วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เธอคือเยาวมิตร-นาฬิกาทรายและเวลาใจของเรา(๑)


นาฬิกาทรายและเวลาใจของเรา (๑)


ฉันได้พบกับ “น้องอาร์ม” นพพร  ธรรมรงค์รัตน์ ครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน
๒๕๔๔  วันนั้นน้องอาร์มไปรับรางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษา จากการประกวดบทร้อยกรองในวัน “รำลึกสุนทรภู่” ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

การพบกันในครั้งนั้นทำให้ฉันรู้สึกอัศจรรย์ในเรื่องจังหวะเวลาของชีวิตมาก  น้องอาร์มบอกว่าเป็นครั้งแรกที่เขาเขียนกลอนส่งประกวด ส่วนฉันก็เป็นเดือนแรกที่เข้าทำงานในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น  และน้องอาร์มก็เป็นเด็กคนแรกที่ฉันสัมภาษณ์ลงในหน้าเยาวชน... 

ฉันยังจำเด็กนักเรียนชั้น ม.๔  ร่างสูง ผอมบาง หน้าตาเฉลียวฉลาดคนนั้นได้  เขาเป็นเด็กที่สุภาพ  มีความอ่อนโยนอยู่ในแววตา และพูดจาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล  ฉันชวนเขาคุยเรื่องแรงบันดาลใจในการเขียนบทกวี  หนังสือที่อ่าน นักเขียนที่ชอบ ครอบครัวของเขา  และความสนใจด้านอื่น ๆ  คำตอบของเด็กวัย ๑๕ ปีทำให้ฉันรู้สึกประทับใจมาก

น้องอาร์มอ่านหนังสือของท่านอาจารย์พุทธทาส  หลวงพ่อชา สุภัทโท  และหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโมตั้งแต่เรียนชั้น ม.๑  เขาชอบไหว้พระสวดมนต์  มีความสุขต่อการหิ้วปิ่นโตไปถวายอาหารพระ  และเมื่อมีเวลาว่างก็จะไปถือศีลปฏิบัติธรรมที่วัด (จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อขึ้นชั้น ม.๕  น้องอาร์มจะเป็นประธานชมรมพุทธศาสน์ของโรงเรียนเบญจมราชูทิศนครศรีธรรมราช และจัดให้มีการบวชเนกขัมมปฏิบัติ โดยมีเพื่อนนักเรียนเข้าร่วมโครงการ๑๗๐ คน)

น้องอาร์มเป็นเด็กที่เรียนหนังสือเก่ง  ความใฝ่ฝันของเขาคือการเป็นครูสอน
คณิตศาสตร์  เกรดของน้องอาร์มในวันให้สัมภาษณ์คือ ๓.๘๐  ฉันถามเขาว่าถ้าวันหนึ่งได้เกรดน้อยกว่านี้จะรู้สึกอย่างไร? เขาตอบว่า “เสียใจมันก็คงมีบ้าง  แต่ว่าเราทำสุดความสามารถที่พอจะทำได้แล้ว  ไม่ต้องไปแข่งกับเพื่อนที่เขาได้ ๔.๐๐ หรอก  เพราะความสามารถของแต่ละคนไม่เท่ากัน  เราได้แค่นี้ แต่เราตั้งใจจะเป็นคนดีของสังคมก็พอแล้ว”

จากวันที่สัมภาษณ์จนถึงวันที่น้องอาร์มได้มาเข้าค่ายวรรณกรรมที่ฉันเป็นผู้ดำเนินงานในปีถัดมา  เราได้พบและพูดคุยกันบ่อยขึ้น  เราสื่อสารกันทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์  ฉันซื้อหนังสือให้น้องอาร์มหลายเล่ม โดยเฉพาะหนังสือของเนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์--กวีในดวงใจของเขา และฉันก็แนะนำหนังสือธรรมะ “เดิน วิถีแห่งสติ” ของท่านติช นัท ฮันห์ ให้น้องอาร์มอ่านด้วย  จำได้ว่าเขาชอบมาก  พออ่านจบถึงกับโทรศัพท์มาบอกว่า “อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว อาร์มอยากเดินจงกรมจริง ๆ”

ด้วยความที่ฉันไม่มีลูก แต่ก็มีจินตนาการเกี่ยวกับลูกอยู่ในใจ  การได้พบน้องอาร์มจึงคล้ายกับได้พบ “ลูกในภาพฝัน” ที่มีตัวตนอยู่จริง  ดังนั้น นอกจากมิตรภาพระหว่าง “พี่ดวงแก้วกับน้องอาร์มแล้ว”  สำหรับฉันยังผูกพันกับเขาในฐานะผู้เป็นเสมือนลูกชายอีกด้วย

หลังกลับจากค่ายวรรณกรรม น้องอาร์มส่งการ์ดนาฬิกาทรายสีม่วง (เป็นสีที่ฉันชอบ) มาให้  ข้อความในการ์ดใบนั้น กล่าวถึงวันที่ฉันเอ่ยขอน้องอาร์มเป็นลูก

“พี่ดวงแก้วครับ  อาร์มไม่ทราบว่าวันเกิดพี่ดวงแก้ววันไหน  อาร์มจะถือว่าวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๔๕ เป็นวันเกิดของพี่ดวงแก้วนะ  วันที่พี่ดวงแก้วมีลูกชาย  อาร์มส่งของขวัญมาให้ด้วย  ไม่แน่ใจว่าพี่ดวงแก้วจะชอบหรือเปล่า แต่อยากให้มาก ๆ  อาร์มขอบคุณพี่ดวงแก้วที่ทำให้อาร์มย้อนคิดถึงความรักอีกครั้ง  ‘ความบริสุทธิ์ของความรัก’ ขอบคุณมากครับ  พี่ดวงแก้วครับ พักบ้างนะ เหนื่อยก็พักบ้าง อย่าให้งานเป็นนายเรา  ขอให้พี่ดวงแก้วมั่นในความดีนะครับ  เพราะความดีจะเป็นเกราะคุ้มกายคุ้มใจที่ดีที่สุด”

ของขวัญที่น้องอาร์มส่งมาให้คือเสื้อผ้าฝ้ายสีขาว  เวลาไปวัดกับน้องอาร์ม  เราสองคนจึงเหมือนคู่แฝดที่สวมเสื้อผ้าฝ้ายสีขาวแบบเดียวกัน
 
จากการเข้าค่ายวรรณกรรมในครั้งนั้นทำให้น้องอาร์มมีกลุ่มพี่ ๆ และน้อง ๆ ที่สนิทกัน ๖-๗ คน เด็กกลุ่มนี้คือเด็กค่ายกลุ่มแรก ๆ ของฉันที่ติดต่อผูกพันกันมาจนถึงทุกวันนี้  และด้วยความที่พ่อแม่ของน้องอาร์มเป็นผู้ใหญ่ใจดี  เราจึงได้รับความเอื้ออารีจากท่านให้ (ยึด) บ้านเป็นศูนย์กลางของกลุ่ม  ดังนั้นเมื่อมีกิจกรรมนัดพบ เราจึงไปรวมตัวกันที่บ้านหลังนั้นเสมอ  พ่อแม่ของน้องอาร์มจึงกลายเป็นพ่อแม่
ของเราไปด้วย  รวมถึงพี่ ๆ ที่เข้ากันได้ดีกับมิตรสหายของน้องชาย

น้องอาร์มเป็นตัวอย่างของเด็กที่เติบโตมาจากครอบครัวอบอุ่น  เขาจึงเป็นคนที่มี “พลัง” ในตัวเอง และแบ่งปันความรักความอบอุ่นที่อิ่มเต็มอยู่ในใจให้แก่คนรอบข้างเสมอ  รวมถึงกลุ่มชาวค่ายของเราด้วย

ฉันยังจำได้ว่าน้องอาร์มแอบเตรียมเค้กและของขวัญวันเกิดให้แก่น้องคนหนึ่งในกลุ่ม แถมยังจัดขนม อาหาร และเครื่องดื่มจนกลายเป็นงานเลี้ยงเล็ก ๆ ที่น่ารักน่าอบอุ่น  แถมในช่วงปิดเทอมยังแบ่งเวลามาสอนเลขให้น้อง ๆ ผู้เก่งกาจด้านภาษาแต่อ่อนแอคณิตศาสตร์จนน่าเป็นห่วง

ด้วยความมีน้ำใจและอ่อนโยนเช่นนี้เอง  น้องอาร์มจึงเป็นที่รักที่พักพิงของเหล่ามวลมิตร รวมถึงผู้ใหญ่อย่างฉันด้วย.


ดวงแก้ว กัลยาณ์
 

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net