วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พนันบอลโลกตำรวจจับได้แค่รายย่อยโต๊ะใหญ่กลายเป็น“ส่วย”


          เห็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่รับผิดชอบปราบปรามการพนันทายผลแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ให้สัมภาษณ์ว่า ได้จับกุมโต๊ะพนันทายผลแข่งขันฟุตบอลรายย่อยรายใหญ่ได้หลายรายแล้ว ก่อนหน้านี้ได้สั่งปิดโต๊ะพนันบอลในกทม. ไปแล้ว 500-600 ราย ตามมาตรการป้องปราม ส่วนการแทงพนันผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนั้น เป็นเรื่องยากในการติดตามต้นตอและผู้ลักลอบเล่นพนัน

คงชัดเจนกับคำพูดของตำรวจผู้นี้ในหลายประเด็น

1.ตำรวจพูดเหมือนกับยอมรับสารภาพว่า ที่ผ่านมามีการเล่นพนันตลอด เมื่อมีคำสั่งให้ดำเนินการปราบปราม จึงมีการ “สั่งหยุด”ห้ามไม่ให้มีการเล่นพนันกันได้

ตำรวจนั้นเก่งจริงๆ ที่สามารถสั่งให้หยุดเล่นการพนันได้ หากไม่มีคำสั่งให้ปราบปราม คงจะปล่อยให้มีการเล่นพนันกันได้ยังงั้นรึ..?

2.จำนวนตัวเลขของตำรวจที่บอกว่า มีสั่งปิดการแทงพนันระหว่าง 500-600 รายนั้น มีปริมาณมากมายขนาดนี้ จะต้องมอมเมาประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน ที่กำลังเรียนอยู่จำนวนมากขนาดไหน

ตำรวจปล่อยให้เกิดการพนันบอลได้มากมายขนาดนี้ได้อย่างไร...??

3.การแทงพนันบอลทางอินเทอร์เน็ต ตำรวจบอกจับกุมได้ยาก เป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างยิ่ง หากตำรวจมาบอกเช่นนี้ เพราะการพนันบอลที่แทงกันในทางอินเทอร์เน็ตนั้น ปัจจุบันเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งตำรวจเคยให้ข้อมูลว่า มีมากกว่า 250 เว็บไซต์ที่เปิดรับแทงพนันบอล

ตำรวจออกมาบอกเช่นนี้ เหมือน“ยกธงขาว” จึงคาดเดาได้ทันทีว่า โต๊ะรับแทงพนันต้องบูมแบบสุดๆ ไม่แตกต่างอะไรกับการเปิดเสรีตักตวงเงินจากผีพนันจำนวนมหาศาลอีกเหมือนเดิม

คำอ้างของตำรวจมีมากมาย ดังนั้น สิ่งที่จะหวังได้จากการปราบปรามของตำรวจในช่วงแข่งขันฟุตบอลโลกนั้น คงจะปราบปรามได้แค่ “รายย่อย”หรือ “ปลาซิว ปลาสร้อย”เท่านั้น

จะเห็นได้จากผลงาน เมื่อวันที่ 12มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น.ได้แถลงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ลักลอบแอบเล่นการพนันได้ 28 คน เงินสดจำนวน 3,000 บาทเศษ และเงินในโพยโดยมีชื่อทีมการแข่งขันอยู่ในโพยดังกล่าวด้วยรวม 3 หมื่นกว่าบาท ส่วนโต๊ะบอลนั้นทางตำรวจยังไม่สามารถจับกุมได้

จากการสอบถามนักพนันบอลรายหนึ่ง บอกว่า ความจริงแล้วตำรวจหลายคนทราบดีว่า โต๊ะรับแทงพนันบอลต่างๆ อยู่ตรงไหน ใครเป็นเจ้าของโต๊ะ ใครเป็นคนเดินโพย

ผู้รับผิดชอบหลายคนไม่จับกุม “กระพริบตาให้โต๊ะเถื่อน” เป็นอันว่ารู้กัน หากจะเล่นก็ให้ใช้วิธีการ “ลักลอบ” เอาเอง เจ้าของท้องที่นั้นจะทำตัวเฉยๆ ไม่ดำเนินการจับกุม หากมีหน่วยอื่นมาจับกุม ก็จะมาขอเซ็นชื่อร่วมจับกุมด้วยเท่านั้นเอง

อีกวิธีหนึ่งที่ตำรวจหลายท้องที่ดำเนินการ คือ ตำรวจจะรู้กันกับเจ้าของโต๊ะรับแทงพนันบอล โดยจะส่งเด็กเดิมโพยไปตำรวจท้องที่ปรับที่โรงพัก เพื่อเป็นการหลอก“เจ้านาย”ว่า ไม่ได้บกพร่อง มีผลงานด้านจับกุมตลอดเวลา หากมีหน่วยอื่นมาจับกุม ท้องที่นั้นๆ ก็จะนำผลงานนี้ไปอ้าง

การกระพริบตาให้ “โต๊ะรับแทงพนันบอล” นั้นหมายความว่า จะต้องมีสิ่งตอบแทนในรูปแบบของ “ส่วย”จ่ายกันเป็นรายสัปดาห์ หรือนานสุดไม่เกิน 15 วัน

โต๊ะรับแทงพนันบอลรายใหญ่มีเงินหมุนเวียนเป็น 100 ล้านบาทขึ้นไปนั้น จะต้องส่งบุคคลนอกแถวหลายหน่วยด้วยกัน งวดหนึ่งหลัก 1 ล้านบาท เดือนหนึ่งก็ไม่น้อยกว่า 4 ล้านบาท

หากโต๊ะรับแทงพนันบอลมีเงินหมุนเวียนหลัก 10 ล้านบาท ก็จะส่งนอกแถวทุกหน่วยรวมกันแล้วเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท เช่นกัน

ส่วยรายย่อยนั้น ก็จะเคลียร์ท้องที่เดือนหนึ่งตั้งแต่ 10,000 บาทไปถึงหลักแสนบาททุกหน่วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีเรื่อง “ตำรวจบางคน”แทงพนันบอลเอง รับแทงรับกินเสียเอง เพราะตัวเองไม่ต้องส่งส่วย ตำรวจหลายคนเมื่อถอดเครื่องแบบแล้ว ดื่มเหล้าเมายาแทงพนันบอลจนเกือบจะกลายเป็นชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว

ในการปราบปรามพนันบอลนั้น หากผู้บังคับบัญชาเข้มงวดมากเท่าไร เท่ากับเป็นการ “ปั่นราคาส่วย”ให้กับบรรดานอกแถวมากเท่านั้น โต๊ะรับพนันบอลจะต้องจ่ายเพิ่มค่าอัตราเสี่ยงมากขึ้น

“ส่วย”ทุกรูปแบบดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาของคนนอกแถวไปแล้ว เนื่องจากนายหลายคนที่เข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญนั้น มาด้วยต้นทุนสูงด้วยกันทั้งสิ้น บางคนต้องใช้ทุนถึง 80 ล้านบาท แถมด้วยต้องจ่ายรายเดือน ให้กับ “เทพรับประทาน” เสียอีก ดังนั้นวิธีการถอนทุนให้ได้เร็วๆ นั้น คงต้องปล่อยให้อบายมุขโผล่ขึ้นมามอมเมาประชาชนมาเท่านั้นเอง

ดังนั้น เมื่อเห็นตัวเลขผลงานการจับกุมของตำรวจแล้ว อย่ามีอาการตกใจ เช่น 2 วันของการแข่งขันบอลโลกที่ผ่านมา ตำรวจจับกุมนักพนันได้ 150 คน เจ้ามือจับได้แค่ 2 ราย มีเงินหมุนเวียนเพียงหลักแสนบาทเท่านั้น แต่รายใหญ่มีเงินหมุนเวียนนับร้อนล้านนั้นตำรวจยังจับไม่ได้

 

                                                +++++++++++++++++

โดย ปรีชา

 

กลับไปที่ www.oknation.net