วันที่ อังคาร มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช..เรียกพ่อผมว่า ...ไอ้ห่วง.....


พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช  เรียกพ่อว่า "ไอ้ห่วง"

พ่อตัวเล็กเท่ากับท่านขุนฯ

พ่อหน้าคล้ายกับท่านขุนฯ แต่พ่อไม่ไว้หนวด

ท่านขุนฯมียศเป็นนายพลตำรวจตรี..แห่งกรมตำรวจ 

แต่พ่อมียศ   จ่านายสิบตำรวจ.(จ.ส.ต.)

.

. 

 

รับ TAG จากหนูเจนร้องสาวผู้น่ารัก...  ด้วยความยินดี

และคิดว่าจะนำเสนอเรื่องใด

.

 

.

.

เมื่อคืนเข้านอนไม่ดึกนัก ไหว้พระสวดมนต์และหลับสนิท

 

ในฝันนั้น.............

ขณะนั่งอ่านเรื่องราวของเพื่อนฝูงในบล็อคเพลิน ๆ

พ่อ.......เดินมาหาที่โต๊ะ  ยิ้มด้วยเมตตา   พูดว่า "พักผ่อนบ้างนะลูก" และเดินจากไป

 

 ผมคงจะคิดถึงพ่อ?  หรือพ่อคิดถึงผม?  มาเยี่ยมผม?..........

.

 

 

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2545 

 

 ผมกล่าวสุนทรพจน์สดุดีประกาศเกียรติคุณพ่อ หน้าโลงศพพ่อว่า

.

 

 

ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ

เบื้องหน้าของท่านคือ "จ่าห่วง  ธัมมิกะกุล"

เลือดเนื้อเชื้อไขชาวปากพูน บิดา "เฒ่าเผือก"   มารดา  "เฒ่าหนุน"

 

พ่อใช้ช่วงเวลา 102 ปี ให้ผู้คน ได้รู้จักพ่อในแง่มุมชีวิตที่แตกต่างกันและไม่เหมือนกัน 

 ภรรยาทั้งสองคนของพ่อ  หรือพี่ชายทั้งสอง  หรือน้องสาวคนเล็ก  หรือตัวผม

ก็เห็นชีวิตของพ่อไม่เหมือนกันและไม่ครบถ้วน

 

 ท่านผู้มีเกียรติ .... 

ท่านรู้จัก พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช  ว่าท่านเป็นนายตำรวจมือปราบของกรมตำรวจ 

แต่พ่อ....รู้ตัวว่า พ่อคือ... สิบตำรวจตรีห่วง ธัมมิกะกุล 

ผู้เดินตามหลังผู้บังคับบัญชาที่ชื่อ ร.ต.ต.บุตร พันธรักษ์ 

ปราบปรามมิจฉาชีพ โจรผู้ร้าย ไอ้เสือน้อยใหญ่  อย่างเคียงบ่าเคียงไหล่และไม่กลัวตาย

 

 ชาวบ้านย่านอำเภอเมือง,  ขนอม,  สิชล,  หัวไทร,  เชียรใหญ่,

ชะอวด, ปากพนัง,  ท่าศาลา,  ฉวาง, ร่อนพิบูลย์, ท่าฉาง  

ละแวกเมืองคอน เมืองสุราษฎร์ฯ   สมัยนั้น  รู้จัก "จ่าห่วง"  ว่าเป็นมือปราบตงฉิน

 

 

ญาติ....แต่ละคน  ได้รู้ได้ฟังกิตติศัพท์เล่าลือถึงความกล้าหาญ  ความดุดัน ของ"จ่าห่วง" 

มีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นกล่าวขานไม่รู้จักจบสิ้น

 

 แต่ในครอบครัว  พ่อ...คือพ่อครัวที่ปรุงอาหารได้เอร็ดอร่อย 

มีอาหารสูตรแปลก ๆ มาให้ลูกให้เมียได้ทานเสมอ ๆ

และอ้อมกอดพ่อ....อบอุ่น

.

.

(ถึงประโยคนี้...ผมไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ 

ผมหยุดพูด...และปล่อยโฮ..อย่างไม่อายแขกเหรื่อนับหมื่นในงาน 

เมื่อรวบรวบสติได้อีกครั้ง    ผมกล่าวต่อ.......)

.

.

 

 

 

พ่อ...คือศิลปิน  นอนไขว่ห้างขับเพลงไทยเดิมอย่างไพเราะเพราะพริ้ง  เสนาะหูผู้ได้ยินได้ฟัง

 พ่อ...สอนลูกเสมอว่า เมื่อรับราชการอย่าทะเลาะกับนาย  และจงซื่อสัตย์สุจริตต่อแผ่นดิน

 เมื่อพ่อเกษียณอายุราชการ  พ่อ...ใช้ชีวิตอย่างสงบเงียบ และเหงา

 

 

 

พ่อ...คือคนแก่ที่ลูกหลานไม่เคยรังเกียจ  ไพเราะในคำพูดคำจา  ปฏิบัติตนสะอาดสะอ้าน

 

เมื่อพ่อชราภาพ  พ่อ..คือมิ่งขวัญของทุกคนในบ้าน  

 

 

 

บัดนี้..  พ่อ...นอนอย่างสงบ   ผู้คนต่างรำลึกถึงคุณงามความดีของพ่อ 

 "พ่อห่วง"  พ่อ.....ไม่ต้องเป็นห่วงใครอีกต่อไป 

ขอพ่อจงนอนหลับอย่างมีความสุขเถิด

 ความดีของพ่อ  จะจารึกอยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดไป

 (เสียงผมประกาศก้องในประโยคสุดท้ายว่า)

ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ  "จ่าห่วงยังไม่ตายครับ"

 

 

 

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

 

 

 

เป็นคำกล่าวสดุดีผู้วายชนม์ที่ผมใช้เวลาเขียนเพียง 15 นาที

แต่ผมแสดงสุนทรพจน์นี้เกือบ 25 นาที ด้วยเสียงอันสั่นเครือ และน้ำตานองหน้า

 

ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบกริบ...ในป่าช้าวัดท่าม่วง...บ่ายวันนั้น

.

 ผมขออนุญาตนำภาพถ่ายท่านพล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช

มาประดับเพื่อเป็นเกียรติแก่พ่อ ณ บล็อกแห่งนี้

 พ่อสิ้นอายุขัยปี 2545   อายุ 102 ปี

 ลุงขุนพันธ์ฯ สิ้นอายุขัยปี 2549   อายุ 108 ปี

 ลุงขุนพันธ์ฯ เรียกพ่อว่า "ไอ้ห่วง" ทุกครั้ง

 

.

 

@@@@@@@@@@@

 

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net