วันที่ พุธ มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มือเผาตัวจริง




 

 

ภาพของเด็กชายคนนั้น ที่เดินอย่างเลื่อนลอยกลางถนนท่ามกลุ่มควัน หนาทึบ หลังจากที่เขาจุดไฟแช๊กอันเล็กๆใส่เชื้อเพลิงจนเปลวไฟลุกพรึ่บ โหมไหม้ตึกสูงจนวายวอดในชั่วข้ามคืน

 

ตำรวจถามเขาว่า เผาเมืองทำไม เขาบอกว่า เปล่า แค่จุดไฟเล่นๆ ส่วนไฟจะไหม้มากน้อยแค่ไหนมันเป็นเรื่องของไฟ

 

ฉันยังจำหน้าตาท่าทางเซื่องซึมของเขาได้ แม้จะเป็นเพียงภาพที่ถ่ายทอดมากจากโทรทัศน์เพียงชั่วแว่บ...ก็ตามที

 

 

เปลวไฟเริงระยิบอยู่บนยอดไม้ที่มองเห็นอยู่ไกลๆนั่น ไม่ได้ทำให้ฉันแปลกใจแต่อย่างใด อาจมีความกังวลใจอยู่บ้าง หากว่าสายลมพัดจัดขึ้น แล้วหันเหทิศทางมายังไร่นี้ ฉันคงมีโอกาสวอดวายได้ไม่น้อยไปกว่าป่าผืนนั้น

 

ทุกปีที่ต้องผจญกับความรู้สึกหวั่นไหว ในยามไฟไหม้ป่ารอบๆไร่ ไม่ว่าจะเป็นความตั้งใจเผาไร่อ้อย เพื่อกำจัดซากเหลือทิ้ง ภายหลังจากตัดลำต้นไปส่งโรงงานเรียบร้อยแล้ว การเผาเพื่อปล่อยให้หน่อรุ่นที่สองโผล่พ้นดินมาใหม่อย่างง่ายดาย  เขาทำเช่นนี้อยู่จนครบปีที่สาม จากนั้นก็เผาแล้วไถพรวนดิน ปลูกอ้อยรุ่นใหม่ ให้แตกหน่อเป็นกอใหม่ เพื่อตัดขายอีกครั้งเมื่ออายุครบขวบปี

 

ส่วนฉันทำสวน เป็นไม้ยืนต้นชนิดที่มีน้ำยางอยู่ในเนื้อ ใช่แล้ว มันคือยางพารา แต่ไม่ใช่แค่ยางประเภทนี้เท่านั้นที่ปลูกลงไป และเติบใหญ่พอสมควร มันมีทั้งยางนา ทั้งไม้ประดู่ ไม้แดง ที่มีมากมายแทบไม่ต้องลงมือปลูกเองคือต้นกุง เมล็ดที่มีปีกบินได้ของมัน บินมาจากป่าบ้าง จากแนวไม้เก่าแก่ต้นสูงๆรอบไร่ๆ มันพร้อมเพรียงกันงอกงามโดยที่ฉันยินดีให้เติบโตอย่างระเกะระกะตามใจชอบ

 

ผืนดินว่างเปล่า มีแต่เม็ดทรายร่วนปลิวฟุ้งยามลมร้อนพัดผ่านในเวลาย้อนหลังไปสามปี วันนี้ต้นไม้และกอหญ้าหนาทึบปกคลุมดิน ยามฤดูแล้ง ซากแห้งของต้นหญ้าคือเชื้อไฟที่ดีที่สุด การทำทางกันไฟรอบๆไร่เป็นเรื่องจำเป็น

 

“ระวังผู้ชายตัวสูงๆ เดินก้มหน้าก้มตาไม่เหลียวหน้าเหลียวหลัง ชอบสะพายย่ามสีแดงๆ ถ้าเห็นเดินอยู่แถวๆไร่ ให้ดูให้ดี นายคนนี้ชอบเผาป่า เผาไปเรื่อย ที่ไหนที่เขาตัดอ้อยเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้เผา มันนั่นแหละจะแอบเผาให้”

 

จากปีแรกจนกระทั้งปีนี้ คำเตือนทำนองนี้ยังคงมีอยู่ แต่ฉันไม่เคยเห็นผู้ชายคนที่ถูกกล่าวหานั้นเลยสักครั้ง แต่ป่าทางท้ายไร่ก็ถูกไฟไหม้ทุกปี

 

ไฟแล่บเลียยอดกุงต้นสูงๆอย่างสาใจ เพราะมันมีน้ำมันอยู่ในทุกอณูเนื้อ บางต้นมียางไม้เกาะแข็งตามผิวเปลือกที่ปริแตก ถ้าไม่ถูกไฟไหม้ไปเสียก่อนภายในคืนนี้ มันอาจกลายเป็นอำพันชั้นดีในอีกล้านปีข้างหน้า คุณสมบัติที่ดีของมัน จึงกลายเป็นผลร้ายต่อตัวเอง และส่งผลให้ไม้ชนิดอื่นๆมอดไหม้ได้หมดจดเช่นเดียวกัน

 

“ทำไมนายคนนั้นชอบเผาป่าละยายแดง” ฉันมีผู้รู้ทุกเรื่องอยู่ข้างๆหนึ่งคนชื่อว่าแดง แกแก่กว่าฉันนิดหน่อย แต่ฉันยกย่องให้แกเป็นยาย

“อ้าว เผาแล้วป่าเตียน เวลาฝนมาใหม่ๆ ขุดแย้ง่ายดี เห็นแย้ง่าย วิ่งตะครุบก็สะดวก ใครๆก็ชอบให้ป่าเตียน”

“แล้วไม่มีผลกับเห็ดปลวกเหรอ มันจะน้อยลงไปไหมล่ะยาย”

“ไม่มั้ง” คนตอบเริ่มแบ่งรับแบ่งสู้

“แต่ข้อยว่าน่าจะมีผลนา เพราะป่าโปร่งขึ้นทุกปี ไฟไหม้ป่าทีไร มีต้นไม้สูงยืนต้นตายตั้งหลายต้น เสียดายกว่ามันจะโต”

“นั่นสิ พี่เองก็เสียดาย แต่ทำไงได้ คนเขาเผากันอย่างนี้มานาน ผู้ใหญ่บ้านห้ามไม่ให้เผา วิทยุประกาศว่าเผาป่าไม่ดี แต่ก็มีไฟไหม้ป่านี้ทุกปี พี่เองก็ไม่รู้เหมือนกัน” นั่นสิ ถ้ายายแดงไม่รู้แล้วฉันจะรู้ได้อย่างไร ว่าใครเผา เผาเพื่ออะไรกันแน่ ถ้าเพื่อหาแย้กันง่ายๆ แสดงว่าใครเผาก็ได้ ฉันไม่รับรู้ แต่เวลาขุดหาแย้ ฉันเอาด้วย

 

หลังจากถกเถียงกับยายแดงเรื่องทำนองนี้หลายครั้งหลายหน จนฉันหมดวิธีเกลี้ยกล่อมให้แกร่วมมือต่อต้านการเผา ด้วยการร่วมระแวดระวังมือเผาในยามหน้าแล้ง แกหัวเราะแหะๆ บอกว่า

“อ้าว ก็ช่วยดูอยู่ แต่เวลาเผลอมันก็เผาได้นี่” แกหัวเราะติดพันอย่างชอบใจจนพุงกระเพื่อม ในท่าที่นอนเอกเขนกอยู่บนแคร่ไม้ไผ่

“แต่ยังไง พี่ก็ได้ขุดแย้ง่ายขึ้นเหมือนกัน” แกคงหัวเราะเยาะในความไม่เดียงสาของฉันแน่เลย

 

จำได้ว่าเมื่อตอนกลางวันนี้ หลังจากคุยกันแบบไม่สามารถปรองดองได้เท่าใดนัก แกก็ขอตัวไปจัดการงานในไร่นาของแก ที่มีทิศทางไปทางท้ายไร่นั่นล่ะ

 

“พี่จะไปเผาหญ้าที่คันนาซะหน่อย ก่อนที่ฝนจะมา เดี๋ยวหญ้ารกมากกว่านี้ ดายไม่ไหว”

 

ฉันรู้ต้นตอของไฟป่าอย่างฉับพลัน จึงตะโกนอย่างคลุ้มคลั่งอยู่ในความมืด

“ยายแดง !!!! ยายแดง !!!”

 

“โธ่ ไม่น่าเลย !!”

 

...............................

 

ขออภัย....ฉันไม่ได้ตั้งใจล้อเล่นกับความสูญเสียของใคร และเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเผาเมืองที่ผ่านมา




"


"



 

โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net