วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สกุณา ฟ้าฝน ผีเสื้อ และ ท้องนาบ้านไร่ ..ในชั่วโมงเร่งด่วน ..


.. ถ่ายภาพ และ เล่าเรื่อง โดย..วินเซนต์ ..

.........................................

สกุณา ฟ้าฝน ผีเสื้อ และ ท้องนาบ้านไร่ ..ในชั่วโมงเร่งด่วน ..

สายฝน..

คงโปรยพรำลงมาตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง..

น้ำค้างจึงยังคงพร่างพรมจับอยู่ตามยอดหญ้า ซากใบไม้..

ฉันตื่นขึ้นมาเพื่อนั่งจมปลักอยู่ในชั่วโมงเร่งด่วนกับกาแฟถ้วยร้อนๆของยามเช้า ..

เฝ้าคืบคลานความคิดไปในห้วงกาลเวลาฟ้าหม่น มองดูฟากฟ้าฝั่งเมืองลาวตรงเทือกเขาเบื้องหน้า ที่ยังคงมีกลุ่มก้อนเมฆสีเทา และ หมอกหนาสีขาวล่องลอยแผ่ปกคลุมอยู่ทั่วทิวยอดเขา ..

ในอีกไม่ช้าไม่นานนับจากนี้ไป หยาดฝนคงหล่นพร่ำลงมาอีกคราครั้งหนึ่ง..

๘ โมงเช้าของที่นี่ ..ต่างกันกับ ๘ โมงเช้าในชั่วโมงเร่งด่วนแห่งสังคมเมืองมากมาย ..

ดวงอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้า ก็ต่อเมื่อมวลหมู่เมฆหมอก และ สายฝนนั้นยอมเปิดทางให้ผ่าน ..

ในทุกอณูอากาศ ขจรขจายฟุ้งไปด้วยกลิ่นหอมของละอองไอฝน กลิ่นไอดิน กลิ่นหญ้าอับชื้น ..

นกน้อย ร้องเรียกหาเพื่อนชีวิต ..การหากินท่ามกลางอากาศเปียกชื้นของพวกมันในห้วงเวลานี้ ดูค่อนข้างลำบากและมีอุปสรรค ที่ไม่แตกต่างจากมนุษย์เท่าใดนัก..

ทว่า เสียงร้องของมันนั้น มักทำให้ชีวิตของผู้คนที่เฝ้าสดับมันมีชีวิตชีวาและมีความสุข อยากลุกจากเตียงนอนอันแสนอบอุ่น เพื่อออกไปสืบเสาะหาต้นทางแห่งเสียงอันไพเราะจับใจนั้น ..

ในขณะที่มนุษย์อย่างเราๆ ยังหาคุณค่าความหมายที่ดี..ที่มีต่อชีวิตของนกน้อยเหล่านี้ไม่ได้เลย !!..

ที่นี่ ..ยังคงมีความเงียบสงบ เป็นอาหารเช้า กลางวัน เย็น ..

ทำให้ใครต่อใครสามารถนำมาล้างสมอง ล้างความคิดอันฟุ้งซ่าน ..

นำมาล้างสภาพจิตใจของตนเองให้สะอาดโล่งขึ้นมาได้ด้วยความนิ่ง !!.

.........................................

บางครั้ง..

การนั่งจับเจ่าอยู่กับบางสิ่งบางอย่างนานๆ ..

มันก็ทำให้เราผ่านเรื่องราวร้ายๆบางเรื่องราวในห้วงคิดอันวกวนของเราไปได้ ไม่ว่าเรื่องราวอันเลวร้ายใดๆนั้น มันจะฉายภาพความน่าสะพรึงกลัวมากน้อยเพียงใดก็ตาม ..

ทว่า หากเราเพ่งมองดูมันผ่านความเงียบสงบ และ ผ่านความนิ่งในจิตใจ เราจะพบว่าภาพความเลวร้ายที่เราแอบหวาดหวั่น และ แอบหวาดวิตกกังวลอยู่ภายในห้วงลึกแห่งจิตใจนั้น ..

มันไม่มีความน่าสะพรึงกลัวใดๆเลยแม้แต่นิดเดียว !!..

.........................................

ชีวิต..

ที่ล่องลอยลมหายใจผ่านความเงียบสงบ..

มันช่วยสอนให้เราได้เรียนรู้ความเป็น..หนึ่งเดียวของชีวิต..

เรียนรู้ความเป็นหนึ่งเดียวของชีวิต ที่แวดล้อมไปด้วยความเป็นหนึ่งเดียวของชีวิตอีกมากมายหลากหลายความเป็นหนึ่งเดียว ที่ถูกสร้างให้มากองรวมกันอยู่เป็นสังคมของสิ่งมีชีวิตอันกว้างใหญ่ไพศาล..

วัฎฎะ..ที่มันวนเวียนหมุนผ่าน มันอาจนำพาการเปลี่ยนผ่านของแสงสว่างแห่งความสุขมาสู่ชีวิตเรา หรือ อาจจะนำพาการจมปลักกับกองอดีตแห่งความมืดมิดของความทุกข์เก่าๆต่อไปอีกเนิ่นนานแสนนาน .. เรื่องราวเหล่านี้นั้น มันขึ้นอยู่กับว่า..

เราล้างตัวกับความเงียบสงบของชีวิตนั้น..ได้สะอาดสะอ้าน หมดจด มากน้อยเพียงใด ?.. 

.........................................

ห้วงเวลาที่ผ่านมา..

ฉันได้กล้องถ่ายภาพตัวใหม่มาหนึ่งตัว..

การทดลองใช้ การหัดใช้มัน ยังเป็นไปตามขั้นตอนตามลำดับของเด็กฝึกหัด..

ฉันยังคงเป็นคนที่ไม่ถนัดที่จะเป็นผู้ชำนาญ หรือ เชี่ยวชาญ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้อยู่ดี ไม่ว่ากาลเวลาของชีวิตจะผ่านพ้นไปมากมายและยาวนานเพียงใด ?..ฉันก็ได้แค่เรียนรู้ที่จะชื่นชอบ หรือ เรียนรู้สิ่งของบางสิ่งบางอย่าง เรื่องราวบางเรื่องราว เพียงแค่..ได้รู้จัก ได้เข้าใจ และ ได้ใช้เป็น ในระดับหนึ่งเท่านั้น..

ภาพชีวิตผ่านมุมกล้อง ..มันเหมือนกองหนังสือกองโตที่ฉันซื้อหามาเก็บไว้มากมายในตู้หนังสือ มากมายจนการอ่านเดินไล่หลังการเก็บสะสมอยู่มากมายหลายช่วงตัว ความอยากจะมีเวลาอ่านหนังสือ ก็เหมือนความต้องการที่อยากจะนำกล้องนั้นออกไปถ่ายภาพสวยๆงามๆมาเก็บไว้ให้มากๆ..

อยากเก็บภาพชีวิตไว้มากๆ เหมือนๆกับอยากจะอ่านงานเขียนในหนังสือที่ซื้อมาให้มากๆ ..

ทว่า การหวงแหนความเงียบ และ การหวงแหนวันเวลาของชีวิตในเรื่องราวปัญหาอื่นๆ ..

ก็ทำให้เรื่องราวอันเป็นความปรารถนาส่วนตนเหล่านี้ ถูกละเลย และ ถูกลืมไปบ่อยๆ..

..............................................

ท้องนาบ้านไร่ ..

ในยามนี้มีน้ำท่าเจิ่งนองไปทั่วท้องทุ่ง ..

ในนาข้าวมีต้นกล้าเขียวขจี ในแปลงนามีการหว่านไถ และ ปักดำ..

ชีวิตผู้คนส่วนใหญ่ ..เวียนวนภาพชีวิตในแต่ละห้วงวันอยู่กับการทำการเกษตรสารพัดรูปแบบ..

ทำนาข้าว ทำสวนยาง ทำสวนผลไม้ เลี้ยงปลา ทำประมง ปลูกพืชผัก หรือ ทำการค้าขายข้ามฟาก..

ความลงตัวของชีวิตขึ้นอยู่กับความเรียบง่ายที่ผู้คนที่นี่เลือกใช้ชีวิต มันเป็นเมืองเล็กๆที่มีความงดงามของชีวิตอื่นๆอีกมากมาย นอกเหนือจากความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั้ง สายน้ำ ขุนเขา และ ป่าไม้ ที่เป็นมนต์เสน่ห์ที่ธรรมชาติได้มอบทิ้งไว้ .. 

หากเปรียบเทียบชีวิตของผู้คนที่นี่ กับ ชีวิตของชาวไร่ชาวนาในท้องถิ่นอื่นๆที่ฉันเคยพบเห็น ผู้คนที่นี่ยังคงยึดมั่นอยู่กับการเกษตรแบบพึ่งพาตนเองอย่างเหนียวแน่น ..

ในหลายๆครัวเรือนยังคงมีภาพของการใช้วัวควายในการเป็นเครื่องมือช่วยในการทำไร่ไถนาให้ได้พบเห็นอยู่ดาษดื่น ในขณะที่ชนบทในถิ่นอื่นๆ เปลี่ยนแปลงไปมากเพราะโดนวิถีสังคมเมืองรุกคืบกลืนกินไปจนหมด วัวควายส่วนใหญ่ถูกเลี้ยงไว้เพื่อนำส่งโรงเชือด !!..

วิถีชีวิตของผู้คนที่นี่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อยมาก การเดินทางของชีวิตเป็นไปอย่างเรียบง่ายช้าๆ..

ฉันอยู่ที่นี่มาครึ่งค่อนปี ยังไม่ได้เห็นผู้คนที่นี่มีอุปสรรคปัญหาชีวิตอะไร ? ที่มันจะหนักหนาสาหัสจนทำให้พวกเขาเคร่งเครียด หรือ ขาดแคลนความสุขในชีวิต !! ..

ในแต่ละวัน..พบเห็นแต่พวกเขานั่งสนทนาในเรื่องราวสนุกสนานเฮฮา การก่นด่าหรือทะเลาะเบาะแว้งกันแทบจะไม่มีให้ได้ยิน ..ผู้คนต่างช่วยเหลือจุนเจือกันเป็นอย่างดี ..

...............................................

ยามเย็น..

แดดร่ม แสงทองจับขอบฟ้า ..

ออกไปเก็บภาพสวยๆมาได้หลายสิบภาพ..

นั่งมองและทบทวนถามตนเองกับห้วงชีวิตที่ผ่านมา ฉันชินชาอยู่กับการจมปลักในห้วงคิดของตนเองนานเกินไปหรือไม่ ?..ในเมื่อยังมีภาพชีวิตที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย ที่ยังคงดำเนินลมหายใจเคลื่อนผ่านกาลเวลาไปพร้อมๆกันกับฉัน ..

ฉันละเลย..เพื่อออกมาเหม่อมองดูธรรมชาติ ที่ฉันหลงเชื่ออยู่เสมอว่าฉันคุ้นชินกับมัน ..หรือไม่ ?..

เพราะไม่ว่าฉันจะมอง จะชื่นชมมันสักกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ตาม ..คำถาม และ ปริศนาในห้วงใจใหม่ก็มักจะเกิดขึ้นมาให้ฉันได้ออกไปค้นหา และ ได้คำตอบใหม่ๆกลับมาอยู่เสมอ ..

หยาดฝน ..

ที่หล่นพร่ำลงมาก่อนรุ่งสาง ..

ชะล้าง..ความเชื่อผิดๆของเราได้มากมายในหลายๆเรื่องราว..

เม็ดฝนที่หล่นลงมากระทบหลังคา เสียงซ่าๆ ที่มาพร้อมกับความอึมครึมของชีวิต..

มักจะลาล้างไป ..ในยามที่ความโปร่งใสแห่งจิตใจเรานั้น .ฉายแสงสว่างแห่งความตื่น ขึ้นมาทีละนิด..

เสียงฝนเม็ดแรกที่หล่นกระทบ..ที่เราได้ยิน กับ เสียงฝนเม็ดสุดท้าย ที่ร่ำลาจากไป ..

มีความหมายของชีวิต ..ซุกซ่อนอยู่ระหว่างห้วงกาลพานพบและพรากจากนั้นเสมอ ..

ไม่มีความแห้งแล้งใด ??..จะหลงเหลือไว้ในจิตใจผู้คน ..

ตราบเท่าที่..การนั่งนับจังหวะชีวิตในความเงียบสงบนั้น ..

ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ..

.........................................

วินเซนต์

ริมโขง  หนองคาย

๓ กรกฎาคม  ๒๕๕๓

............................................


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com

 

โดย vincentoldbook

 

กลับไปที่ www.oknation.net