็นป่าต้นน้ำผืนสุดท้ายแล้ว ถ้าทางรถไฟผ่านจริง เราจะไม่เหลือป่าต้นน้ำอีกเลย

ตอนนี้เครือข่ายได้นำปัญหาทั้งหมดมาคุยกันบ้างหรือยัง
ตอนนี้เราเอาปัญหาทั้งหมด มาคุยกันที่สภาประชาชนลุ่มน้ำคลองภูมี เพราะเครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาลุ่มน้ำรัตภูมีมีลักษณะเป็นกลุ่มปฏิบัติการ เป็นกลุ่มกิจกรรมอะไรทำนองนี้ เราจึงใช้เครือข่ายเป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรม ในเครือข่ายเองก็มีคนชั้นกลางอยู่เยอะ บางคนไม่กล้าทำอะไรมาก เราจึงตกลงให้สภาประชาชนลุ่มน้ำคลองภูมี เป็นที่นำปัญหาทุกปัญหามาคุยกัน

ความเสียหายจากคลองภูมีส่งผลกระทบต่อทะเลสาบอย่างไร
ส่วนหนึ่งก็มีพวกตะกอนจากบ่อทรายที่ไหลลงไปกับน้ำ ทำให้ทะเลสาบตื้นเขิน ปัญหาจากสารเคมี ส่งผลต่อระบบนิเวศของทะเลสาบ ที่เป็นทะเล 3 น้ำ น้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม

แถวคลองภูมีเอง เคยมีชาวบ้านบางกลุ่มลงสำรวจปลาพื้นถิ่น ปรากฏว่ามีอยู่เยอะ ปลาเหล่านี้สามารถอยู่ได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อยในพื้นที่ปลายน้ำ ปลาจะว่ายจากต้นน้ำไปตามสายน้ำ ตอนหลังถูกสารเคมีทำลาย วังปลาก็ถูกทำลายจากบ่อทราย ปลาในทะเลสาบจึงพลอยลดลงไปด้วย ส่งผลให้วิถีชีวิตของชาวบ้านเปลี่ยนไป เมื่อก่อนคนเขาพระ คนท่าชะมวง ใช้เรือเอาข้าวสารผลไม้มาแลกเปลี่ยนกัน
ตอนหลังคลองมันแคบลง คนหันมาใช้ถนนมากขึ้น พากันเลิกใช้เรือ


ถ้าเราล่องเรือก็จะเห็นเส้นทางเรือที่เคยมี แลเห็นเส้นทางหมู่บ้านที่เคยเชื่อมโยงกันอยู่ เห็นวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันระหว่างไทยพุทธกับชาวมุสลิม งานบุญงานประเพณีเขาก็จะมาช่วยกัน ความเป็นเกลอเขาเกลอเลก็มี แต่ตอนนี้หายไปหมดแล้ว

ปัญหาในการสร้างเครือข่ายมีอะไรบ้าง
ปัญหาอยู่ตรงที่การสร้างจิตสำนึก เรายังไม่สามารถทำให้คนเข้าใจและมีจิตสำนึกรักคลองได้ ตอนนี้พฤติกรรมของคนที่มีต่อคลอง ก็ยังไม่ปรับเปลี่ยนไปสักเท่าไหร่ การทำให้คลองภูมีน้ำใส กลับคืนสู่สภาพที่ดี มันก็ยังไปไม่ถึงเป้าหมาย เพราะเป้าหมายของเราคือ ต้องการฟื้นฟูวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์ของคน แต่อย่างน้อยตอนนี้สิ่งที่เราเห็นคือเรามีเพื่อน ที่จะมาร่วมช่วยเหลือผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหา


ในส่วนของคณะทำงาน เมื่อก่อนเรายังไม่มีคณะประสานงาน แหม่มว่าความสำเร็จของงาน คือ เมื่อไหร่ที่ชาวบ้านสามารถขับเคลื่อนกันเองได้ ตอนนี้เขายังทำได้ไม่ทั้งหมด แหม่มเองพยายามลดบทบาทลง ให้คณะทำงานได้ทำงานมากขึ้น ทั้งคณะทำงานต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เราพยายามแบ่งบทบาทมาทำหน้าที่เป็นกลไกกลาง เป็นคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ของเครือข่าย


ส่วนสภาลุ่มน้ำภูมี ตอนนี้บทบาทยังไม่ชัดเจน ต้องเข้าไปจัดให้เข้ารูปเข้ารอยอีกที

คลองภูมีมีลำน้ำสาขาเยอะแค่ไหน
มีลำน้ำสาขาและลำน้ำย่อยประมาณ 38 สาย

จะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างลุ่มน้ำภูมีกับเขาคูหาอย่างไร
คลองเคียนลำน้ำย่อยของคลองภูมี ไหลลอดใต้เขาคูหาลงคลองภูมีตอนกลาง พอมีหินและดินจากการระเบิดเขา คลองมันก็ลอดเขาไม่ได้ น้ำก็ไหลไม่ถึงคลองภูมี


ที่สำคัญคลองเคียนช่วงลอดใต้เขาคูหา เป็นแหล่งอนุบาลพันธุ์สัตว์น้ำ พูดได้เลยว่า เขาคูหาเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาแหล่งใหญ่ของคลองภูมี และทะเลสาบสงขลา


พอภูเขาถูกระเบิด หินลงไปปิดทับทางน้ำไหล น้ำไหลไม่ได้ คลองบางส่วนกลายเป็นคลองตาย พันธุ์ปลาก็พลอยหายไปจากทะเลสาบสงขลาไปด้วย


จากการสำรวจพันธุ์ปลา ปลาต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ จะสัมพันธ์กัน สามารถอยู่ด้วยกันได้ สิ่งที่เราจะทำคือ เพาะพันธุ์ปลาปล่อยลงคลองภูมี เช่น ปลายี่นง ปลาโสด สถานที่เพาะพันธุ์หรืออนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนในช่วงกลางน้ำอาจถูกทำลายหมดแล้ว แต่ปลาพวกนี้ยังมีเหลืออยู่ที่ต้นน้ำ เราจะนำมาเพาะพันธุ์ ขยายพันธุ์ และนำพันธุ์ปลาจากกรมประมงมาปล่อยด้วยเราปรึกษากับพี่ใหญ่ พิษณุ มุณีเเนม ให้ช่วยประสานกับเพื่อนที่มีความรู้เรื่องการผสมพันธุ์ปลา เชิญคนที่สนใจในการพัฒนาพันธุ์ปลามานั่งคุยกัน

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net