วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...พระใหม่ :: เมื่อพุทธศาสนา ล่วงแล้ว 2553 พรรษา......


...ระยะนี้กำลังอยู่ในช่วงสุกดิบก่อนเข้าสู่เทศกาลเข้าพรรษา อีกประมาณหนึ่งเดือนข้างหน้า

...บ้านไหนมีลูกชาย หลานชาย ที่วัยย่างเข้า 21ปี  บริบูรณ์ หากไม่ติดภารกิจจำเป็น พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และญาติผู้ใหญ่ ก็จะให้บวชเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา

...ถือเป็นหน้าที่ของลูกผู้ชาย ซึ่งเด็กวัยรุ่นโดยทั่วไปที่วัยขนาดนี้  มีสองภารกิจสำคัญ ต้องก้าวผ่าน ให้ได้ก่อนเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ คือ ....

...การ"เกณฑ์ทหาร" กับ บรรพชา"อุปสมบท" เพราะสองเรื่องสำคัญนี้ มาถึงพร้อมกันเสียด้วย คือ ในปีที่ 21 แห่งการเดินทางของชีวิตนับตั้งแต่ออกมาจากครรภ์มารดา และเป็น 21ปี ในการสร้างพลัง ปรับตัวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เรียนรู้"ถูก" ผิด" ให้แก่ตนเอง...

...สมัยก่อนยังจำได้ตอนที่ผมยังเด็ก คนที่จะบวช จะต้องนำดอกไม้ ธูปเทียน ไปขอขมาลาบวช ต่อญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ซึ่งปัจจุบันมีให้เห็นน้อยเต็มที...
...เพราะมีการด์เชิญที่เจ้าภาพวงเล็กไว้ในบรรทัดสุดท้ายว่า

" ขออภัยที่ไม่ได้ไปกราบเชิญด้วยตนเอง"

...โดยเฉพาะปัจจุบัน ยิ่งแล้วใหญ่ การรุกคืบของสื่อยุคโซเซียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นสื่ออินเตอร์เน็ต ทวิสเตอร์ และเฟสบุ๊ค ได้เข้ามามีบทบาทชี้นำสังคม สามารถทำได้ทุกอย่างไม่ว่านำมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือ แม้เป็นการด์เชิญแขก ไปร่วมงาน
...ทำให้วัฒนธรรมดีๆถูกกลืนหายไปอย่างน่าเสียดาย อย่างเช่น การขอขมาลาบวช เป็นต้น...

...วกเข้าสู่เรื่องประเพณีบรรพชาอุปสมบท ที่จั่วไปในหัวเรื่อง ตั้งแต่ต้นดีกว่า

...การบวช นั้นมีความสำคัญหลายประการ ซึ่งชาวพุทธส่วนใหญ่มีเข้าใจ ตรงกันว่า"การบวช" เป็นการทดแทนคุณบิดา มารดา ซึ่งเรามักได้ยินคำขอผู้เฒ่า ผู้แก่ อยู่เสมอว่า

"  ขออาศัยเกาะชายผ้าเหลืองของลูกหลานขึ้นสวรรค์พบพระศรีอารย์  " ..

... ซึ่งหากใครได้เข้าร่วมในพิธีบรรพชาอุปสมบทของบุตรหลาน ภายในอุโบสถ เราจะสังเกตุเห็น แววตา ของพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตาย าย ของ"พ่อนาค" เปี่ยมไปด้วย"ความสุข" ความเหน็ดเหนื่อยที่ผ่านมา  แทนปลิดทิ้งเมื่อเห็นลูกชายครองจีวร...

...หลังจากเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา เป็นพุทธสาวกรุปใหม่ถอดด้าม หน้าที่หลักหลังจากนี้ คือ ต้องฝึกจิตใจให้สงบ ละ ซึ่งกิเลสทั้งปวง โดยศึกษาพระธรรม วินัย เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยมีศิล 227 ข้อ เป็นเครื่องควบคุมร่างกายและจิตใจให้ดำเนินไปตามวิถีของบรรพชิตเต็มความภาคภูมิ ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ที่จำพรรษา ซึ่งอาจจะมากหรือน้อยกว่านั้นแล้วแต่ความจำเป็นของแต่ละคน .

...นั่นคือหน้าที่หลักๆ ของลูกผู้ชาย คนหนึ่งขณะอยู่ในร่มผ้ากาสาวพัตร์
หลังจากสาสิกขา กลับมาใช้ชีวิตประกอบหน้าที่การงานตามปกติ หลายคนเริ่มมองถึงการสร้างอนาคต สร้างครอบครัวใหม่ ให้แก่ตนเอง   เพราะถือว่า
เขาเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว เนื่องจากผ่านการบวชเรียนมาแล้ว

...ซึ่งการ"บวชเรียน" หมายถึงได้ ผ่านการบ่มเพาะ วุฒิภาวะทั้งทางโลกและทางธรรม ให้แก่ตนเอง มาแล้ว ในอดีตคนที่ผ่านการบวช เรียนจะเรียกว่า"คนสุข" ส่วนคนที่ไม่ผ่านการบวชเรียกว่า"คนดิบ" แต่ปัจจุบัน แนวความคิดเช่นนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่เนื่องจากสภาวะความบีบรัดทางด้านสังคม และเศรษฐกิจ

...ขอเพียงประกอบสัมมาชีพ รับผิดชอบต่อครอบครัว ไม่เบียนเบียนสังคม  เอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นตามกำลังตน แค่นี้ ก็เป็น"คนสุข" ได้ในยุคที่ซึ่งพระศรีอารย์ ยังไม่ถึงเวลาเสด็จลงมาโปรด สรรพสัตว์ที่ยังคงเวียนว่ายตายเกิด

...วันก่อนได้ไปถ่ายภาพงานบวช หลานชาย"พระโจ๊ก" คมกฤษณ์ กนฺตผโล(ศรีก่อเกื้อ) ณ พัทธสีมาวัดวังใหญ่ อ.เทพา จ.สงขลา นับเป็นปีที่ พระพุทธศาสนายุกาล ล่วงแล้วได้ 2553 พรรษา....
...ชมภาพถ่ายแห่ง "ความสุข "กันครับ.

พ่อนาค....

... แม่(เจ้า)นาค..

... แห่นาค...

.. หามนาค...

... สักการะขัณฑสีมา

... กรวดน้ำก่อนเข้าโบสถ์

.. อารธนาศีล

....

.. รับศีล..

... ขอขมา ...

... รับผ้าไตร

... ถวายผ้าไตร แด่พระอุปชาจารย์ (พระครูโสภณวรคุณ)

... รัดแน่นๆ

... พระพี่เลี้ยงช่วยเปลี่ยนจีวร

... พิธีบรรพชาอุปสมบท

....

...

....

...

...

....

....

....

.... พุทธสาวก ....

... สวัสดีครับ....

โดย เณรรูน

 

กลับไปที่ www.oknation.net