วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันครอบครัว : ร้องเพลง ปั่นจักรยาน พายเรือคายัค ที่สวนประวัติศาสตร์




พักสายตาดับร้อนจากการเมืองและความง่วงงุนจากบอลโลกคู่ดึก เรานัดหมายกันในวันหยุึดอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เป็นวันประจำครอบครัว

ให้เวลากับลูกๆ ร่วมกันสร้างสมดุึลให้ชีวิต ไม่ให้สุดโต่งด้านใดด้านหนึ่งเกินไปได้มีเวลาผ่อนพัก หาความสงบสุข คลายใจจากงานและให้เด็กๆได้มีเวลาได้วิ่งเล่น ฟังเพลง ร่วมเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ

เว้นวรรคไปสองสามเดือนที่เด็กๆไม่ได้เจอกัน ต่างโหยหาและเรียกร้อง เด็กๆสนิทกันได้ไม่ยาก อายุึรุ่นราวคราวเดียวกันเสียด้วย ยิ่งทำให้พวกเขาสานความสัมพันธ์กันได้เร็ว นี่คือสภาพแวดล้อมที่เราได้สร้างขึ้น

กลับมาเจอกันอีกคราวนี้เราตั้งใจไปเที่ยวสวนประวัติศาสตร์ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ริมเกาะยอ ที่นี่มีทั้งหอประวัติ แหล่งเรียนรู้ป่าชายเลน พายเรือคายัค ยามเย็นก็มีสถานที่เดินเล่นหรือปั่นจักรยานออกกำลังกาย

ผมเองมาใช้ห้องประชุมที่นี่หลายครั้งแล้ว เพิ่งรู้ว่านอกจากที่มีใต้หอประวัติแล้ว ถัดไปจากร้านอาหาร ละแวกป่าชายเลนยังมีห้องประชุมให้ทำกิจกรรมได้อีก

วันนี้เรานัดหมายมาพบกัน ณ อาคารแห่งนี้ ผมกับหมีมาก่อนล่วงหน้่า พาเด็กๆเข้าชมนิทรรศการที่หอประวัติ

เด็กๆตื่นเต้นน้อยกว่าผู้ใหญ่ อาจเพราะห้องมืดๆทึมๆ เน้นแสงสีเสียง ต่างจากผู้ใหญ่ที่ได้เห็นเทคนิคการนำเสนอที่แปลกใหม่ และที่น่าประทับใจก็ตอนครูเคล้าของผม ครูของรัฐบุรุษ และตอนที่นำเสนอบรรยากาศการเรียนในโรงเรียนมหาวชิราวุธ ซ้อนภาพสามมิติบอกเล่าการเรียนการสอนของเด็กๆในสมัยนั้น

หอประวัติแห่งนี้เด็กมหาวชิราวุึธน่าจะภาคภูมิใจเป็นพิเศษ ที่ผมแปลกใจก็คือ ได้ฟังเรื่องเล่าของครูที่กล่าวถึงครูพละใช้ชั่วโมงพละอ่านนิยายให้เด็กฟังทำให้เด็กอยากเรียนวิชานี้เป็นพิเศษ

ขนาดครูพละยังบ่มเพาะการอ่าน จึงไม่แปลกที่โรงเรียนแห่งนี้มีนักเขียนและกวีซีไรต์หลายคน

จากนั้นเราฝ่าแดดเที่ยงวันเดินเลียบป่าชายเลนให้เด็กๆ ได้สัมผัสต้นไม้หลากพันธุ์ แม้จะร้อนไปหน่อย แต่ก็พอทน แวะพัีกได้ที่ศา่ลาลำพู ลำแพน 2 ที่ก็มาจอดรอทีมของเจี๊ยบที่อาคารที่ว่า

ยึดลานว่างใต้ถุนอาคารทานอาหารมื้อเที่ยง ก้อยเสนอว่าคราวหน้าจะให้เด็กได้ลองทำขนมพื้นบ้าน ทำไปทานไป

ท้องอิ่ม ได้เวลาพัีก รอเวลาลงเรือยามบ่าย เสื่อที่ติดตัวมาปูลาดบนพื้นพร้อมหมอน เจี๊ยบลากเก้าอี้มาวาง หอบหิ้วกีตาร์ ไวโอลินออกมาพร้อมกวักมือเรียกนักร้อง

เพลงมีพัฒนาการด้านดนตรีไปมาก ทั้งร้องทั้งสีไวโอลินได้คล่องแคล่ว เจี๊ยบเพิ่งแต่งเพลง นกแิอ่น เพื่อร่วมงานคอนเสิร์ตทะเลสาบร่วมกับน้่าแสง ธรรมดา ได้ฟังครอบครัวเพลงที่มีน้องเพลงเป็นนักร้องนำ ฟังแล้วสบายใจดี น้ำเสียงใสๆอารมณ์บริสุทธิ์ของเด็กๆมีพลังกว่าเพลงเพื่อชีวิตแบบปักษ์ใต้รุ่นหลังๆอีกหลายวงที่ทั้ง "ซ้ำ" และ "ช้ำ"

อาจหมายรวมถึงวงการเพลงเพื่อชีวิตในปัจจุบันด้วยก็ได้ที่เริ่มทางตัน หาสิ่งใหม่ๆทำยาได้ยาก

เจ้าโพล์คเองเริ่มจับไวโอลินได้แล้ว เด็กอายุไม่ถึง 3 ขวบ มีสมาธิจดจ่อกับเครื่องดนตรี แม้จะยังไม่ประสาแต่ก็น่าจะพัฒนาได้ไม่ยาก

เจี๊ยบเริ่มให้เพลงขึ้นเวทีหาประสบการณ์หลายครั้งแล้ว ผมชอบเจ้าเพลงตรงที่เป็นธรรมชาติ ไม่ดัดจริต คือยังรักษาความเป็นเด็กไว้ได้ ไม่ต้องปั้นแต่งให้เป็นผู้ใหญ่เกินเด็ก หากได้เจี๊ยบแต่งเพลงที่มีอารมณ์ความเป็นเด็กเสริมให้ วงดนตรีครอบครัีวนี้เกิดได้ไม่ยาก

นอนฟังทั้ง 4 คนเล่นเพลงให้ฟัง นึกในใจว่าเด็กเหล่านี้โตขึ้นคงไม่แคล้วอยู่ในแวดวงของดนตรี บางทีนักร้องเกิดได้ก็ด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้ นั่นคือต้องสั่งสมตั้งแต่เด็ก ให้เสียงเพลง ทักษะและพรสวรรค์ที่มี จำเป็นที่จะต้องใช้ให้สอดคล้องพอเหมาะ ทั้งอยู่ในสถานที่และเบ้าหลอมที่ดี การบ่มเพาะที่ดี จะทำให้เกิดผลผลิตที่ดี...

เด็กๆกลุ่มของเรามีทั้งนักดนตรี มีทั้งคนฟัง บางครั้งก็ร่วมแจมทั้งร้องประสานเสียง ทั้งเป็นหางเครื่อง หรือไม่ก็เข้าไปร่วมเคาะเครื่องกลอง ฟังเป็นเพลงโชว์คอนเสิร์ตได้ไม่อายใคร

ผมเองทำได้อย่างเดียวคือเป็นผู้ฟังที่ดี อยู่ตรงไหนขอให้มีเปล หนังสือ และลมเย็นๆ ก็ใช้ได้แล้ว

ลูกๆของผมก็เช่นกัน.

รับบทเรียนจากลุงเหมา





จำลองโต๊ะทำงานนายกรัฐมนตรี พลเอกเปรม













ป่าชายเลน









เจ้าเพลง

เจ้าโฟล์ค

ครอบครัวเจี๊ยบ : ฝีมือตากล้อง เจ้าพู่กัน




เจ้าพู่กัน

เรือคายัค ชม.ละ 50 บาท







ดนตรีในสวน



ถนอมตามมาสมทบ

โดย นายชาคริต

 

กลับไปที่ www.oknation.net