วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ข้ามโขงไปเวียงภูคาลาว


 


   เมื่อครั้งแรกตั้งใจขับรถไปพักผ่อน แถวเชียงของ-เชียงแสน
ริมน้ำโขง ของวันหยุดสุดสัปดาห์ บังเอิญได้ไปอ่านพบเวียงเล็กๆ
ชายแดนของลาว ใกล้ๆบ้านเรา "เวียงภูคา"...
     เป็นเมืองหนึ่งในอดีตที่ร่วมสมัยเมืองเชียงแสน ที่ยังคงธรรมชาติ
ไว้พอควร เป็นที่สนใจของทัวร์ต่างด้าว ที่เดินทางไปเยือน...

   วันนั้นแม่น้ำโขงยังไม่วิกฤติเหมือนแล้งตอนนี้ เราจึงพักผ่อนคืนแรกที่อำเภอเชียงของ บ้านที่สงบริมน้ำที่เรามาพักหลายครั้ง เพราะ
ชอบในความเรียบง่าย เย็นสบายรูปแบบหมู่บ้านชายแดนไทย

   เรือนพักริมน้ำโขงยามเย็น ผู้คนก็ไม่พลุกพล่าน มีร้านอาหารส่วน
ใหญ่เป็นปลาสดๆ ของน้ำโขง มีชานระเบียง ชมทิวทัศน์จนพลบค่ำ
หมู่บ้านตรงข้ามทิศตะวันออกเป็น หมู่บ้านห้วยทรายชายแดนลาว

   วันรุ่งขึ้นอันเป็นวันหยุด ก็เลยตั้งเป้าข้ามน้ำโขง ข้ามชายแดนไป
ฝั่งลาว ด้วยเรามีพร้อมทั้งพาสปอร์ตคน และ รถคู่ชีพอยู่แล้ว ไม่
อยากเย็นนัก ไปศุลกากร และ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ผ่านแดน
ไม่เสียเวลามากนัก ค่าธรรมเนียมเล็กน้อย เราคนไทยเข้าลาวไม่เสียค่าวีซ่าอยู่แล้ว เพื่อเดินทางไปเยือน "เมืองภูคา"

  ปัญหาที่น่าหงุดหงิดนิดหน่อย ก็ไอ้.เรื่องต้องเสียเวลารอข้ามแพขนานยนต์ที่ท่านี้ ต้องมีรถครบสี่-ห้าคันถึงจะยอมข้าม และ ราคา
นับว่าแพงเอาการถึงคันละราว 1,500 บาท (แพงที่สุดของไทย-ลาว) รอให้สะพานเสร็จแล้วคงดีขึ้น เพราะทางเส้นนี้เป็นสายหลัก
จากไทย-ลาว เข้าจีนตอนใต้ ที่ใช้เส้นคมนาคมหลักถนน
R3A.

  ข้ามขึ้นบ้านห้วยทรายแล้ว ก็เสียเวลาตามพิธีการ ด่าน ตม.ลาว
เล็กน้อย ก่อนออกเดินทางต่อไปไม่ต้องเร่งรีบ เพราะระยะทางไม่
ถึงร้อยกิโลเมตร ถึงเวียงภูคา ที่เป็นเมืองผ่านไปยังหลวงน้ำทา -
ไปด่านชายแดนจีน ไปสิบสองปันนา นักท่องเที่ยวบ้านเราจึงไม่
สนใจไปเที่ยวมากนัก นอกจากชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่

   ในเส้นทางนี้จะผ่านป่าเขา ลัดเลอะไปตามยอดดอยเหมือนเมือง
เหนือของไทยเรา จึงยังคงมีธรรมชาติเดิมที่คงสภาพอยู่มาก และ
ก็จะผ่านหมู่บ้านของชาวพื้นเมือง ชนเผ่าต่างๆหลายหมู่บ้าน

  จึงทำให้เราได้มีเวลาแวะเที่ยวชม หมู่บ้านหลายแห่ง เวียงภูคานี้เองมีพวกข่าในตระกูลมอญ-เขมร ก่อบ้านสร้างเมืองของพวกตนขึ้น เรียกตัวเองว่ากำมุ และ ไตลื้อ จะพบเห็นได้เป็นระยะตามรายทาง

  แวะไปตลอดทางกว่าจะถึงเวียงภูคา ก็เกือบตอนเย็นแล้ว เข้าเวียง
ภูคาแล้ว หน้าตลาดจะเป็นหมู่บ้านใหม่ มีไฟฟ้าใช้แล้วแต่เปิด-ปิด
บางเวลา เมืองนี้เป็นแหล่งถ่านหินลิกไนท์ ที่มีบริษัทคนไทยเข้าไป
สัมปทานขุดส่งมาจำหน่ายในไทยเราด้วย

   นักท่องเที่ยวต่างด้าวที่มาเยือน จะเป็นกลุ่ม Trekking Tour
แบบเดินป่าลุยๆหน่อย พักง่ายๆ กินง่ายๆ เราก็เห็นคงจะต้องเอา
แบบเดียวกัน ขับรถหาที่พักได้มุมหมู่บ้าน ติดกับลำธารน้ำแห่งนี้

  จอดพักรถเก็บข้าวของ เข้าที่พักเรียบร้อย ก็ออกมานั่งดูเด็กหนุ่ม-
สาวในหมู่บ้านออกมาอาบน้ำตอนเย็นกัน เป็นภาพที่มองย้อนกลับ
ไปในอดีตของบ้านเมืองเหนือฯเราสมัยนั้นเค้าก็มาอานน้ำกันแบบนี้
ตามริมห้วย-ริมคลอง แต่วันนี้บ้านเราไม่มีได้เห็นแล้ว

   ที่พักของเรายังไม่มีไฟฟ้าเข้า ก็เลยได้บรรยากาศย้อนยุค
ไปโดยปริยาย ประเภทจุดตะเกียง-กางมุ้งนอน อือ..ก็เข้าท่าดี

  อากาศหน้าร้อนแต่ที่เวียงนี้เย็นสบาย กางมุ้งนอนหลับไปจน
รุ่งเช้า ตื่นมารับอากาศที่สดชื่น แล้วก็เดินออกกำลังไปยังตลาดของ
หมู่บ้าน เพราะเป็นเรื่องที่เราชอบในการท่องเที่ยวสู่ชนบทอยู่แล้ว

  ตัวตลาดเองถนนเข้าถึง ไฟฟ้าเข้าถึงแล้ว ความเจริญก็ก้าวเข้ามา
เป็นรูปแบบใหม่ สู้แถวลานด้านหน้าตลาดไม่ได้ ที่ยังมีแม่ค้าชาวบ้าน และ ชนเผ่าที่อยู่รอบนอก มาวางสินค้าสดจากป่ามาขาย ที่เรียกว่า"แบกะดิน"ของจริง....

   ก็เป็นภาพที่มีสีสัน รูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ ตลาดสดชาน
เมือง ผัก-ปลา อาหารการกิน รวมทั้งผ้าทอมือที่เป็นฝีมือชนเผ่า..

 หน่อไม้ เห็ด ผักไม้ จากป่าในหน้าร้อน-ต้นฤดูฝน นี่.รับรองปลอดสารพิษจริงๆ ถ้าเราเอาพืชผัก ที่รู้จักไปทำกินกันได้เอง....

  ชีวิตการท่องเที่ยววันเดียวแค่นี้ก็คุ้มแล้วครับ แต่ถ้าคนแข็งแรง
ชอบชีวิตลุยๆ หน่อยก็จะหาทัวร์เดินทางไปเที่ยวป่าเขาอีกได้..
ประชาสัมพันธุ์ให้เค้าหน่อย เพราะเบอร์เมืองไทยก็มีติดต่อได้จ่ะ


 

โดย cm_coffee

 

กลับไปที่ www.oknation.net