วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เทพสตรี-เทพกระษัตรี (Thepsatri-Thepkrasattri)


จังหวัดภูเก็ต (Phuket)

เทพสตรี-เทพกระษัตรี (Thepsatri-Thepkrasattri)

 

 

ความหมายท้าวเทพสตรีและท้าวเทพกระษัตรี :

คำวิสามานยนามที่มีปัญหาในการเขียนอยู่คำหนึ่ง และเป็นคำที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี่เอง นั่นคือคำว่า “ท้าวเทพสตรี” และ “ท้าวเทพกระษัตรี” ซึ่งเป็นวีรสตรีของเมืองถลาง ว่าจะเขียนอย่างไรจึงจะถูก ทั้งนี้เพราะในตำราต่าง ๆ รวมทั้งตำราเรียนของกระทรวงศึกษาธิการเองก็เขียนไปต่าง ๆ กัน

              ฝ่ายที่เขียนเป็น “เทพสตรี” ก็มี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระยาอุปกิตศิลปสาร หลวงวิจิตรวาทการ ประชุมพงศาวดาร ภาค 6 เล่ม 7 ฉบับโรงพิมพ์คุรุสภา สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม 14 ศาสตราจารย์ ม.ร.ว. แสงโสม เกษมศรี กรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย แบบเรียนภาษาไทย เล่ม 3 ชั้น ป. 5 ของกรมวิชาการ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 19 และอักขรานุกรมภูมิศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2521

              ฝ่ายที่เขียนเป็น “เทพกระษัตรี” นั้น ก็มีแบบเรียนสังคมศึกษา ป. 4 พิมพ์ครั้งที่ 19 พ.ศ. 2519 สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช นายสมาน-นางเบญจา แสงมะลิ หนังสือเรียนสร้างเสริมประสบการณ์ ป. 6 กรมวิชาการ พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2526 และอักขรานุกรมภูมิศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2527

              เมื่อเป็นเช่นนี้ ปัญหาก็อยู่ที่ว่าควรจะเขียนอย่างไรจึงจะถูกต้อง คือจะใช้คำท้ายว่า “สตรี” หรือ “กระษัตรี” นอกจากนั้นยังมีบางคนเขียนเป็น “กษัตรีย์” มี ย การันต์อีกด้วย

              เหตุที่ส่วนใหญ่ใช้ “สตรี” ก็คงคิดว่าเพราะคุณหญิงจัน ภรรยาเจ้าเมืองถลางเป็นสามัญชน จึงควรเขียนเป็น “สตรี” ถ้าเขียนเป็น“กระษัตรี” ก็เกรงว่าจะไปพ้องกับคำว่า “กษัตรีย์” ซึ่งมี ย การันต์ด้วย อันหมายถึง กษัตริย์ผู้หญิง ไป เพราะออกเสียงอย่างเดียวกัน พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานได้เก็บไว้ทั้ง “กระษัตรี” (ไม่มี ย การันต์) และ กษัตรีย์ (มี ย การันต์) และได้ให้ความหมายไว้ดังนี้

              “กระษัตรี (โบ) น. ผู้หญิง.”

               คำว่า “กระษัตรีย์” ที่มี ย การันต์ ท่านมิได้เก็บไว้ มีแต่ “กษัตรีย์” (ที่ ก ไม่มี ร สระอะ) ท่านบอกว่าเป็นคำที่ใช้ในบทร้อยกรองและหมายถึง “กษัตริย์” ก็ได้ เช่น พินทุทัตกษัตรีย์ ในหนังสือสมุทรโฆษคำฉันท์ หรือจะใช้หมายถึง “เจ้าผู้หญิง” ก็ได้ เช่น อันว่าพระมหาสัตว์แลกษัตรีย์ ในมหาชาติคำหลวง กัณฑ์วนปเวสน์

               นอกจากนั้นก็มีคำว่า “กษัตรี” ไม่มี ย การันต์ ซึ่งใช้ในบทร้อยกรอง หมายความว่า “กษัตริย์ผู้หญิง เช่น สมเด็จพระแก้วกษัตรี” ในมหาชาติคำหลวง ทานกัณฑ์ หรืออาจหมายถึง “เจ้าผู้หญิง เช่น สองกษัตรีเจ้าหล้า” ในลิลิตพระลอ และอาจหมายถึงสตรีหรือผู้หญิงทั่ว ๆ ไปก็ได้ เช่น ข้อความว่า “จักเสื่อมสวัสดิ์กษัตรี” ในหนังสือ กฤษณาสอนน้องคำฉันท์

               เมื่อหลักฐานต่าง ๆ ปรากฏว่ามีทั้งคำว่า “เทพสตรี” และ “เทพกระษัตรี” เช่นนี้ เราจะเอาอะไรเป็นข้อยุติว่าจะเขียนอย่างใดจึงจะถูกต้องจะได้เป็นเอกภาพกันเสียที เพราะตำราเรียนของกระทรวงศึกษาธิการเองก็ขัดแย้งกัน ข้าพเจ้าจะได้นำเรื่องนี้มาเสนอท่านผู้ฟังต่อไปในคราวหน้า เรื่องการเขียนชื่อ ท้าวเทพสตรี หรือ ท้าวเทพกระษัตรี ว่าควรจะยุติกันอย่างไร เพื่อเด็ก ๆ จะได้ไม่สับสนนั้น ขอเรียนว่า

               เรื่องนี้ทางกรมทางหลวงได้เคยมีหนังสือลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2511 ไปปรึกษาทางราชบัณฑิตยสถานแล้ว และ ศาสตราจารย์ พระยาอนุมานราชธนรักษาการนายกราชบัณฑิตยสถานในสมัยนั้น ได้ตอบไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2511 โดยให้เหตุผลประกอบการพิจารณา ดังนี้

      1. เทพกระษัตรี มีใช้อยู่ในพระราชพงศาวดาร ฉบับหมอบรัดเล และพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ฉบับพระราชหัตถเลขา

      2. เทพสตรี มีใช้อยู่ในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 1 โคลงภาพพระราชพงศาวดาร ประชุมพงศาวดาร ฉบับความสำคัญ ของ หลวงวิจิตรวาทการ

 

      ถ้าว่าตามหลักฐานข้างต้นนี้ เทพกระษัตรี เป็นคำเก่ากว่า เทพสตรี

      เหตุที่เขียนเป็น “กระษัตรี” พระยาอนุมานราชธน ได้ให้ข้อคิดไว้ว่า “ข้าพเจ้าเห็นว่า ในชั้นเดิมจะเติม “กระ” เข้าที่ “สตรี” เป็น “กระสตรี” ก่อน แล้วเสียงไปใกล้กับ “กษัตรีย์” คือแก้ ส เป็น ษ ไป

      ส่วนคำว่า “เทพสตรี” เมื่อผสมกันแล้ว เสียงคอนไป ให้รู้สึกว่ามีอะไรว่าง ๆ อยู่ในระหว่าง “เทพ” กับ “สตรี” ที่จริงจะเติม “พ” เป็น “เทพพะสตรี” เพื่อความไพเราะของเสียงก็ได้ แต่ไม่เลือกเอาเสียงนี้ กลับไปเลือกเอาเสียง “กะ” แล้วแปลง “กะ” เป็น “กระ” ก็เพราะ “กระ” เป็นเสียงที่เราชอบมากกว่า “กะ”

       ความจริงในเรื่องนี้ ศาสตราจารย์ พระยาอนุมานราชธน ได้เคยทำ “บันทึกเรื่องท้าวเทพกระษัตรี หรือ ท้าวเทพสตรี” ไว้ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2480 แล้ว ซึ่งก็มีข้อความคล้ายกับที่ท่านได้ตอบกรมการปกครองไป เมื่อ พ.ศ. 2511 นั่นเอง

       เมื่อต้นปี พ.ศ. 2528 นี้ ราชบัณฑิตยสถานได้รับหนังสือจากกรมธนารักษ์ ปรึกษาเรื่องการจัดทำเหรียญที่ระลึกในโอกาสครบรอบ 200 ปีวีรสตรีเมืองถลาง เพื่อเป็นที่ระลึกในการประกอบวีรกรรมของคุณหญิงจันและมุกน้องสาว ไม่ทราบว่าจะเขียนชื่ออย่างไหนจึงจะถูก

       ราชบัณฑิตยสถานได้นำเรื่องนี้เสนอราชบัณฑิตสำนักธรรมศาสตร์และการเมืองเพื่อพิจารณา ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องนี้โดยละเอียดแล้วเห็นชอบกับความเห็นที่พระยาอนุมานราชธนได้เคยตอบกรมทางหลวงไปแล้ว จึงมีมติให้เขียนว่า “ท้าวเทพกระษัตรี” ต่อไปก็คงจะเขียนลงรูปเดียวกันเป็นแน่ และคำนี้ชาวภูเก็ตก็ชอบและใช้อยู่แล้ว และเสียงก็ฟังรื่นหูกว่าคำว่า “ท้าวเทพสตรี”

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง

โดย ไกด์พงษ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net