วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เซี่ยงไฮ้...แค่ปลายจมูก (6) ไข่มุกเม็ดนั้น...ของฉันหรือของใคร ??


เมื่อคืนหลังจากเข้าห้องพักที่โรงแรมแล้ว ก็เอาเจ้า “กำแพงเมืองจีน” ไวน์แดงที่คุณไกด์จีนให้มา   เปิดดื่มกันก่อนนอน เราโทรตามสาวๆห้องข้างๆมาช่วยกันปีนกำแพงเมืองจีนด้วย กว่าจะเข้านอน    กันก็เกือนตีหนึ่งค่ะ..หลับปุ๋ยยยยย....เลยจำไม่ได้ว่า เมื่อคืนความฝันเป็นสีอะไร ??

เช้านี้...เราไปชม "หอไข่มุก" กันนะคะ...

หอไข่มุกตะวันออก หรือ Oriental Pearl Tower เป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งที่ทำให้เราอยากมาเซี่ยงไฮ้ ดูเจ้าไข่มุกนี่สิคะ มันดูทันสมัย สวยงามและท้าทายอยู่ในที...ตั้งแต่วันแรก เห็นแต่ไกลๆ ผ่านไป ผ่านมา เฉียดไป เฉียดมา ไม่ได้เข้าไปใกล้ชิดสักที...วันนี้แหละ เจ้าไขมุกตัวดี        จะได้เห็นกันสักที

หอไข่มุก ตั้งอยู่ในย่านผู่ตงหรือเขตเมืองใหม่ของมหานครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของแม่น้ำหวงผู่ ซึ่งเป็นเขตที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า

หอไข่มุก เป็นหอวิทยุโทรทัศน์สูง 468 เมตร มีลักษณะเป็นไข่มุก 11 ลูก และ เสา 3 เสา ด้านบนเป็นรูปไข่มุก 3 เม็ด 3 ขนาดเรียงกันในแนวตั้ง 

ภายในเป็นที่ทำการของสถานีโทรทัศน์ 9 แห่ง และสถานีวิทยุ 10 แห่ง  ด้านในของเจ้าไข่มุกกลมๆนี้เป็นภัตตาคาร และโรงแรมหรูขนาด 25 ห้อง และร้านค้า ใต้ฐานของหอจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองเซี่ยงไฮ้  เมืองจำลองโลกอนาคต

(กำลังเข้าคิวเพื่อขึ้นลิฟท์ความเร็วสูงขึ้นไปยังไข่มุกเม็ดกลมโตด้านบน)

ช่องกลางของหอไข่มุกตะวันออกเป็นเสาปล่องกลวง เป็นลิฟท์ความเร็วสูง 6 ตัว ที่มีความเร็ว 7 เมตร/วินาที เพื่อขึ้นไปที่จุดชมวิว ในระดับความสูง 267 เมตร ลิฟท์นี้ความเร็วสูงจริงๆค่ะ จำได้ว่ากระพริบตาทีอยู่บนชั้นที่ 50 กระพริบตาอีกที ไปถึงชั้นที่ 100 แล้ว...เสียวกว่าชมกายกรรมอีกค่ะ 

ส่วนในเวลากลางคืนนั้น หอกลมจะเปิดไฟที่สามารถเปลี่ยนสีไปได้เรื่อยๆ (คงได้ชมภาพไปแล้วนะคะ จากตอนที่แล้ว) บนไข่้มุกเม็ดที่สองจะสามารถมองลงมาข้างล่างได้เนื่องจากทำพื้นเป็นกระจก



(หาดไว่ทาน หรือ หาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ มองลงมาจากไข่มุกเม็ดที่สอง เห็นอยู่ลิบๆที่อีกฝั่งของแม่น้ำ) 

"หอไข่มุก" เป็นหอคอยที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากหอกวางโจวทีวีแอนด์ไซท์ซีอิง ในกวางโจว หอคอยซีเอ็น เมืองโตรอนโต ของแคนาดา และหอออสตันคิโน กรุงมอสโก ประเทศรัสเซี

ในบริเวณใกล้เคียงกันยังเป็นที่ตั้งของอาคารที่สวยและทันสมัย คือ จินเหมาทาวเวอร์ สูง 421 ม. และอาคารเซี่ยงไฮ้เวิลด์ไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์ (สูง 492 ม.) ปัจจุบันนับได้ว่าเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองเซี่ยงไฮ้ ที่นอกจากจะใช้ในด้านการสื่อสารแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองอีกด้วย


(ภาพจากอินเตอร์เน็ต - ซ้ายคือจินเหมาทาวเวอร์ และขวาคือเซี่ยงไฮ้ เวิลด์ไฟแนนเชียลทาวเวอร์)
 

-----------------------------------------------------------------------------------

 

(ภาพจากอินเตอร์เน็ต)

ลงจากหอไข่มุกแล้ว...เราจะลอดอุโมงค์เลเซอร์ใต้แม่น้ำจากฝั่งเมืองใหม่ไปยังหาดไว่ทัน หรือหาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำที่เป็นเขตเมืองเก่า

นี่คือยานพาหนะ...ที่จะพาเราข้ามมิติ จากเมืองใหม่สู่...เมืองเก่าค่ะ คันละ 4 คนเท่านั้นค่ะ

เมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากชานชาลา ไฟทั้งหมดจะดับมืดลง ทั้งอุโมงค์จะสาดแสงเลเซอร์ รู้สึกราวกับกำลังข้ามมิติจริงๆ  แต่นอกจากจะมีแสงแล้วยังมีเสียง หึ หึ หึ น่ากลัวๆ ตลอดเส้นทาง เราเลยพาลนึกถึงละครเรื่อง "พิภพมัจจุราช" ไปซะงั้น...


--------------------------------------------------------------------------------

พอขึ้นมาจากอุโมงค์ก็เป็นหาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ หรือ หาดไว่ทานค่ะ



หาดไว่ทาน หรือที่ชาวต่างชาติจะเรียกว่า เดอะบันด์ (The Bund) เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ เซี่ยงไฮ้นับตั้งแต่อดีตกาล จนถึงปัจจุบัน ตั้งอยู่บนถนนจงซาน เป็นหาดริมแม่น้ำที่มีความยาว 1 กิโลเมตรครึ่ง เลาะไปตามริมแม่น้ำหวงผู่ ฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าของมหานคร ที่มีรูปทรง สถาปัตยกรรม เป็นแบบตะวันตก


สมัยก่อน...แถบนี้เคยเป็น เขตเช่าของบริษัทข้ามชาติชุดแรกๆของเอเชีย เคยเป็นที่ตั้งของตึกที่ทำการบริษัทใหญ่ๆ ธนาคารชั้นนำ และสถานกงสุลประเทศต่างๆทั่วโลก ลักษณะของอาคารเป็นสไตล์ยุโรปโบราณ และยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีค่ะ บางแห่งดัดแปลงเป็นออฟฟิศและภัตรคารที่หรูหราและคลาสสิคมาก... ถ้ามีโอกาสได้กลับมาที่เซี่ยงไฮ้อีก  จะพาเพื่อนสนิทมาดื่มไวน์และนั่งดูชีวิต...ความเป็นไป และความเคลื่อนไหวของผู้คนในละแวกนี้ค่ะ...



(นี่แหละค่ะ...เสื้อกันหนาวตัวละ 200 บาท ที่ซื้อมาจากนานจิงเมื่อวานนี้ค่ะ)

ในปัจจุบันนี้หาดไว่ทัน หรือเดอะบันด์ได้กลายสภาพมาเป็นลานกว้างๆริมน้ำแทน ในยามกลางวัน บริเวณเดอะบันด์ก็เป็น ที่ที่ผู้คนนิยมเดินเล่น ในขณะที่ในยามราตรี บริเวณดังกล่าวนี้ก็จะเต็มไปด้วย หนุ่มสาวชาวเซี่ยงไฮ้ ที่็จูงมือกันเดินชมวิวแม่น้ำ หรือนักท่องเที่ยวที่พากันเดินชมเมืองเซี่ยงไฮ้กันเป็นกลุ่มๆ

ว่ากันว่า...ใครมาเยือนเซี่ยงไฮ้ ต้องแวะชมความงามแบบคลาสสิกของ “เดอะ บันด์” จึงจะเรียกว่ามาถึงมหานครแห่งนี้จริงๆ

 

---------------------------------------------------------------------------------

จำเพลงนี้ได้มั้ยคะ ?

“หล่อง ปัน.....หล่อง เหล่า....หม่าน เล๋ยฺ โทว โท้ว กอง เสอย หวิง ปั๊ด เยา...”

หลายคนคงจะจำเพลงนี้และละครเรื่องนี้ได้ ..."เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้" แต่เดิมก็มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงใน เขตเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นเขตการค้าที่ๆมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก  พวกเจ้าพ่อทั้งหลายคุมโซนอาณาเขตตนเพื่อประกอบการค้าและผลประโยขน์ไม่ว่าจะเป็น บ่อนการพนัน ผับ บาร์ ล้วนแล้วแต่ต้องมีเจ้าพ่อคุ้มครอง ด้วยเหตุนี้เขตเซี่ยงไฮ้จึงเป็นแหล่งชุมนุมของเจ้าพ่อมาเฟียทั้งหลายที่ต้องคอยแก่งแย่ง ช่วงชิงความมั่งคั่งกัน จึงเป็นที่มาของเรื่อง"เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้"ที่ออกฉายทางโทรทัศน์มาหลายเวอร์ชั่น...จนกระทั่งปัจจุบัน

 

แต่เวอร์ชั่นที่เราประทับใจที่สุดคงเป็นเวอร์ชั่นปี 1981 (ตอนนั้นเราอายุ 15 ปีเองค่ะ แฮ่...เกิดกันหรือยังคะ ?? เนี่ยย)  นำแสดงโดย โจวเหวินฟะ (ซวู่ เหวิน เชียง) เจ้าหย่าจือ (เฝิงเฉิงเฉิง) และเวอร์ชั่นนี้เองที่ทำให้เราได้รู้จักกับผู้ชายที่มีเสน่ห์ที่สุดคนหนึ่ง นั่นก็คือ “ติงลี่” ซึ่งแสดงโดย หลี่เหลียงเหว่ย




(ภาพจากอินเตอร์เน็ต)


เรื่องย่อของ “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้” มีว่า... ซวู่เหวินเฉียงเด็กหนุ่มที่เพรียบพร้อมทั้งหน้าตาและสติปัญญา แต่มีอดีตอันเจ็บปวดที่ปักกิ่ง  จึงเดินทางมาที่เซี่ยงไฮ้เพื่อที่จะเริ่มชีวิตใหม่ และได้พบติงลี่โดยบังเอิญและได้ทำความรู้จักกัน  ชีวิตของซวู่เหวินเฉียงเริ่มผกผันเมื่อต้องทำงานในแวดวงอิทธิพล  และในที่สุดชะตาชีวิตก็พลักดันเขาให้กลายมาเป็นเจ้าพ่อ 

การแย่งชิงพื้นที่อิทธิพลของเจ้าพ่อต่างๆ จึงทำให้เกิดเรื่องราวมากมาย ทั้งบุญคุณที่ต้องทดแทน ความแค้นที่ต้องชำระ ความโลภ ความอิจฉาริษยา การหักเหลี่ยมชิงไหวชิงพริบกันทุกนาที แต่ท้ายที่สุดทุกคนก็ได้ตะหนักว่า...ความเป็นเจ้าพ่อ “ไม่ยั่งยืน” 

 


(ภาพจากอินเตอร์เน็ต)


ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าเป็นละครที่สนุกมากเรื่องหนึ่ง  พล็อตเรื่องน่าตื่นเต้นและน่าติดตาม และที่สำคัญที่สุดคือการคัดเลือกนักแสดงได้อย่างลงตัว เหมาะสมมาก เป็นหนังคลาสสิคอีกเรื่องที่เก็บสะสมไว้ในตู้หนังที่บ้านค่ะ

 


มัวแต่เล่าเรื่องละคร...เลยไม่ได้หาคำตอบให้ตัวเองเลยค่ะ

ว่าไข่มุกเม็ดนั้นน่ะ...ของใครกันนะ ถ้าไม่มีเจ้าของ...ขอจองนะเออ !

หรือ...ของเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ??? จะได้จองเจ้าพ่อซะด้วยเลยยย อิอิ

 

คืนนี้...เราจะบินกลับกรุงเทพฯแล้วค่ะ

เราจะนั่ง Maglev รถไฟฟ้าแม่เหล็กความเร็วสูง จากตัวเมืองเซี่ยงไฮ้...ไปสนามบินกันค่ะ

อย่าลืมไปด้วยกันต่อนะคะ


สวัสดีค่ะ

-----------------------------------------------------------------------------

ถ้ามีเวลา...แวะไปนอนดูพระจันทร์ที่บ้านหลวงชำนิด้วยกันนะคะ

http://www.oknation.net/blog/this-is-gee/2010/07/03/entry-1


โดย my-name-is-gee

 

กลับไปที่ www.oknation.net