วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หยุดเจริญสมุทัยก็นิโรธอยู่แล้ว


การเจริญสมุทัยนั้นเป็นอย่างไร?

การเจริญสมุทัยก็เป็นอย่างที่เราทำๆกันมานั่นแหละครับ คือเข้าไปเจริญสติ เจริญสมาธิ เข้าไปตามรู้ ตามดูในขันธ์อันเป็นกองทุกข์ คือมันเป็นสมุทัยอยู่แ้ล้ว พระพุทธองค์ก็สรุปมาให้เราแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปดู มัวแต่ไปเจริญสมุทัยมันก็ไม่นิโรธซะที นิโรธนั้นไม่ใ่ช่เข้าไปดับสมุทัย สมุทัยมันไม่จบอยู่แ้ล้ว มันเป็นวัฏฏะ มันมีอยู่ของมันแล้ว สมุทัยทั้งหมดก็เป็นแค่สมมติ ที่เราเจริญสติ เจริญสมาธินั้นมันดับสมุทัยไม่ได้ หากเข้าไปดับก็หลงกลมันอีกนั่นแหละ มันจัดฉากให้คุณดับไง แล้วตัวอะไรล่ะที่เข้าไปดับถ้าไม่ใ่ช่ตัวกู (เห็นไหม อะไรๆก็กู) นิโรธอยู่แล้วก็คือไร้สมุทัย พ้นจากสมุทัย ไม่ต้องไปเกิดอะไรเริ่มอะไรให้กับมัน มันก็ดับก่อนเกิด ดับอยู่เองแล้ว ไม่เข้าไปยุ่งกับมันก็นิโรธทันที

เข้าไปเจริญสมุทัยก็เห็นแต่ทุกข์นั่นถูกแล้ว แต่การเข้าไปเจริญมันก็จะทำให้เข้าไปติด คา แช่ พัวพัน ไม่จบ จบแล้วก็มีใหม่ จบแล้วก็มีใหม่ ไม่จบ นั่นแหละติดเข้าไปในวัฏฏะแล้วโดยไม่รู้ตัว เสร็จกรรมกิเลสมันตลอด

ก็แค่ไม่กับสมุทัยนั่นแหละครับ นิโรธ ทันที ดับทันที ว่างทันที

สอนกันแบบใช้อนุสัย ทิฏฐิมานะของปุถุชนก็ไม่จบสิครับ สติอริยะที่แท้นั้นแตกต่างจากสติของปุถุชนโดยสิ้นเชิง (แล้วจะอธิบายต่อไป) เนื้อหาอริยะแท้ๆมาแล้ว หลวงพ่อมาสรุปให้แล้วก็เลิกวนกันเสียที

เปรียบกับการขึ้นเขาพระวิหารนั่นแหละครับ คุณจะเลือกขึ้นเขาพระวิหารจากฝั่งกัมพูชาซึ่งเป็นหน้าผาชันหรือ? ในเมื่อมีผู้ชี้บอกอยู่แล้วว่าขึ้นจากฝั่งไทยง่ายกว่า


พบสัจธรรมแท้แห่งพุทธะที่กลับฟื้นคืนมาสู่พุทธกาลอีกครั้งได้ที่

www.rombodhidharma.net

โดย ดับจิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net