วันที่ อังคาร มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อำเภอไทรโยค (Amphoe Sai Yok)


จังหวัดกาญจนบุรี (Kanchanaburi)

อำเภอไทรโยค (Amphoe Sai Yok)

 

เมืองชายแดน แคว้นประวัติศาสตร์ ธรรมชาติงดงาม นามไทรโยค

 

ประวัติความเป็นมาของอำเภอไทรโยค :

ในสมัยรัชกาลที่  5 พระองค์ได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยคน้อย ซึ่งสมัยนั้นยังไม่ชื่อ พระองค์ได้ทอดพระเนตรและเห็นต้นไทรที่ขึ้นอยู่ริมธารน้ำจึงตั้งชื่อ "น้ำตกไทรโยคน้อย" และเมื่อได้มีการจัดตั้งอำเภอขึ้นจึงตั้งชื่ออำเภอตามชื่อน้ำตกไทรโยค

ที่ตั้งและอาณาเขต :

อำเภอไทรโยค ตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ             ติดกับ  อำเภอทองผาภูมิ

ทิศตะวันออก       ติดกับ  อำเภอศรีสวัสดิ์ และอำเภอเมืองกาญจนบุรี

ทิศใต้                ติดกับ  อำเภอเมืองกาญจนบุรี

ทิศตะวันตก         ติดกับ  เขตตะนาวศรี (ประเทศพม่า

พื้นที่ : 2,728.922 ตารางกิโลเมตร

ประชากร : 53,391 คน (พ.ศ. 2557)

ความหนาแน่น : 19.56 คน / ตารางกิโลเมตร

การปกครองส่วนภูมิภาค : อำเภอไทรโยค แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น แบ่งพื้นที่การปกครองตามพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ออกเป็น 7 ตำบล 55 หมู่บ้าน

ที่ตั้ง : ที่ว่าการอำเภอไทรโยค หมู่ที่ 1 ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี 71150 โทรศัพท์ : 034-591065   โทรสาร : 034-591065 

ลักษณะอากาศ :

ภูมิอากาศโดยทั่วไปมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดผ่าน ทำให้ลักษณะอากาศภายในพื้นที่มีความผันแปรค่อนข้างมาก และส่วนหนึ่งของพื้นที่มีสภาพเป็นบริเวณอับฝน

อื่นๆ :

สภาพเศรษฐกิจ

1.อาชีพหลัก ได้แก่ ทำไร่ ทำสวน รับจ้าง

2.อาชีพเสริม ได้แก่ เลี้ยงสัตว์

3.จำนวนธนาคาร มี 2 แห่ง ได้แก่
  ธนาคารกรุงไทย โทร. 034-634263

  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ฯ โทร. 034-634470

การเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม

1.ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด

2.ชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญ (แม่น้ำ/บึง/คลอง) ได้แก่ แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำน้อย

3.โรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่

   โรงเลื่อยจักรตั้งเต็กเส็ง ม.3 ต.ท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัด กาญจนบุรี

 

สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอไทรโยค

 

ถ้ำกระแซ (Krasae Cave)

 

เป็นถ้ำที่เคยเป็นที่พักของเชลยศึก เมื่อครั้งสร้างทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปพม่า ซึ่งเป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ ตัวถ้ำอยู่ติดกับทางรถไฟสายมรณะ และอยู่ติดกับแควน้อย ซึ่งเป็นบริเวณที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 55 กิโลเมตร สามารถเดินทางได้โดยรถไฟ หรือรถยนต์ ตามเส้นทางถนนสาย 323 กาญจนบุรี-ไทรโยค

 

พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานช่องเขาขาด+ช่องเขาขาด (Hellfire Pass Memorial Museum+ Hellfire Pass)

 

พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานช่องเขาขาดหรือพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ ตั้งอยู่ภายในกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา การเดินทางไปชม ใช้เส้นทางสายไทรโยค-ทองผาภูมิ ถึงกิโลเมตรที่ 66 บนทางหลวงหมายเลข 323 (กาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9.00-16.00 น.

        สร้างอุทิศให้กับเชลยศึก(POWs) และแรงงานชาวเอเชียที่ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสและเสียชีวิต ณ ช่องเขาขาด โดยความร่วมมือของรัฐบาลไทยกับรัฐบาลออสเตรเลีย

           การพัฒนาและบำรุงรักษาสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ เกิดจากความมุ่งมั่นของอดีตเชลยศึกชาวออสเตรเลีย คือ เจ จี ทอม มอร์ริส (J G Tom Morris) เขาเป็นหนึ่งในเชลยศึกและแรงงานพลเรือนนับหมื่นที่ทำงานในการก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะไทย-พม่า แห่งนี้ ใช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทอมสมัครเข้าเป็นทหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2484 ขณะที่อายุ 17 ปี เขาปฎิบัติหน้าที่ในชั้นยศสิบโท สังกัด บก.กองพลน้อยที่ 22 เขาถูกจับเป็นเชลยศึกที่สิงค์โปร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2485 หลังจากนั้นถูกกักกันให้อยู่ในฐานะเชลยศึกเป็นเวลาถึง 3 ปี ในกองกำลัง A (A-Force) งานส่วนใหญ่ที่ต้องทำคือก่อสร้างทางรถไฟไทย-พม่าสายนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าว ทอมถูกนำตัวไปกักขังไว้ในค่ายต่างๆถึง 10 ค่าย เป็นเหตุให้ต้องติดเชื้อไข้มาลาเรีย และโรคบิค ต่อมาได้ปฎิบัติงานในฐานะเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ช่วยเหลือเชลยศึกคนอื่นๆ ณ ค่ายพยาบาล บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 55 เป็นเวลา 40 ปี หลังจากการทำงานก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ ทอมได้ตกลงใจเดินทางกลับมายังประเทศไทย เพื่อหาที่ตั้งของจุด “ช่องเขาขาด (Hellfire Pass)”

        ซึ่งในปี พ.ศ.2527 นั้น ทอมไม่เพียงประสบความสำเร็จในการกำหนดที่ตั้งของช่องเขาขาดที่ล้อมรอบด้วยป่าทึบเท่านั้น เขายังมีความประสงค์ที่จะบรูณะพื้นที่สำคัญนี้เพื่อระลึกถึงทุกคนที่ได้รับความระทมทุกข์ รวมทั้งผู้ที่เสียชีวิตในระหว่างการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้

          ทอมได้นำเสนอข้อมูลต่อรัฐบาลออสเตรเลีย เพื่อรองรับและสร้างพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ ในระยะเริ่มแรกนั้น กองทุนที่ได้รับมาเมื่อปี พ.ศ.2530 ถูกใช้ในการสร้างอนุสรณ์สถานและเส้นทางเช้าสู่ช่องเขาขาด ต่อมาในปี พ.ศ.2537 ได้รับกองทุนอีกครั้งและนำไปใช้สร้าง “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานช่องเขาขาด” รวมทั้งทางเดินพร้อมการแสดงข้อมูล

          พิพิธภัณฑ์ฯเปิดให้ชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2542 ภายในมีการจัดแสดงมินิเธียเตอร์และข้อมูลภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ของเหล่าเชลยศึก ระหว่างการสร้างทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ไทย-พม่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องราวในอดีตถูกรวบรวมและบอกเล่าผ่านนิทรรศการภายใน“พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ ช่องเขาขาด” พิพิธภัณฑ์ฯได้รวบรวมภาพถ่าย ข้อมูล และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เกิดในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ นอกจากตัวอักษรและภาพประกอบที่อธิบายถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในแต่ละช่วงแล้ว จุดเด่นหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ฯก็คือ ห้องมินิเธียร์เตอร์ ที่ฉายภาพยนตร์เงียบขาว-ดำ ซึ่งถ่ายทำจากเหตุการณ์จริงในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และแน่นอนว่าในภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ ความทุรกันดารและความโหดร้ายของการตกเป็นเชลยศึกสงคราม จากเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร 60,000 คนนั้นเสียชีวิตประมาณร้อยละ 20 หรือประมาณ 12,399 คน และในส่วนของแรงงานพลเรือนประมาณ 70,000 – 90,000 คนที่สังเวยชีวิตไปกับการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้

 

       ส่วนที่สองของพิพิธภัณฑ์ จะอยู่ด้านหลังของพิพิธภัณฑ์ เป็นเส้นทางเดินลงไปยังบริเวณช่องเขาขาด ที่เป็นพื้นที่จริงที่นักโทษสงครามได้ร่วมกันสร้างเส้นทางแห่งนี้ขึ้นด้วยความยากลำบาก โดยเส้นทางการไปบริเวณช่องเขาขาดนี้มี 2 เส้นทาง คือด้านล่าง เป็นเส้นทางที่เดินเข้าไปในช่องเขาบริเวณแนววางรางรถไฟ ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งเป็นเส้นทางที่ต้องเดินขึ้นบันไดขึ้นไปบนเขาเพื่อชมช่องเขาจากด้านบนลงมา ทั้งสองเส้นทางใช้ระยะเวลาในการเดินไปต่างกัน คือเดินในช่องเขาใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง ส่วนด้านบน เหนื่อยกว่าและใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง

 

        จากเดือนเมษายน 2486 การก่อสร้างดำเนินการรุดหน้าไปเร็วมาก เนื่องด้วยฝ่ายญี่ปุ่นต้องการให้การก่อสร้างแล้วเสร็จตามความคาดหมายคือเดือนสิงหาคม ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นเส้นตายของการก่อสร้างของทางรถไฟสายนี้ ห้วงเวลาดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นที่รู้จักกันในนามของห้วงเวลาแห่งความเร่งด่วน (Speedo) เชลยศึกและคนงานชาวเอเชียถูกลงโทษให้ทำงานจนค่ำ ที่บริเวณซึ่งทำการตัดช่องเขาขาดนั้น แสงแวบๆจากกองไฟ ส่องกระทบเรือนร่างที่ผอมโซของคนงาน จึงเป็นที่มาของชื่อ “ช่องไฟนรก (Hellfire Pass)”หรือช่องเขาขาดการก่อสร้างที่เร่งรีบกอปรกับการระบาดของอหิวาตกโรคได้คร่าชีวิตของเชลยศึกและคนงานไปหลายพันคน

    ในวันที่ 25 เมษายน ของทุกปี เป็นวัน Anzac Day (Australian and New Zealand Army Corps) หรือวันอนุสรณ์ทหารผ่านศึกออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ มีการจัดพิธีกรรมรำลึกถึงเหล่าทหารที่เสียชีวิตในสงคราม

 

ตะพาบม่านลาย (Soft-Shell Turtle Amnanlai)

ชื่อวิทยาศาสตร์ Chitra chitra Nutphand, 1990 พบเฉพาะบริเวณลุ่มแม่น้ำแควน้อย แควใหญ่ และแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นตะพาบทีมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หนัก 150-200 กิโลกรัม ตามรายงานล่าสุด มีเหลือในที่เลี้ยงเพียง 11 ตัวเท่านั้นในโลก และในจำนวนที่เหลือนั้น โตถึงวัยเจริญพันธุ์เพียง 3 ตัว

 

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ (Muang Sing Historical Park)

 ทางรถไฟสายมรณะ (Line Railway World War 2)

 

อุทยานแห่งชาติในจังหวัดกาญจนบุรี :

 อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี

 อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์

 อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อำเภอศรีสวัสดิ์

 อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์

 อุทยานแห่งชาติลำคลองงู อำเภอทองผาภูมิ

 อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ

 อุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง

 

แผนที่อำเภอต่างๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี

 

 

ไกด์พงษ์ แก้ไข 18/07/2560

http://www.oknation.net/blog/guidepong

 

ต้องการปรึกษา, มีคำถามหรือปัญหา, ตั้งกระทู้ต่างๆ, รับสมัครงาน

ต้องการมัคคุเทศก์ หรือหัวหน้าทัวร์ และผู้ช่วยมัคคุเทศก์

โดย ไกด์พงษ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net