วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประธานกรรมการสิทธิฯแถลงผลสอบเบื้องต้นการตายของ “สุไลมาน แนซา” ไม่ชอบมาพากล!



         ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชี้ การเสียชีวิตคาค่ายทหารของ “สุไลมาน แนซา” ไม่ชอบมาพากล ลุยสอบต่อเพื่อค้นหาความจริง พร้อมเสนอ 4 ข้อ ให้รัฐบาลปรับการทำงานในค่ายอิงยุทธบริหารและศูนย์ควบคุมตัว เสริมทีมผู้เชี่ยวชาญการชันสูตรศพและตรวจที่เกิดเหตุให้เป็นที่ยอมรับ เน้นย้ำแนวปฏิบัติห้ามกำลังพลทุกนายละเมิดสิทธิมนุษยชน ซ้อมทรมาน รวมถึงกดดันด้านจิตใจ

          นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พร้อมด้วย นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมคณะอนุกรรมการชายแดนภาคใต้ กสม. กรณี นายสุไลมาน แนซา ผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคง อายุ 25 ปี เสียชีวิตในลักษณะมีผ้าผูกคอติดกับเหล็กดัดหน้าต่าง ในห้องควบคุมภายในศูนย์เสริมสร้างความสมานฉันท์ ภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา 

          นางอมรา กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง ประกอบด้วยผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 4 ผู้บัญชาการศูนย์ข่าวกรองจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้อำนวยการศูนย์เสริมสร้างความสมานฉันท์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหนองจิก รองอัยการจังหวัดปัตตานี พนักงานปกครองอำเภอปัตตานี แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และแพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพจากโรงพยาบาลหนองจิก

          เบื้องต้นสรุปได้ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ซับซ้อน มีประวัติยาวนาน ดังนั้นจึงต้องมีการปรับรูปแบบการทำงานภายในศูนย์เสริมสร้างความสมานฉันท์ และค่ายอิงคยุทธบริหารใหม่ ต้องมีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเข้าไปร่วมทำงาน รวมถึงปมปัญหาด้านวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึงด้วย 

          ทั้งนี้ ในเบื้องต้น กสม.มีข้อสังเกต 4 ข้อ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและมิให้เกิดเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมประกอบด้วย

          1. เพื่อให้เป็นที่เข้าใจและเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน สมควรมีผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ศพและในบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อสร้างความกระจ่างในกรณีที่เกิดขึ้น 

          2. เจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ สมควรเรียนรู้ข้อห้ามและข้อปฏิบัติในการทำหน้าที่ที่กำหนดขึ้นภายใต้หลักการสิทธิมนุษยชนและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามหลักสากล ตลอดจนคำนึงถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ดังนั้นจึงควรกำชับให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ละเมิดกฎหมายหรือหลักสิทธิมนุษยชน

          3. กระบวนการซักถามผู้ต้องสงสัยของเจ้าหน้าที่ทั้งในเชิงการข่าว การแสวงหาข้อมูล หรือการปรับทัศนคติ จะต้องกระทำโดยไม่สร้างเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม และไม่ใช้วิธีการรุนแรง เช่น การซ้อมหรือการทรมาน รวมไปถึงการกดดันทางจิตใจเพื่อให้ได้ข้อมูล และควรมีนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ร่วมอยู่ด้วย 

          4. การดูแลผู้ต้องสงสัยในระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่เมื่อมีการเชิญผู้ต้องสงสัยมา จะต้องดูแลและคุ้มครองความปลอดภัยมิให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการกระทำด้วยตนเองหรือถูกกระทำด้วยวิธีใดๆ 

          ผู้สื่อข่าวถามว่า กสม.ยังไม่มีผลสรุปที่ชัดเจนในเรื่องนี้ แต่กลับมีข้อเรียกร้องออกมาถึง 4 ข้อ แสดงว่ากรณีการเสียชีวิตของนายสุไลมานมีความไม่ชอบมาพากลใช่หรือไม่ นางอมรา ตอบว่า "ใช่" และว่าตอนนี้ กสม.กำลังตรวจสอบอยู่ อย่างไรก็ตาม จะไม่ตรวจเฉพาะกรณีนี้กรณีเดียว แต่จะดูในกรณีอื่นและทำรายงานตลอดจนข้อสรุปเสนอสู่สาธารณะในคราวเดียวกัน

 

ย้อนรอยปมกังขา "สุไลมาน แนซา" 

          อนึ่ง นายสุไลมานถูกพบเป็นศพภายในห้องควบคุมของศูนย์เสริมสร้างความสมานฉันท์ ภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร เมื่อช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 30 พ.ค. ภายหลังถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวมาเข้ากระบวนการซักถามตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 พ.ค. โดยนายสุไลมานมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านฮูแตมาแจ ต.กะดุนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี และฝ่ายทหารระบุในเบื้องต้นว่า นายสุไลมานผูกคอตายเอง

          หลังพบศพ พ.อ.ปิยวัฒน์ นาควานิช ผู้อำนวยการศูนย์เสริมสร้างความสมานฉันท์ ได้อนุญาตให้บิดา ญาติ และบุคคลที่ผู้เสียหายไว้วางใจ เข้าไปยังห้องที่พบศพนายสุไลมาน พร้อมอนุญาตให้ร่วมสังเกตการณ์การชันสูตรศพจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยมีผู้แทน 3 ฝ่าย คือทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เป็นสักขีพยาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ จากนั้น นายเจ๊ะแว แนซา อายุ 59 ปี บิดาของนายสุไลมาน ได้รับศพลูกชายกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาภายในวันเดียวกัน 

          ต่อมาได้มีการตั้งข้อสังเกตจากญาติผู้เสียชีวิต และองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ถึงความไม่ชอบมาพากลกรณีการเสียชีวิตของนายสุไลมาน โดยเฉพาะร่องรอยบาดแผลบริเวณคอ และการที่ขาทั้งสองข้างของนายสุไลมานยังสัมผัสพื้น ไม่ได้ลอยอยู่เหนือพื้น โดยรายงานของเอ็นจีโอหลายองค์กรที่ร่วมสังเกตการณ์การชันสูตรศพ ซึ่งมีการเชิญแพทย์ไปชันสูตรซ้ำที่บ้านของบิดานายสุไลมานด้วย ระบุว่าศพคอหัก 

          อย่างไรก็ดี จากผลการตรวจชันสูตรอย่างเป็นทางการของแพทย์โรงพยาบาลหนองจิก สรุปว่าไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายหรือคอหัก ขณะที่ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ ได้แถลงผลตรวจดีเอ็นเอ ไม่พบว่ามีดีเอ็นเอของบุคคลอื่นภายในห้องควบคุมตัว และไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ตลอดจนยืนยันถึงความเป็นไปได้ของการผูกคอตายเองโดยที่ขายังติดพื้นว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่กระนั้น ก็ไม่ได้รับประกันว่านายสุไลมานผูกคอตายเอง 100% เพราะไม่ได้ผ่าศพพิสูจน์ และไม่ได้ตรวจหาสารพิษในร่างกาย 

          จากความสับสนและข้อมูลที่ยังมีคำถาม ทำให้ นายเจ๊ะแว บิดาของนายสุไลมาน ยื่นเรื่องให้อนุกรรมการชายแดนใต้ของ กสม. ตรวจสอบเรื่องนี้ พร้อมทั้งยื่นคำขอให้ศูนย์ทนายความมุสลิมช่วยเหลือเรื่องคดีที่จะต้องมีกระบวนการไต่สวนการตายโดยศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ต่อไป เพราะเป็นการเสียชีวิตระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่

 ทีมข่าวอิศรา
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา


โดย Abraham

 

กลับไปที่ www.oknation.net