วันที่ พุธ มิถุนายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ว่าด้วยมิจฉาทิฏฐิ สักกายทิฏฐิ และสีลัพพตปรามาส


หลายๆคนทีเดียวที่เห็นหลวงพ่อ รวมถึงลูกศิษย์หลวงพ่อหยาดน้ำหรือฟังสัจธรรมบรรลุฉับพลันแล้วก็แอบเกิดปฏิฆะ ในใจว่าเป็นพวกมิจฉาทิฏฐิ หรือสีลัพพตปรามาสหรือเปล่า เรามาลองพิจารณาดูกันโดยหลักการจริงๆดีกว่าว่า "มิจฉาทิฏฐิ สักกายทิฏฐิและสีลัพพตปรามาส" นั้นคืออะไร
 
คงจะรู้กันอยู่แล้วว่าไตรลักษณ์คืออะไรส่วนผมไม่รู้หรอกว่าไตรลักษณ์ คืออะไร รู้แต่ว่าไตรลักษณ์ประกอบด้วย อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หรือ แปลเป็นไทยได้ว่า ทุกอย่างไม่เที่ยง เป็นทุกข์ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และ ไม่ใช่ตัวตน
 
นี่คือองค์ประกอบของไตรลักษณ์แบบคร่าวๆ ซึ่งเราจะไม่ถลำลงไปใช้ศัพท์เทคนิคหรือศัพท์วิชาการเพราะแค่นี้มันก็ติดวน กันจะตายอยู่แล้ว และถ้าอะไรก็ตามที่ผิดไปกฎของไตรลักษณ์ก็ถือว่าไม่ตรงต่อสัจธรรม
 
ทีนี้ถามกลับว่าคนเราเกิดมาเพราะอะไร คำตอบก็คือ เพราะมีอวิชชาคือความไม่รู้ว่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่างนั้นล้วนตกอยู่ใต้อำนาจ ไตรลักษณ์ ตกอยู่ใต้อำนาจของอุปาทาน ความยึดมั่นในอัตตาตัวตน เห็นว่าตัวเองเป็นตัวเป็นตน และนั่นก็หมายถึงว่าไอ้ที่เราๆท่านๆมาวนเวียนว่ายตายเกิดอยู่นี่ก็คือหลงรู้ ไปเรียบร้อยแล้ว เป็นอัตตาตัวตนขึ้นมาแล้ว เป็นมิจฉาทิฏฐิและสักกายทิฏฐิไปแล้วนั่นแหละ นี่คือทิฏฐิที่ทำให้ส่วนอื่นๆที่ตามมาในชีวิตผิดไปหมด
 
แล้วยิ่งเอาตัวตน อัตตา หรือตัวรู้เข้าไปปฏิบัติธรรม ปฏิบัติกรรมฐานนี่แหละยิ่งมิจฉาทิฏฐิเข้าไปใหญ่ เพราะผิดหลักไตรลักษณ์ข้ออนัตตา คือความไม่เป็นตัวตนแบบเต็มๆ ไม่ต้องพูดถึงโสดาบันอะไรที่คนมากมายหมายมั่นปั้นมือว่าจะได้ชมเชยกันในชาติ นี้หรอกนะ เพราะเอาแค่ไปเจริญตัวรู้(จิตหรือสติ)เข้า เหนียวแน่นกับมัน ข้อที่ว่าละสักกายทิฏฐิก็ไม่ผ่านแล้ว แล้วมันจะโสดาบันอะไรเล่า เป็นโซดาไปก่อนแล้วกัน
 
สีลัพพตปรามาสคืออะไร สีลัพพตปรามาส แปลสั้นๆได้ว่า การถือศีลพรตด้วยความงมงาย โดยความเข้าใจของคนทั่วไปจะนึกจำกัดถึงเพียงพวกฤาษี พวกไหว้ผีสาง เจ้าป่า เจ้าเขา หรือกราบไหว้สัตว์พิการมีรูปร่างแปลกประหลาด เท่านั้น แต่หารู้ไม่ว่า การที่มีตัวตน ตัวเรา เข้าไปถึอเพียงแค่ศีล 5 นี่แหละ เป็นสีลัพพตปรามาสแล้ว เพราะขัดกับไตรลักษณ์ข้ออนัตตา คือความไม่เป็นตัวเป็นตนเหมือนกัน คือเอาตัวตน อัตตาเข้าไปถือศีลอย่างงมงาย
 
นี่คือความหมายที่แท้จริงของไตรลักษณ์ หากเข้าใจไตรลักษณ์ถูกต้องจริงๆ ส่วนที่เหลือก็ถูกหมด แต่ถ้าเข้าใจผิดแม้เพียงข้อเดียว ก็ถือได้ว่าเป็นสัทธรรมปฏิรูปทันที ที่เหลือไม่ต้องพูดถึง ต้นทางผิด ปลายทางมันก็ผิดเต็มๆอยู่แล้ว
 
ศีลที่แท้นั้นก็คือไม่ ไม่ต้องไม่ตั้ง มันก็ตัดเจตนาที่จะไป "ทำ" เรื่องที่ผิดศีลทุกข้อทันที เรียกว่าไม่ต้องไม่ตั้งนี่แหละ ยิ่งกว่าศีล 227 ข้อของพระภิกษุสงฆ์เสียอีก ไร้เจตนา ถอนรากถอนโคนทันที เลิกเป็นคนสวนไปตัดกิ่งโน้นที กิ่งนี้ที ด้วยการเข้าไปถือหรือรักษา ศีล กลัวตัวเองศีลไม่บริสุทธิ์ ที่สำคัญไม่ขัดกับหลักไตรลักษณ์ด้วยเพราะการที่เราไม่ต้องไม่ตั้งนั้น เจตนาที่จะเข้าไปทำ เข้าไปถือ มันไม่มี เมื่อไม่มีเจตนา มันก็อนัตตาอยู่แล้วนั่นเอง ศีลโดยการเว้นจากเจตนากรรมนี้คือศีลอริยะแท้ๆ
 
เอาแค่หลักการพื้นฐานถูกต้องแบบนี้ ที่เหลือก็ไม่มีอะไรต้องสงสัยแล้วจริงไหมครับ
สัจจะความเป็นจริงแห่งพระนิพพานถูกเปิดเผยขึ้นในสังสารวัฏแล้วที่นี่

โดย ดับจิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net