วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คำพยากรณ์ "นอกตำรา" เขตแผ่นดินไหวใกล้...ไทย


                    หนึ่งในความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกคือ การพยากรณ์หรือคำนวณล่วงหน้าในมหันตภัย "สึนามิ" และ "แผ่นดินไหว" ถึงวันนี้ยังไม่มีสถาบันใดประสบความสำเร็จ
                  ล่าสุดมีนักวิชาการกลุ่มหนึ่งพยายามเชื่อมโยงว่า แผ่นดินไหวอาจเป็นผลกระทบจากปฏิกิริยาใน "ระบบสุริยจักรวาล" นั่นคือ เหตุการณ์ดาวเรียงตัวอย่างน้อย 2 ชุดในวันที่ 12 มิถุนายน 2553 จากปรากฏการณ์ "สุริยุปราคา" เป็นการเรียงตัวของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และโลกกับการเรียงตัวในเวลาใกล้เคียงกันของโลก ดาวพฤหัสบดี ดาวยูเรนัส

(ภาพจำลองพลังจากดวงอาทิตย์ที่ส่งมายังโลก )
                โดยเฉพาะ "ดร.สมิทธ ธรรมสโรช" ประธานกรรมการมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ หนึ่งในผู้ที่ทำนายเหตุการณ์ "สึนามิ" เมื่อปี 2547 ไว้ล่วงหน้าได้ถูกต้องและครั้งนี้ก็ให้สัมภาษณ์ไว้เกือบ 1 เดือนว่า ในวันที่ 12 มิถุนายน เมื่อดาวเรียงตัวกัน 2 ชุดนี้ จะทำให้เกิดพลังมหาศาลส่งมายังโลก และอาจเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงหลายระลอกขนาด 7-8.5 ริกเตอร์ สร้างความกังวลใจให้ชาวบ้านที่อาศัยตามชายฝั่งทะเลภาคใต้พอสมควร
             ครั้งนี้ยังมีการอ้างอิงข้อมูลจากวิศวกรไทยในองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือองค์การนาซ่า (NASA) อีกด้วย
               ความหวาดกลัวสับสนของชาวบ้านครั้งนี้เอง ทำให้กลุ่มอาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาเรื่อง "ตอบทุกคำถามต่อการล่มสลายของโลก" ในวันที่ 25 พฤษภาคม โดยยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีดาวเคราะห์ดวงใดมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก แม้จะมีดาว 3 ดวงเรียงตัวขนานกับโลกก็ตาม ที่สำคัญสถิติการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทั่วโลกก็ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างการเรียงตัวของดวงดาว และสนามแม่เหล็กโลกก็ไม่ส่งผลให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายฉับพลันจนน้ำท่วมโลกด้วย 
                ขณะที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ก็ยืนยันตรงกันว่า การเรียงตัวของดาวเคราะห์ไม่มีอิทธิพลต่อแรงดึงดูดมากไปกว่าปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง และในวันที่ 12 มิถุนายน จะไม่มีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และเกิดสึนามิตามที่มีข่าวลืออย่างแน่นอน
               ในขณะที่ทุกฝ่ายเบาใจลง สิ่งเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น ตีสี่วันที่ 13 มิถุนายน ศูนย์สำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ แจ้งเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ริกเตอร์ ในมหาสมุทรอินเดีย ศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองมิชาบนหมู่เกาะนิโคบาร์ไปทางตะวันตก 155 กิโลเมตร และลึกลงไป 34 กิโลเมตร พร้อมกับมีรายงานแผ่นดินไหว วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.0 ริกเตอร์ในทะเลอันดามัน ศูนย์กลางห่างจากภูเก็ต 817 กม. ลึกจากพื้นดิน 40 กิโลเมตร แต่ไม่ส่งผลกระทบถึงประเทศไทย 

(พระอาทิตย์ในอีเมลที่อ้างว่ามีการปลดปล่อยพลังงานขนาดใหญ่ในวันที่ 14-17 มิ.ย.)
                มีรายงานข่าวว่า แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ไปไกลกว่า 1,000 กม. ทำให้ชาวบ้านในประเทศอินเดียตกใจวิ่งหนีตายออกจากบ้าน เช่นเดียวกับชาวบ้านน้ำเค็ม หมู่ 2 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เกือบ 2,000 คน อพยพออกจากหมู่บ้านเพราะหวาดกลัวว่าจะเกิดสึนามิเช่นกัน
              ห่างกันไม่กี่ชั่วโมงช่วงเวลา 15.00 น. วันที่ 13 มิถุนายน สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า เกิดแผ่นดินไหววัดแรงสั่นสะเทือนได้ 3.7 ริกเตอร์ ศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณ ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี แต่ไม่มีความเสียหาย
               คำทำนายเรื่องดาวเรียงตัวถูกตั้งคำถามว่า ทำให้เกิดแผ่นไหวได้จริงหรือไม่อีกครั้งและอนาคตสามารถทำนายแผ่นดินไหวได้จากข้อมูลดาราศาสตร์จริงหรือ
               นักวิทยาศาสตร์รายหนึ่ง จบการศึกษาด้านระบบสุริยะจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ กำลังทำวิจัยสำรวจและพัฒนาอวกาศ อธิบายเพิ่มเติมว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น มีหลายคนสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ดวงดาวในระบบสุริยะที่เรียงตัวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือเรื่องวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องดูการพยากรณ์ครั้งต่อๆ ไปว่ามีความแม่นยำหรือไม่ หากมีความแม่นยำถึงร้อยละ 70-80 ก็ถือเป็นความรู้ใหม่ที่สำคัญสำหรับมนุษยชาติ เพราะในอนาคตจะช่วยป้องกันไม่ให้ประชากรนับล้านคนต้องเสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว ที่ผ่านมามีสถาบันวิชาการหลายแห่งทั่วโลก พยายามผลิตซอฟต์แวร์เพื่อพยากรณ์แผ่นดินไหว แต่ยังไม่สำเร็จ เช่น งานวิจัยของ U.S.Geological Survey


               ผู้เชี่ยวชาญระบบสุริยะยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ในความเป็นจริงแล้วดาวเคราะห์ในระบบสุริยะไม่มีโอกาสที่จะเรียงตัวกันแบบเข้าแถวเป็นหน้ากระดานครบทุกดวงได้เลย แต่อาจจะมีระนาบตรงกันกับโลกในบางครั้ง เป็นตำแหน่งที่ดาวเคราะห์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ และมีโลกอยู่ตรงกลาง ระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ดวงนั้น ซึ่งปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้ไม่น่าจะมีผลอะไรต่อโลกแม้แต่น้อย เนื่องจากดาวเคราะห์เหล่านั้น ไม่มีแรงดึงดูดเพียงพอที่จะส่งผลมายังโลก นอกจากนี้ระบบสุริยะมีแรงดึงดูดที่สมดุลกันมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางทำให้เกิดความเสถียร รักษาแรงดึงดูดซึ่งกันและกันเกาะเกี่ยวไปทั้งจักรวาล ดังนั้นไม่ว่าดาวเคราะห์จะเรียงตัวกันอย่างไร ก็ไม่มีอิทธิพลต่อแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือภัยพิบัติธรรมชาติบนโลกทั้งสิ้น
                "สิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นบนโลกในทางธรรมชาติเกี่ยวข้องกันทั้งสิ้น แต่การนำเรื่องสนามแม่เหล็กโลกมาอ้างอิงกับแผ่นดินไหวนั้น เปรียบเหมือนการหาเหตุที่มองไม่เห็นทางกายภาพ 2 เรื่องมารวมกัน สนามแม่เหล็กโลกที่เกิดขึ้นภายในแกนโลก จะสร้างคลื่นสนามแม่เหล็กแบบธรรมชาติออกมา และกระจายเป็นวงกว้างอยู่รอบๆ โลก โดยมีขั้วเหนือและขั้วใต้ แต่ก็ไม่มีความเข้มข้นพอที่จะทำลายสิ่งใดบนโลก" ผู้เชี่ยวชาญด้านสุริยะอธิบาย
               อย่างไรก็ตามข้อสงสัยเรื่องดวงจันทร์มีผลต่อแผ่นดินไหวในโลกหรือไม่ มีนักธรณีวิทยาชาวอเมริกันรายหนึ่ง ทำการทดลองและพยากรณ์ล่วงหน้า ซึ่งถูกต้องทั้ง 2 ครั้ง แต่ผลการทดลองนี้ยังไม่ได้รับรองอย่างเป็นทางการ ส่วนดวงอาทิตย์ก็ยังไม่มีผลวิจัยยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหวเช่นกัน
          มีการตั้งคำถามจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกว่า เหตุใดคำทำนายเรื่อง "ดาวเรียงตัว" ถึงแม่นยำ ยังมีคำตอบรออยู่
 

โดย Sp-Report

 

กลับไปที่ www.oknation.net