วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สบายดีหลวงพระบาง...กับบันทึกการเดินทาง...ของน้ำเชี่ยว ตอนที่ 2


www.oknation.net/blog/tawan999/2010/05/29/entry-1  (ตอนที่1)
                           อ่านต่อจากตอนที่ 1 เลยนะครับ


          หลวงพระบางเป็นเมืองเก่าแก่ของอาณาจักรล้านช้าง ตั้งแต่สมัยสถาปนาอาณาจักรซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่าเมืองชวา และเมื่อ พ.ศ. 1300 ขุนลอ ซึ่งถือเป็น ปฐมกษัตริย์ลาว ได้ทรงตั้งเมืองชวาเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้างและได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่าเชียงทอง   ต่อมาสมัยพระโพธิสารราชเจ้าพระองค์ได้อาราธนาพระบางซึ่งเดิมประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงคำ ขึ้นมาประดิษฐานอยู่ที่เมืองเชียงทองอันเป็นนครหลวง เมืองเชียงทองจึงถูกเรียกว่า หลวงพระบาง นับแต่นั้นมา  ใครๆที่ได้มาที่นี่ผมคิดว่า เป็นเมืองที่เก็บรักษาสภาพบ้านเมืองไว้อย่างสมบูรณ์ สวยงามยิ่งนัก

เพราะ.....เป็นเมืองมรดกโลก
เพราะ.....เป็นเมืองเก่า
เพราะ.....อยากย้อนเวลาสู่อดีต
เพราะ.....ใครๆบอกว่าสวยสงบ
จึงเป็นเหตุผลหลัก...จุดประกายให้มาเที่ยว...หลวงพระบาง
         แต่อีก หนึ่งเหตุผล ที่จูงใจบอกว่าจะต้องมา คืออยากเห็นการใส่บาตร ที่เล่าลือกันว่าแถวของพระภิกษุ ยาวจนเหมือนไม่มีหางแถว หนึ่งเดียวในโลก  และถ้าได้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์บุญแบบนี้เห็นทีจะเป็นมงคลชีวิตด้วย   รุ่งฟ้าสาง จะมองเห็นลายมือหรือไม่ ก็คงแล้วแต่ว่าเป็นวันในฤดูใด แต่สัญญาณที่แน่นอนคือ เสียงกลองดัง ตุ้ง..ตุ้ง..ตุ้ง..ตุ้ง..ตุ้ง..ที่ดังเกือบพร้อมกัน กระหึ่มไปทั้งเมือง ต้นเสียงมาจาก หอกลอง ของแต่ละวัด ที่ตั้งอยู่ใกล้กันแบบ รั้วเกือบชนรั้ว เป็น Amazing แรกของนักท่องเที่ยว ที่ยอมละทิ้งที่นอนอันอุ่นสบายตื่นเช้ากว่าวันปกติในชีวิต พากันปักหลักรอสังเกตุการณ์อยู่ตามริมถนน เพื่อชมภาพที่เล่าลือ กล้องถ่ายรูปในมือถูกกระชับ เตรียมพร้อมสำหรับการเก็บภาพที่รอคอยแต่สำหรับเจ้าของบ้าน  แล้วสัญญาณนี้ก็ หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมกับกิจการบุญ ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า กระติบข้าวเหนียวในมือก็ถูกกระชับให้เหมาะมือเช่นกัน สายตาก็เพ่งไปในทิศที่รู้ว่า พระคุณเจ้าจะออกมาโปรดสัตว์เป็นปกติ
                             ประมวลภาพใส่บาตรยามเช้า



ต่อไปก็เป็นเวลาตะลอนเที่ยวรอบเมืองแล้วครับ


 
         หลังจากที่เที่ยว หลวงพระบางเสร็จ ผมได้ตัดสินใจ เปลี่ยนเส้นทางการกลับประเทศไทยครับ เพราะไม่อยากกลับทางเดิมเนื่องจาก ถนนที่คดเคี้ยว หวาดเสียว กับการขับรถ ทำให้ผมไม่มีทางเลือกนอกจากจะกลับทาง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย  การเดินทางจาก หลวงพระบาง ไป อ.เชียงแสน ใช้เวลาในการเดินรถ 15 ชม. ผมแทบล้มทั้งยืนเพราะถนนไม่ค่อยดีนัก และ อ้อมมาก  แต่โชคก็เข้าข้างผมครับ ที่ เกสท์เฮ้าส์ แจ้งว่า มีเรือช้า และ เรือเร็ว ให้เลือก ผมไม่รอช้า เช็คเวลาทันที ว้าวววววว....เรือช้าใช้เวลา 2 วัน ถึง อ.เชียงแสน  เรือเร็วใช้เวลา 5 ชม. ถึง  ผมไม่รอช้าเลือกเรือเร็วทันที   ขอบอกครับว่า การเดินทางถ้าไม่รีบมากให้เลือกนั่งเรือช้า ท่านจะได้ชมวิวอันสวยงามของ 2 ฝั่งแม่น้ำโขงที่สวยงามมากๆ แต่ผมรีบจึงเลือกนั่งเรือเร็ว ก็ยังเก็บภาพสวยๆ ตลอดการเดินทางมาฝากพี่ๆเพื่อนๆได้ครับ ไปชมภาพได้เลยครับ


                    ภาพสุดท้ายผมถึง อ.เชียงแสนแล้วครับ
ค่าเรือเร็ว 1500 บาทต่อ 1 คน (1 ลำนั่งได้ 5 คน)  ตลอดการเดินทาง พัก  2 ครั้ง

www.oknation.net/blog/tawan999  บ้านของผู้ชายชอบเที่ยว (ผู้ชายหลายมิติ)
www.twitter.com/namchiewdotcom  บ้านนี้มีแต่ข่าว
www.namchiew.com       บ้านของนักเขียน

โดย น้ำเชี่ยวผู้น่ารัก

 

กลับไปที่ www.oknation.net