วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พื้นที่จัดการตนเอง : ตำรับการเมืองภาคพลเมือง ยาสามัญประจำชาติ



สังคมไทยหลังการชุมนุมของนปช.กำลังก้าวเดินไปในทิศทางที่ถูกรัฐบาลกำหนด แผนปรองดองเอย...แผนปฎิรูปประเทศไทยเอย...ความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้นเอย วาทกรรมเหล่านี้กำลังระบาดเพ่นพร่านในสังคมเต็มไปหมด นัยว่าเป็นไปเพื่อรักษาอาการ “ป่วย” ของสังคม น่าสนใจนะครับว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างจะเป็นแค่ยาน้ำ(ลาย) ยาเม็ดในกระดาษที่มีเปลือกนอกสวยหรูแล้วก็ละลายงบประมาณอีกรอบหรือเปล่า


ผมไม่อยากมองโลกในแง่ร้าย นั่นเพราะตระหนักดีว่าการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้ง...จะปฎิวัติ หรือปฎิรูป...สังคมแต่ละสังคมย่อมมีพัฒนาการ มีการสั่งสมบทเรียน และยกระดับไปข้างหน้าได้หากว่าเรามีการสะสมปัญญามากกว่าอวิชา ที่สำคัญทุกอย่างมีเงื่อนไขมีเวลาที่ “สุกงอม” ของมัน เราจะเร่งรัดไม่ได้ หรือจะไปชะลอมันไม่ให้เกิดก็ไม่ได้


ผมอยู่สงขลา เราเองก็ไม่อยากรออนาคต จังหวะก้าวในการพัฒนาในพื้นที่ยังคงก้าวไปข้างหน้า เหนืออื่นใด เราอยากให้สมดุลอำนาจในการกำหนดอนาคตมิให้อยู่ในมือนักการเมืองไม่กี่คน ทำอย่างไรให้ประชาชนได้มีส่วนกำหนดด้วย


คนสงขลาส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็น “ลูกป๋า” เป็นอำมาตย์ แต่นั่นเป็นเพียงภาพลักษณ์ที่คนอื่นหยิบยื่นให้ ประโยคนี้มีนัยไปถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับข้าราชการ เป็นความสัมพันธ์เิชิงอุปถัมภ์ แต่การจะ “เป็น” หรือ “ไม่เป็น” สิ่งใด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น หากแต่ต้องเกิดจากเนื้อในตนเอง และเนื้อในที่ว่าทุกอย่างก็เป็นพลวัตร มีการเรียนรู้ มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา



ลองใช้แว่นส่องจักรวาลดูสงขลาบ้างไหมครับ


ภาคประชาชนหรือภาคพลเมืองก่อตัวมานานเท่าไร ผมตัดตอนมาเท่าที่สัมผัีสได้่ในคนรุ่นนี้นะครับ


ในปี 2520 กลุ่มออมทรัพย์ของลุงลัภย์ หนูประดิษฐ์ เริ่มก่อตัวสะสมต้นทุนการเป็นองค์กรเถื่อน พิสูจน์ตัวเองตามแนวทางของชุมชนกระทั่งสร้างทิศทางใหม่ของกลุ่มออมทรัพย์ในสงขลา ทั้งในแง่รูปแบบและเงินทุน ต่อมา เหล่าบัญฑิตอาสาและภาคประชาสังคมเริ่มเข้ามา เริ่มเกิด NGOs “โครงการพัฒนาชุมชนประมงบ้านปากบางนาทับ” (2524) โดยการนำของคุณบรรจง นะแส   ชมรมส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน” (2524) โดยการนำของ นพ.อนันต์ บุญโสภณ โครงการพัฒนาชุมชนแออัดภาคใต้” (2531) โดยการนำของคุณพิชยา แก้วขาว จากนั้นมีชมรมเพื่อนนักพัฒนาภาคใต้(2524-2528) รวมพลพรรคระดับภาค ก่อนที่จะแยกตัวก่อให้เกิดกลุ่มเล็กๆ ทำกิจกรรมตามความสนใจ เช่น กลุ่มพืชร่วมยาง/กลุ่มเกษตรป่ายาง/กลุ่มเกษตรยกร่อง/กลุ่มผักพื้นบ้าน (2528-2529) โดยการนำของคุณกำราบ พานทอง ภาคประชาสังคมส่วนหนึ่งเริ่มบุกเบิก “CORE Radio กลุ่มสื่อวิทยุสร้างสรรค์” (2530)


ต่อมาเกิดสงขลาฟอรั่ม(2536)   กลุ่มรักคูขุด (2536) มูลนิธิรักบ้านเกิดภาคใต้ (2536) เครือข่ายธรรมยาตราเพื่อทะเลสาบสงขลา (2538) และเครือข่ายในเชิงประเด็น อาทิ เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษ (2538) เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก (2539) เครือข่ายลุ่มน้ำภาคใต้ (2539) กลุ่มรักษ์คลองอู่ตะเภา(ตอนล่าง) (2538) รวมถึง เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ สงขลาประชาคม(2539)   สมัชชาจังหวัดสงขลาเพื่อการปฏิรูปทางการเมือง” (2540) เรียกร้องรัฐธรรมนูญฯ ฉบับพ.ศ.2540 และวิทยาลัยวันศุกร์ (2542)


ปี 2541-2543 เกิดกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม (SIF) มีการคัดสรรตัวแทนภาคประชาชนเข้าสู่ คณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ (กสพ.) 2543 ถึงต้นปี 2544 โครงการบริโภคเพื่อชีวิตสงขลา มูลนิธิรักบ้านเกิดภาคใต้ และ ศูนย์ประสานงานองค์กรภาคประชาชนสงขลา (ศปส.) และเกิดประชาคมสุขภาพสงขลา


หลังปี 2544 เป็นต้นมา ภาคีตระกูลส.เริ่มเข้ามาสนับสนุนการทำงาน ได้แก่


· สปสช.(สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)


 

· สกว.(สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย) สนับสนุนงานโครงการความร่วมมือฯ ต้องการปรับความสัมพันธํ/ความร่วมมือ 5 องค์กร(ธกส./สกว./พมจ./อปท.สสส.) มีประเด็นร่วม ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ การฟื้นฟูพื้นที่ได้รับผลกระทบจากนากุ้ง/สารเคมี การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พลังงานทางเลือก สวัสดิการชุมชน ตำบลบูรณาการ การฟื้นฟูวัฒนธรรม เศรษฐกิจพอเพียง ในการทำงานมีนักวิชาการสนับสนุนเวทีกลางเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้


· พศส.(พัฒนาศูนย์เรียนรู้สุขภาวะชุมชน) โดยการนำของ อบต.ท่าข้าม มีพื้นที่ทำงานกับอบต. 23 แห่ง จุดเด่นอยู่ที่ 23 เกลอ โดยอบต.ในสงขลา 19 แห่ง ให้มีศูนย์เรียนรู้/ถอดความรู้สุขภาวะตำบล มีทีมวิชาการประกบ/ช่วยชุมชน ให้มีประเด็นเด่นร่วมในการทำงาน


ถอดบทเรียนโมเดล อบต.ท่าข้าม ที่มี 8 ระบบ ได้แก่ ระบบเศรษฐกิจและสวัสดิการชุมชน การจัดการสุขภาพชุมชน การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม การจัดการสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชน การบริหารจัดการตำบล การสื่อสารและข้อมูล และอาสาสมัคร


และมีการหาประเด็นร่วมกับเครือข่าย ได้แก่ การบริหารกองทุนสุขภาพ/กองทุนสวัสดิการ การพัฒนาเด็ก เยาวชน ครอบครัว การฟื้นฟูวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น การพัฒนาสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและพลังงาน อาหารปลอดภัย การบริหารตำบลสุขภาพ การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ/ผู้พิการ การพัฒนาอาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพเครือข่าย


· สวรส.(เครือข่ายสร้างสุขภาพ สถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้) ดำเนินการแผนสุขภาพจังหวัด บูรณาการและจัดกลไกการทำงานสร้างสุขภาวะระดับจังหวัด


ระยะที่ 1  มีเครือข่าย 15 ประเด็น ได้แก่ หลักประกัน/อสม./ผู้พิการ/ผู้สูงอายุ/แรงงานนอกระบบ/เกษตร/ เศรษฐกิจพอเพียง/สิ่งแวดล้อม/เด็ก/ผู้บริโภค/วัฒนธรรม/สื่อ/ข้อมูล/แพทบ์แผนไทย มีกระบวนการผลักดันนโยบายสาธารณะผ่านสมัชชา on air, on line


และมีการจัดทำแผนสุขภาพตำบล มีเครือข่ายพื้นที่ 20 แห่ง เน้นกิจกรรม ให้มีแผนบูรณาการระดับตำบล พัฒนากลไกพื้นที่ และสร้างกองทุน มีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีประเด็นร่วมได้แก่ โรคเรื้อรัง เกษตร เด็ก เยาวชน ครอบครัว(คน 3 วัย)

สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ปัญหาสังคม(อบายมุข/ยาเสพติด) และเศรษฐกิจพอเพียง


ระยะที่ 2 สร้างวาระร่วม สงขลาพอเพียง โดยมี 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การสร้างค่านิยมร่วม การสร้างชุมชนเข้มแข็ง การพัฒนานโยบายสาธารณะ การศึกษา และระบบงานสนับสนุน


· สงขลาพอเพียง เป็นเวทีที่มีผู้นำตามธรรมชาติ และผู้นำทางการมีการพบกันอย่างไม่เป็นทางการประจำเดือนขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง



· สมัชชาสุขภาพจังหวัด ที่มีสช.(สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ) สนับสนุน สร้างและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาพโดยใช้กระบวนการสมัชชา เริ่มต้นตั้งแต่ปี 44-47


ประเด็นร่วม ได้แก่ การจัดบริการสุขภาพโดยอปท. การจัดการสุขภาวะครัวเรือน แก้ปัญหายาเสพติด เด็กและเยาวชน การเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ(อาหาร) และธรรมนูญสุขภาพตำบล

จุดเด่น สร้างและผลักดันนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาพ

ปี 53 จัดทำธรรมนูญลุ่มน้ำภูมี/กองทุนกลางพิจิตร/แผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์


· มูลนิธิชุมชนสงขลา โดยการประสานระหว่างภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาครัฐ ทำหน้าที่ส่งเสริมการให้/ระดมทุน/เชื่อมประสานเครือข่าย การพัฒนาคน เชื่อมประสานผู้ใหญ่/ผู้รับ กระจายทุนพัฒนาต้นแบบการพัฒนา การสร้างนโยบายสาธารณะ การระดมทุน การสร้างอาสาสมัคร เน้นการประสานงานภาคเอกชน/ภาคเครือข่ายสมาคมในพื้นที่


· โครงการลดโลกร้อนในเมืองหาดใหญ่ ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เน้นแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำเสีย น้ำแล้ง


· สภาทะเลสาบสงขลา มีเครือข่ายชุมชน 7 โซน ทบทวนแผนแม่บทฯ เสนอพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม มีการทำงานกับกรมส่งเสริมฯ 5 พื้นที่ สภาทะเลสาบกำลังจะจัดคอนเสิร์ต คาราบาว/สมัชชาลุ่มน้ำทะเลสาบ และจัดตั้งมูลนิธิฯ จัดกลไกการทำงาน


· พันธมิตรและพรรคการเมืองใหม่


· เสื้อแดง


· สมาคมศิลปินพื้นบ้านจังหวัดสงขลา โดยการนำของหนังนครินทร์ ชาทอง ร่วมฟื้นฟูคุณค่าเดิมที่สูญหาย ความดีความชั่ว รักษารูปแบบการเล่นหนังตะลุง สร้างองค์กรรองรับ ปรับตัวเข้ากับยุคสมัย มีการออมทรัพย์ทุกเสาร์ที่ 2 ของเดือน(เป็นเวทีร่วม)


· ศิลปินนักเขียน/กวี สหภาพการรถไฟ สมาพันธ์ชาวประมง


· กลุ่มนักธุรกิจ ได้แก่ โรตารี่/ไลออนท์ สมาคม SME /สมาคม 15 ตระกูล


· สภาองค์กรชุมชน/ สภาพัฒนาการเมือง พื้นที่ดำเนินการ สภาองค์กรชุมชน 49 แห่ง โดยมีพื้นที่เริ่มต้น ได้แก่ วัดสน/พังยาง/วัดจันทร์/บ่อแดง/ท่าหิน/ระวะ/ชิงโค/ชะแล้/วัดขนุน/ปากรอ/ควนรู/เขาพระ/คูหาใต้/กำแพงเพชร/ทุ่งลาน/คลองหลา/เทศบาลปริก/ทุ่งหมอ/สะพานไม้แก่น/บ้านนา/ป่าชิง/น้ำขาว/นาหว้า/วังใหญ่/เชิงแส/กระแสสินธุ์/เกาะใหญ่/ท่าข้าม/เกาะแต้ว/ทุ่งหวัง


· สวัสดิการชุมชน ได้แก่ สมาคมสวัสดิการฯ การทำงานภายใต้นโยบายรัฐฯลฯ  สร้างกระแส พัฒนาองค์ความรู้ด้านสวัสดิการฯ


· ออมทรัพย์ กลุ่ม/ชมรมต่างๆ


· NGOz เครือข่ายเกษตรทางเลือก มูลนิธิเพื่อนหญิง มูลนิธิรักษ์ไทย สมาคมรักษ์ทะเลไทย แรงงานนอกระบบ เพื่อนไร้พรมแดน


· สื่อ ได้แก่ วิทยุชุมชนภายใต้การสนับสนุนของ LDI พอช./สสส. สำนักข่าวชุมชนภาคใต้ ผู้สื่อข่าวพลเมือง สื่อ(แผนสุขภาพ)สงขลามีเดียฟอรั่ม วิทยุ/ทีวี.ออนไลน์ คลื่นความคิด/บ้านบ้านเรดิโอ วิทยุเกาะบก


· ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรัฐ ท่อก๊าซ เขาคูหา ท่าเรือน้ำลึก ประมงพื้นบ้าน/เชฟรอน


องค์กรหรือกลุ่ม/ชมรม/เครือข่ายเหล่านี้คือต้นทุนของเราในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การสร้างทางเลือกการพัฒนาและสร้างกระบวนการประชาธิปไตยทางตรงด้วยการเมืองภาคพลเมือง ที่มีทั้งประเด็นและพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อการมีส่วนร่วมปรับกระบวนการนโยบายทั้งในพื้นที่/ชาติ


...เป็นยาสามัญประจำสงขลา...ยาสามัญประจำสังคม


เรากำลังยกระดับ กระชับการเรียนรู้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัด นำมาสู่การค้นหาปัญหา(ทุกข์)การทำงานในลักษณะเครือข่ายพลเมือง ค้นหาเหตุ/ปัจจัย นำมาสู่ทางออก/ทางแก้ ระดมทุน(ความรู้) เน้นการเรียนรู้คุณค่าของกันและกัน จัดทำแผนที่ทุนทางสังคมการหนุนเสริมการทำงานกันและกัน โดยใช้สื่อจัดกระบวนการเรียนรู้ กำหนดเป้าหมายร่วมระดับจังหวัด ใช้พื้นที่จังหวัดสงขลาที่เป็นที่ตั้ง สร้างกระบวนการการเมืองภาคพลเมือง


เข้ามารักษาดุลการพัฒนา ร่วมกำหนดเป้าหมายร่วม/จุดหมายร่วม แนวทาง/กระบวนการ/ปฎิบัติการไปสู่จุดหมาย เน้นร่วมคิด แยกทำ ร่วมกันทำ(ไม่กดดัน/ผลักดันกันและกัน) สร้างความรู้ใหม่ แบ่งปัน สร้างนโยบายสาธารณะ


ก้าวไปสู่การเป็นจังหวัดจัดการตนเอง พึ่งตนเอง ยืนอยู่บนขาตนเอง เป็นรากฐานอันมั่นคงให้ประเทศ.





















ขอบคุณภาพสวยๆจากทีมพริกแกง

โดย นายชาคริต

 

กลับไปที่ www.oknation.net