วันที่ อังคาร มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“พิทักษ์คุมพล”สาแหรกสุลต่านสุลัยมาน


“พิทักษ์คุมพล”สาแหรก"สุลต่านสุลัยมาน"
โดย เอกราช สุลัยมาน บิล ฮัจยียะมีน

อาศีส พิทักษ์คุมพล

จุฬาราชมนตรี

หากจะย้อนประวัติของ ท่านอาศีส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี คนที่ 18 แห่งสยามประเทศ ซึ่งถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ของการแต่งตั้งตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ที่เป็นคนมาจากภาคใต้

อาศีส เติบโตจากพื้นเพคนหัวเขาแดง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ซึ่งถือว่าเป็นถิ่นฐานของคนดั้งเดิมของสงขลา ที่รากฐานชุมชนพัฒนาล้าหลังกว่าคนในอำเภออื่นๆของสงขลา

อาจด้วยปูมหลังของคนถิ่นนี้ที่เป็นคนไม่ยอมใครและมีประวัติเป็นของตัวเอง ทำให้ในมุมมองของรัฐ จึงไม่อยากสนใจเท่าทีควร

อาศิส พิทักษ์คุมพล เป็นมุสลิมสายใต้คนแรก และเป็นสุนหนี่คนที่ 5 ที่ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี อาศิส ในวัย 63ปี มีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา

อาศีส จบการศึกษาด้านศาสนาจากปอเนาะ ในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และปัตตานี อาจถือเป็นผู้นำมุสลิมไทยสายสุนนี่คนแรกที่ไม่ได้จบด้านการศาสนาจากประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง
อาศีส เคยได้รับการแต่ตั้งเป็นวุฒิสมาชิก และกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์ในยุค รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร

แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า “อาศีส พิทักคุมพล” จะมีสายตระกูลจากอดีตเจ้าเมืองสงขลาเก่า

สุลต่านสุลัยมาน(ชาห์) คือ ต้นตระกูลของ อาศีส พิทักษ์คุมพล

ภาพ สุลต่านสุลัยมาน ซาร์

โดย สุลต่านสุลัยมาน(ชาห์)  เป็นบุตรชายคนโตของท่านโมกอล ที่อพยพครอบครัวจากเมืองสาเลห์ (ชวาภาคกลาง)โดยทางเรือมาตั้งหมู่บ้านที่ตำบลหัวเขาแดง ริมทะเลปากอ่าวสงขลา ในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ

ในประมาณปี พ.ศ. 2145 สมเด็จพระเอกาทศรถทรงโปรดเกล้าฯให้เป็นข้าหลวงผู้สำเร็จราชการนครสงขลา และดำรงตำแหน่งนี้จนถึงปี พ.ศ. 2163  จึงถึงแก่อสัญกรรม

ต่อมาท่านสุลัยมานจึงขึ้นครองนครสงขลาแทนบิดาในปี พ.ศ. 2163 ในฐานะผู้สำเร็จราชการนครสงขลา ในสมัยพระเจ้าทรงธรรม ต่อมาในปีพ.ศ. 2173 เจ้าพระยากลาโหมศรีสุริยวงศ์ ปราบดาภิเษกเป็นปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ปราสาททอง ทรงพระนามว่า "สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง" (ครองราชย์ พ.ศ. 2173-2199)

สุสานสุลต่านสุลัยมาน ซาร์ ในต.หัวหัวแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา

ท่านสุลัยมาน เห็นว่า มิใช่เป็นการสืบราชสันตติวงศ์ตามกฎมนเฑียรบาล จึงประกาศแข็งเมืองไม่ยอมขึ้นกับกรุงศรีอยุธยา และได้ประกาศเป็นรัฐอิสระตั้งแต่ปี พ.ศ. 2173

ครั้นต่อมาในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช(ครองราชย์ พ.ศ. 2199-2231) ในปี พ.ศ. 2223 โปรดเกล้าฯให้พระยารามเดโช(ชู) เป็นแม่ทัพยกทัพหลวงไปร่วมกับทัพหัวเมืองภาคใต้ มีกองอาสาสมัครโปรตุเกสและดัชท์ร่วมด้วย ยกไปปราบนครสงขลาจนสัยเมืองในเวลาต่อมา

สาแหรกของตระกูลสุลัยมาน ซาร์ ไม่เพียงแต่ ทายาทที่สืบสานนามสกุล “พิทักษ์ตุมพล” เท่านั้น
แต่ยังแตกสาแหรกเป็นนามสกุลต่างอาทิ เช่น  1.ณ พัทลุง  2.ศิริสัมพันธ์ (หรือ สิริสัมพันธ์) 3.มิตรกูล 4.ขัมพานนท์ 5.เศวตรครุมัต 6.สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง 7.วัลลิโภดม 8.ศรุตานนท์

9.ศิริธร 10.ทองคำวงศ์ 11.พิทักษ์คุมพล 12.พิทักษ์คุมพลศิริวังษา 13.แสงหลากเลิศ 14.ปวิตต์วงศ์ 15.ยงใจยุทธ 16.แก้วไศว17.ศรีสง่า 18.ศรีเจริญ 19.เรืองทอง

20.ศิริภาษา 21.วิทยุ 22. คชสวัสดิ์ 23. เชาวนกวี 24.หวันมุดา 25. มุดาฮูเซ้น 26.ศรีวรข่าน 27.ชลายนเดชะ 28. เศวตะดุล 29.จารุพันธ์ สาย คุณย่า ประวีณ ณ.พัทลุง

นี่คือส่วนหนึ่งของความจริงที่สังคมไทยจำนวนมากไม่เคยเรียนรู้

: www.thealami.com

โดย จันทร์เสี้ยวบางนรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net