วันที่ พุธ มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว


ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว

รำาข้าวและจมูกข้าว

น้ำมันรำข้าวที่ได้จากกระบวนการพิเศษ ในการสกัดเอาสาระสำคัญที่มี

ประโยชน์นานาชนิด ซึ่งมีอยู่ในเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว (Seed Membrane Layer) และจมูกข้าว (Rice Germ) จึงอุดมด้วยสารสำคัญทางธรรมชาติ และมีคุณค่าสูงต่อร่างกายหลายชนิด เช่น

• กลุ่มสารฟอสโฟไลฟิด (Phospholipids) เช่น เลซิติน (Lecithin) เซฟฟาลิน (Cephalin) ไลโซเลซิติน (Lysolecithin) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์โดยเฉพาะเซลล์เยื่อหุ้มสมอง และเยื่อหุ้มประสาท ซึ่งมีความสำคัญในการนำไปสร้าง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ประสาทสมอง และช่วยป้องกันเซลล์ประสาท จากสารที่เป็นพิษและอนุมูลอิสระต่างๆ ฟอสฟอไลปิด (Phospholipids)  ทำให้การสื่อกระแสประสาทสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วทำให้ระบบความทรงจำดีขึ้นและลดความเสี่ยงของการเกิดโรงความจำเสื่อมรวมทั้งยังช่วยลอความเครียดได้ด้วย

• กลุ่มเซราไมด์ (Ceramide) เป็นไขมันที่มีความจำเป็นของผนังเซลล์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของชั้นใต้ผิวหนัง ช่วยให้เซลล์สามารถเก็บกักน้ำ และความชุ่มชื้นไว้ได้ยาวนาน และช่วยป้องกันในการสูญเสียน้ำออกจากผิว ช่วยทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น การเสริมสร้างเซราไมด์ให้เพียงพอ หรือการได้รับเซราไมด์เพิ่มจากการรับประทานจึงช่วยให้ผิวมีความนุ่มนวล และยืดหยุ่นได้ดี อีกทั้งการให้ทางผิวหนังในรูปของการทาครีม หรือโลชั่น จะช่วยรักษาผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง ปราศจากริ้วรอยย่น ก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้เซราไมด์ ยังมีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนเนอร์ (Whitener) ซึ่งสามารถยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน อันเป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำบนผิวพรรณได้ดี และยังเป็นมอยเจอไรเซอร์ (Moisturizer) ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวอีกด้วย


• วิตามิน อี (Vitamin E)  วิตามินอี ธรรมชาติในน้ำมันรำข้าว จัดเป็นกลุ่มวิตามิน อี ที่เรียกว่า โทคอลกรุ๊ป (Tocols) ที่อยู่ในรูปของโทโคเฟอรอล(Tocopherol) และโทโคไตรอีนอล (Tocotrienol) มีประโยชน์ต่อร่างกายในการสร้าง และซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย และยังช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ มีประสิทธิภาพสูงในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ป้องกันการแก่ก่อนวัย และลดความเสี่ยงในการเกิดโรงมะเร็งที่มีเหตุมาจากอนุมูลอิสระ

• กลุ่มกรดไขมันไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือโอเมก้า 6 และกรดไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือโอเมก้า 3 ที่เป็นกรดไขมันจำเป็น โดยมีอยู่ประมาณ33% ที่จำเป็นที่ร่างการต้องได้รับจากอาหาร ช่วยลดระดับคอลเลสเตอรอลในเลือดได้เช่นกัน

• กลุ่มแกมมา – ออไรซานอล มีฤทธิ์ในการลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ทำให้ลดการตีบตันของหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และยังมีฤทธิ์ในการลดความเครียด และรักษาอาการผิดปกติของสตรีวัยทอง นอกจากนี้ยังเป็นสารอนุมูลอิสระ และยังป้องกันแสงยูวีได้ เมื่อใช้กินหรือใช้ทา ทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นและต้านการอักเสบ สารชนิดนี้มีความปลอดภัยสูงมาก (พบได้เฉพาะในน้ำมันที่สกัดจากรำข้าวเท่านั้น มีผลงานวิจัยมากมายกว่า 40 ปีที่ยืนยันประสิทธิภาพของแกรมมา ออริซานอล ว่าสามารถช่วยในการดูแลสุขภาพของเราได้อย่างมาก)

•กรดโอเลอิก (Oleic Acid) เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว จัดอยู่ในกลุ่มกรดไขมัน โอเมก้า-ที่มีฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือดได้จึงสามารถลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดได้ดี

• โฟโตสเตอรอล(Phytosterol) เป็นสารสำคัญที่มีรายงานการวิจัยจากหลายสถาบันว่า ช่วยยับยั้งการเติบโตของเนื้องอก และเซลล์มะเร็งช่วยป้องกันโรงมะเร็งลำใส้ใหญ่และมะเร็งต่อมลูกหมาก รวมทั้งช่วยลดคลอเลสเตอรอลที่ไม่ดี และลดความเสี่ยงของโรคหลอเลือดและหัวใจ

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว

Vital Star น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว 

เป็นอาหารเสริมที่ผลิตจาก รำข้าวและจมูกข้าว มีคุณสมบัติพิเศษ ต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันไม่ให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพ

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ว่าเป็นอาหารเสริมที่ให้ความพอใจอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจาก น้ำมันรำข้าวเป็นอาหารเสริมที่ให้คุณประโยชน์มากที่สุด เพราะเป็นอาหารเสริมที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์ในร่างกายให้กลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิมอีกครั้ง ในแง่ของการใช้ประโยชน์ ผู้บริโภคส่วนใหญ่รู้สึกพึงพอใจเมื่อได้รับประทานน้ำมันรำข้าวแล้วทำให้ร่างกายของผู้บริโภคแข็งแรงขึ้น หายจากโรคที่เป็นอยู่ หรือบรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัดเจน จนเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย และเป็นที่น่าสนใจว่าน้ำมันรำข้าวนี้ สามารถยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง และลดเซลล์มะเร็งที่เป็นอยู่ให้ลดลง และถึงขั้นแทบไม่พบเซลล์มะเร็งอีกเลย

ประโยชน์ของน้ำมันรำข้าว ต่อระบบต่างๆของร่างกาย 

1.ระบบผิวพรรณ ทำให้ผิวพรรณมีความอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น กระชับและยืดหยุ่นตัวดี อีทั้งยังช่วยลดปริมาณการสร้างเม็ดสีผิวอีกด้วยทำให้พบว่าเมื่อรับประทานน้ำมันรำข้าวสมำเสมอ ผิวจะดูกระจ่างใส ลดริ้วรอยหมองคล้ำจุดด่างดำบนใบหน้าก็ลดลงชัดเจน นอกจากนี้ยังมีผลต่อความแข็งแรงของผิว ลดการอักเสบของผิวได้จึงพบว่าคนที่มีปัญหาเรื่องสิว หรือผิวหนังอักเสบมรปัญหาเรื้อรัง เมื่อได้รับประทานน้ำมันรำข้าวอย่างต่อเนื่องจะทำให้อาการต่างๆเหล่านี้ดีขึ้น


            2.ระบบหลอดเลือดและการใหลเวียนของเลือด ช่วยลดปริมาณคลอเลสเตอรอลและลดปริมาณของ แอลดีแอล ซึ่งเป็นไขมันชนิดไม่ดี และช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น จึงส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง การรับประทานน้ำมันรำข้อวอย่างสม่ำเสมอจะสามารถลดอัตรการเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดได้


            3.ระบบฮอร์โมน และการนอนหลับ ช่วยให้สามารถนอนหลับได้สบายและหลับสนิดร่างกายจะได้รับการพักผ่อนเต็มที่ทำให้มีการหลั่งสารของ โกรทฮอร์โมน ทำให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมตัวเองได้เร็วขึ้นรวมทั้งยังช่วยให้มีการฟื้นตัวดีขึ้น เห็นได้จากผู้ป่วยบางคนที่ได้รับประทานน้ำมันรำข้าวจะฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วยได้อย่างรวดเร็ว ผลต่อการช่วยปรับสภาพสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย จึงทำให้ช่วยลดอาการแปรปรวนต่างๆในคนวัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือนได้รวมไปจนถึงคนที่มีอาการปวดท้องขณะมีประจำเดือน ก็ยังสามารถช่วยอาการปวดท้องลงได้อย่างชัดเจน 


            4.ระบบประสาท
ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคอัลไซเมอร์ และช่วยให้ความจำดีขึ้นและยังช่วยเพิ่มการทำงานของระบบสื่อประสาททำให้ผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์ หรืออัมพาตแขนขาอ่อนแรงกลับมีการฟื้นตัวขยับแขนขาได้มากขึ้น หรือในบางคนที่มีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองมากพอก็สามารถกลับมาเดินได้ หรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้เหมือนคนปกติอีกครั้งหนึ่ง


            5.ระบบกระดูกและข้อ
ช่วยลดอาการอักเสบของข้อ และช่วยเพิ่มการหล่อลื่นภานในข้อให้ดีขึ้นจึงทำให้การเคลื่อนไหวของข้อต่างๆดีขึ้นอีกทั้งยังสามารถช่วยลดการสูญเสียแคลเซียมออกไปจากร่างกสย จึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคงกระดูกพรุนได้อีกด้วย


            6.ระบบภูมิคุ้มกัน
และการต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพช้าลง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเสื่อมต่างๆ เช่น เบาหวาน ดความดันโลหิตสูง โรงหัวใจ และโรงมะเร็ง เป็นต้น นอกจากนี้ผลของการช่วยเพิ่มภูมิคุมกันของร่างกายจึงช่วยลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งในคนไข้ที่เป็นมะเร็ง และช่วยให้ร่างกายมีการฟื้นตัวหลังการรักษาได้เร็วขึ้น

ซึ่งถือว่า “น้ำมันรำข้าวจและมูกข้าว” เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สามารถดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดย รศ.ดร. สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณะบดีคณะแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และ 1 ใน 12 ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรของสหประชาชาติ ผู้วิจัยน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวจนโด่งดังขายดีมากใน U.S.A. และยุโรป โดยสรุปน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวดูแลสุขภาพ 4 เรื่อง ดังนี้ 

1. เรื่องเกี่ยวกับสมอง ช่วยลดอาการเครียด ปวดหัว ไมเกรน นอนไม่หลับ ความจำเสื่อม เสริมสร้างเซลล์สอง โดยรับประทานวันละ 4 แคปซูล (เช้า 2 แคปซูล,เย็น 2 แคปซูล) หลังอาหาร ภายใน 1-2 วันจะเห็นผลชัดเจนในเรื่องของความเครียด นอนไม่หลับ

*หากใครทาน 4 แคปซูลต่อวันแล้วมีอาการมืนงง ให้ลดเหลือ 2 แคปซูล เนื่องจากคนๆนั้นตอบสนองต่อน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวดีมากจนเส้นเลือดในสมองขยายตัวมากเกินไป จนเลือดไปเลี้ยงสมองมากเกินไป (แต่จำนวนน้อยมากๆที่มีอาการเช่นนี้) 

2. โรคเสื่อม เช่น ไขมันในเส้นเลือด ความดัน เบาหวาน โรคหัวใจ เก๊า อัมพฤต มือเท้าชา อาการวัยทอง ให้ทานวันละ 4 แคปซูล (เช้า 2 แคปซูล, เย็น 2 แคปซูล) หลังอาหารใน 7 วันแรก หากยังไม่เห็นผล ให้เพิ่มเป็น 6 แคปซูลต่อวัน (เช้า,กลางวัน,เย็น)โรคมะเร็งขั้นที่ 1-2 รับประทานเป็น 9 แคปซูลในสัปดาห์ที่ 2

3. โรคอักเสบ เกี่ยวกับข้ออักเสบ ผิวหนังอักเสบ อื่นๆ รับประทานวันละ 4 แคปซูล (เช้า 2 แคปซูล, เย็น 2 แคปซูล) หลังอาหารใน 7 วันแรก หากยังไม่เห็นผล ให้เพิ่มเป็น 6 แคปซูลต่อวัน (เช้า,กลางวัน,เย็น)

4. การต้านอนุมูลอิสระ จะมีความสามารถต้านอนุมูลอิสระดีกว่าพวกน้ำมันตับปลาถึง 60 เท่า ทำให้อาการที่เกิดจากอนุมูลอิสระไปทำลายจนโรคเสื่อมเกิดน้อยลง เช่น หากอนุมูลอิสระไปทำลายเซลล์ตับอ่อน ทำให้การสร้างอินซูลินบกพร่อง จึงเกิดเบาหวาน หากไปทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดรอยแผลที่ผิวหลอดเลือด ทำให้ไขมันไปเกาะง่าย จึงเกิดไขมันอุดตัน

โดย BLP-PLB

 

กลับไปที่ www.oknation.net