วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ครู..ผู้ปกครอง..และเด็กดื้อ..ใครดื้อกว่าใคร


            เพิ่งอ่านข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กไทยผ่านเวทีการเสวนาของผู้เกี่ยวข้องทางด้าน
การเมืองและเครือข่ายผู้ปกครอง  ที่เป็นห่วงเป็นใยในพฤติกรรมของเด็กไทยในปัจจุบันไม่ว่าจะ
เป็นเรื่องของ..
           
- เด็กชั้นประถมปีที่ 3 ไทยจำนวนห้าหมื่นอ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้เกือบแสนคน
           
- ค่านิยมของเด็กไทยในยุคปัจจุบันที่เกิดจากการเลียนแบบทางสังคมที่น่าเป็นห่วง เช่น
การเชื่อเรื่องพรหมลิขิต ติดยา ติดเกมส์ ชอบสินค้า แบรนด์เนม เป็นต้น
           
- เด็กไทยขาดความเข้าใจเกี่ยวกับรากฐานที่แท้จริงของสังคมไทย
           
- การศึกษาในชนบทกำลังล่มสลาย โรงเรียนร้าง เด็กลดลง และหลั่งไหลเข้ามาเรียนใน
โรงเรียนใหญ่กลางเมือง
            และครูจำนวนไม่น้อยเริ่มอ่อนล้ากับการแก้ไขปัญหาของเด็ก..เด็กไทยดื้อมากขึ้นทุกวัน
เป็นเหตุผลหนึ่งในหลายเหตุผลที่ทำให้เพื่อนของผมจำนวนไม่น้อย..ต้องยื่นความประสงค์เออลีรีไทร์
    
       มีเสียงเรียกร้องจากนักการศึกษา และผู้ปกครองจำนวนหนึ่งที่มีความต้องการให้เครือข่าย
ผู้ปกครอง เครือข่ายเพื่อนชั้นเรียน  ตลอดจนเครือข่ายของชุมชน  ให้เข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว..
            แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะดำเนินการทั้งนี้ก็เพราะว่า..
            ความพร้อมของผู้นำในชุมชน ตลอดจนวัฒนธรรมการบริหารการจัดการของโรงเรียน ที่
ยังไม่เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้าไปกำหนด และการตัดสินใจในการบริหารเท่าใดนัก จึงไม่
แปลกอะไรที่จะเห็นผู้ปกครองไม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นในการบริหารงานของโรงเรียน
            ส่วนใหญ่กลัวว่าลูกของตนเองจะเดือดร้อน.จึงยอมจำนนและรับฟัง มากกว่าจะมีความรู้สึก
ในการเป็นเจ้าของโรงเรียนและการศึกษาอย่างแท้จริง 
            การเดินทางเข้ามาโรงเรียนจึงเป็นเรื่องร้ายสำหรับชาวบ้านเสียมากกว่า  ถูกเชิญมาครั้งใดก็
มักจะมีแต่เรื่องปัญหาพฤติกรรมของลูกตน  จนบางครั้งก็สายเกินกว่าจะแก้ไข..
          
 เรื่องของความร่วมมือกันระหว่าง บ้าน โรงเรียน และชุมชน ในการแก้ปัญหาเด็กดื้อของ
สังคมไทยในวันนี้
  ต้องถือเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนมากครับ
            ผมเชื่อว่าแก้ไขได้ครับ..ยกเว้นพวกเราจะดื้อกันเสียเอง
            ดื้อ..ที่จะไม่หันมาร่วมมือกันแก้ไขปัญหา แล้วหันมากล่าวโทษซึ่งกันและกัน
            ถึงตอนนี้ไม่รู้ว่า..ครู..ผู้ปกครอง..และเด็กใครดื้อกว่ากันแน่..

.

.
การประชุมผู้ปกครอง เป็นกิจกรรมส่งเสริมความร่วมมือกัน
ระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
.

.

เมื่อผู้ปกครองเสียเวลามาร่วมประชุม เขาคงต้องได้อะไรกลับไป
และโรงเรียนก็คงต้องได้หลายๆ อย่างกลับมาเช่นกัน...
.

.
บรรยากาศแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน
ระหว่างครูกับกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองในแต่ละห้องเรียน
.

.
.การจัดกิจกรรมทางศาสนาให้กับนักเรียน..ในวันที่นักเรียนห่างไกลจากวัด
.

.

.
ศาสนาช่วยหล่อหลอมให้เด็กไทยเป็นเด็กดี
ไม่ว่าจะเรียนรู้ในสถานภาพไหน เป็นนักเรียน..หรือเณรน้อย..
.
.

.
เด็กๆ ต้องเรียนรู้และร่าเริง 
.

.
อย่าทำให้เด็กเครียด..เด็ดขาด..เรียนหนักแล้วต้องสนุกด้วย..
.

โดย คนบ้านใหม่

 

กลับไปที่ www.oknation.net