วันที่ พุธ มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แผนปรองดองชาติ ดองเค็ม..


     
 
 
       กิเลสมนุษย์ที่ไม่มีการควบคุม แทนที่ความเจริญทางเทคโนโลยีจะช่วยทำให้ความเป็นอยู่ของโลกดีขึ้น กลับทำให้เกิดความเสื่อมทรุดของโลกมากและเร็วยิ่งขึ้น ความเสื่อมเกิดจากความคิดและการกระทำของมนุษย์ เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ ทรัพยากรของประเทศถูกครอบงำและถูกใช้ประโยชน์โดยคนระดับบนที่มี 10 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ เอารัดเอาเปรียบคนระดับล่างที่มี 90 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ เป็นความเหลื่อมล้ำที่รุนแรง
      
       ก่อนการมาของรัฐบาลทักษิณ ประเทศไทยก็เรื้อรังกับความทรุดโทรมมาก ด้วยภาพของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่สร้างฐานะตนมั่งคั่งด้วยเวลาที่รวดเร็ว เชื่อว่าจะมาช่วยยกฐานะของประเทศไทยได้ เป็นที่หวังของหลวงตามหาบัว แห่งวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แห่งชุมชนบุญนิยมอโศก ศ.นพ.เสม พริ้งพวงแก้ว ผู้บุกเบิกการแพทย์ชนบทและการแพทย์สมัยใหม่ ทั้ง 3 ท่านต่างล่ารายชื่อมาสนับสนุนทักษิณ เมื่อครั้งถูกพิพากษาในคดีซุกหุ้น โดยหวังให้ทักษิณ มีโอกาสมาช่วยเหลือประเทศให้พ้นจากความทรุดโทรม ผู้เขียนเชื่อว่า แม้ผู้ไม่แสดงออกอย่างพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็หวังกับการมาของของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเช่นเดียวกัน
      
       ภายหลังกลุ่มคนที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ต่างส่ายหน้า เมื่อพบว่าทักษิณ ไม่ได้ทำให้ประเทศดีขึ้น ทักษิณก็ไม่สนใจกลุ่มคนที่เคยสนับสนุนตน กลับใช้รายการนายกฯ พบประชาชนทุกเช้าวันเสาร์สร้างมวลชนของตนเองขึ้นมาใหม่ และได้กลุ่มวัดธรรมกาย มาแทนกลุ่มหลวงตามหาบัว และกลุ่มชุมชนอโศก
      
       ทักษิณ นอกจากไม่ช่วยทำให้ประเทศไทยดีขึ้น ยังซ้ำเติมให้ประเทศตกต่ำต่อเนื่อง สวมรอยว่าตนเองเป็นผู้ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ ทำให้ราคายางสูงขึ้น โครงการประชานิยม และโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ไม่คุ้มกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ที่ทำให้ราคาน้ำมันและราคาสินค้าสูงขึ้น ก่อความเดือดร้อนแก่คนทั่วประเทศ มีเพียงวาจาว่าจะแก้ปัญหาความยากจน แต่ข้อเท็จจริงประชาชนยากจนมากกว่าเดิม 

       จากการบริหารประเทศ ของนายกฯ ทักษิณที่เบี่ยงเบน ทำให้เกิดปัญหาตามมา สามารถเรียงลำดับการเกิดปัญหาดังนี้
      
       1) การมาของทักษิณ ที่เป็นรัฐบาลทักษิณ
      
       2) เกิดปรากฏการณ์สนธิ มาต่อต้านทักษิณ ตอนหลังสนธิอ่อนแรง
      
       3) เกิดสมัชชาประชาชนมารวมตัวกับสนธิเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือพธม. หรือการเกิดขึ้นของคนเสื้อเหลือง
      
       4) แก้กฎหมายขายชินให้เทมาเส็ก เป็นการขายชาติ เป็นชนวนการปฏิวัติ
      
       5) เกิดแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ นปช. หรือการเกิดขึ้นของคนเสื้อแดง

      
       กล่าวได้ว่า การมาของทักษิณ คือต้นเหตุปัญหาความเลวร้ายของประเทศไทย อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้จะหมดอำนาจไปแล้ว ก็ยังตามมาปลุกระดมให้เกิดความแตกแยกและรุนแรง หากไม่มีคนในข้อ 1 เกิดขึ้น ปัญหาของประเทศไทยก็ไม่รุนแรงเท่านี้ คนในข้อ 1 คือคนต้นเหตุปัญหาของประเทศ
      
       การมาของ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตามหลังการมาของนายกฯ พล.อ.สุรยุทธ์ นายกฯ สมัคร และนายกฯ สมชาย ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ยังคงเกิดการซ้ำเติมปัญหาของประเทศให้บานปลายมากขึ้น ผู้คนบอกว่านายกฯ อภิสิทธิ์ ไม่เด็ดขาด ไม่กล้าตัดสินใจ แต่ผู้เขียนเข้าใจว่าเขาอาจจะเป็นผู้นำที่อ่อนด้อยทางวิสัยทัศน์ เพราะไม่เข้าใจเรื่อง จึงไม่รู้ว่าจะตัดสินใจเรื่องอะไร และจะเด็ดขาดเรื่องอะไร

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย กฎหมายของประเทศไทยก็พอใช้ได้ แต่ไม่ถูกบังคับใช้ต่างหาก เป็นการซื้อเวลาด้วยการให้มีปฏิรูปประเทศ 
     

      นายกฯ อภิสิทธิ์บอกว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดง “เป็นเรื่องของความแตกต่างทางอุดมการณ์” บอกให้ "ชุมนุมได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย" และบอก “จะไม่เอาตนเองเข้าไปเป็นประเด็นของความแตกแยก” จึงทำให้เกิดการชุมนุมอย่างยืดเยื้อ เครื่องมือประกอบการชุมนุมก็ทันสมัย มีทุกรูปแบบ ทั้งสื่อโทรทัศน์ เว็บไซต์ วิดีโอลิงก์ โฟนอิน และสื่อสิ่งพิมพ์
      
       ผู้เขียนดูแล้วไม่ใช่เรื่องการแตกต่างทางอุดมการณ์ แต่เป็นการปลุกระดมแบบล้างสมอง ที่เกิดจากกิเลสและมิจฉาทิฐิของคนคนเดียว คล้ายที่พรรคคอมมิวนิสต์เคยใช้วิทยุปฏิบัติการกับประเทศไทยเมื่อ 30-40 ปีที่ผ่านมา ใช้ข้อมูลเบี่ยงเบน และมีการจาบจ้วง เกิดเป็นวิกฤตต่อเนื่องที่ร้ายแรงที่สุดในโลก
      
       หลังความเสียหายที่รุนแรง นายกฯ อภิสิทธิ์ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก มาชดเชยความเสียหายปลายเหตุที่เกิดจากการบริหารและจัดการที่ล้มเหลวของตน จะให้มีปรองดองกันของคนในชาติ และการนิรโทษกรรมผู้ชุมนุม การตั้งกรรมการกลางเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงสงกรานต์เลือดปี 2552 และตั้งกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ความไม่สงบทุกกรณีปี 2553 แสดงว่ารัฐบาลไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงได้เอง
       
      
      
       ความแตกแยกของมวลชนในชาติ เป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดของประเทศ ไม่ได้เป็นไปด้วยมวลชนเอง แต่มีคนทำให้มวลชนแตกแยก เกิดจากการปลุกระดมแบบล้างสมอง ด้วยมิจฉาทิฐิของคน ที่ต้องการอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตน เอามวลชนมาเป็นเครื่องมือของตน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ทำให้เกิดความแตกแยกรุนแรง เกิดกับคนทุกระดับชั้น ทุกอาชีพ
      
       วิธีการแก้ปัญหา ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา

       ต้องแก้ไขที่ความเข้าใจผิดของมวลชน

       ต้องให้ข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่มวลชน

       ไม่ใช่ไปพูดถึงการปรองดอง ประนีประนอม สมานฉันท์ และการอภัยโทษ ในเบื้องต้น

       ถ้าสามารถให้ข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจแก่มวลชนได้

       ความแตกแยกก็จะได้รับความเห็นใจ การประนีประนอมก็จะเกิดขึ้นได้เอง

       การบานปลายของปัญหา ปัญหาจาก 10 คน และ 10 เรื่อง

       กลายมาเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นจาก 1,000 คน และ 1,000 เรื่อง

       แล้วก็คิดแก้ปัญหาของ 1,000 คน และ 1,000 เรื่อง

       โดยข้ามปัญหา และละเลยปัญหาของ 10 คน และ 10 เรื่องในช่วงแรก ที่ยังคิดก่อปัญหาอยู่ตลอดเวลา

       คำว่า "ปรองดอง" เป็นคำที่ความหมายดี แต่คือการเอาผลมาตั้งเป็นโจทย์ หรือตุ๊กตาของการแก้ปัญหา จะต้องทำอย่างไร ต้องเสียสละ ให้อภัย ยกโทษ ไม่แยกทุรกรรม ใครทำแบบไหน อย่างไร ก็ไม่ตรงตามหลักนิติรัฐ ก็จะกลายเป็นสองมาตราฐานระหว่างมวลชน ความแตกแยกก็เกิดในใจของมวลชนเหมือนเดิม ความหมายของการปรองดองของนายกอภิสิทธิ์ หมายถึงการปรองดองกันระหว่างนักการเมือง 2 ขั้ว จะเห็นได้จากหลังจากเหตุการณ์เผากรุงเทพวันที่ 13 เมษายน 2552 ได้นำเรื่องเข้าไปปรองดองกันในสภาฯ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับชาวบ้าน ก็เห็นอยู่ว่า นักการเมืองปรองดองกันได้หรือไม่ อย่างไร

       หากแบ่งชาติมากินกันได้ ก็ปรองกันได้ หากไม่ได้กินด้วย ก็ปรองดองกันไม่ได้ 

       เรื่องการเมือง 2 ขั้วก็ไม่แน่นอน บางครั้งก็อยู่คนละขั้ว แล้วเวลาถัดมา ก็มากอดกัน มาอยู่ขั้วเดียวกัน 

        คำว่า "ความเข้าใจผิดของมวลชน" คือการเอาต้นเหตุมาตั้งเป็นโจทย์ จะทำให้เกิดการแก้ปัญหาที่ตรงประเด็น ให้มวลชนเข้าใจปัญหาที่แท้จริง ใครทำถูกก็ได้พระคุณ ใครทำไม่ถูกต้องก็ได้พระเดช ว่ากันไปตามดีกรีของความถูกผิด หลักนิติรัฐได้รับการปฏิบัติ

       รัฐบาลพ่ายแพ้ต่อการใช้สื่อต่อสู้กับอวิชชา ทำให้อวิชชาขยายตัวเหนือปัญญา ทำให้เกิดความไร้สาระ โง่เง่ามากขึ้น เอารัดเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว มักง่าย ไม่รับผิดชอบและกอบโกย 

      ความหลงเชื่อของชาวบ้าน ความเข้าใจผิดของมวลชน ที่เกิดจากการกระทำของนักการเมืองก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม การปรองดองดังกล่าว ชาวบ้านก็ถูกดองเค็มหรือแช่อิ่ม ต่อไป
       
             
 
 
ที่มา แก้ไขเรียบเรียงเพิ่มเติมจากเรื่อง "ใครจะช่วยประเทศไทยได้"
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000087124

......................................................................................
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท
http://twitter.com/indexthai

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net