วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ธรรมนูญกองทุนกลางตำบลพิจิตร : ปฎิรูปชุมชนให้รัฐบาลอภิสิืทธิ์เดินตาม




สงขลากำลังผลักดันวาระพลเมือง นำแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาขับเคลื่อนในภาพรวมระดับจังหวัด เราให้ชื่อวาระนี้ว่า “สงขลาพอเพียง” แน่นอนว่าความพอดี พอประมาณ การพึ่งตนเอง การมีภูมิคุ้มกัน การใช้เงื่อนไขของความรู้และคุณธรรม เหล่านี้เป็นฐานในการดำเนินงานทั้งสิ้น

แน่นอนว่าหลายคนมองเศรษฐกิจพอเพียงต่างกัน นิยามของฝ่ายการเมือง มองความพอเพียงเป็นแค่วาทกรรมหรือโครงการ ฝ่ายเสื้อแดงอาจมองว่าเป็นการสะกัดการเติบโตของทุนเสรีหรือเป็นเรื่องของกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่หวาดกลัวความเปลี่ยนแปลง เศรษฐกิจพอเพียงมิได้หมายความแค่ปลูกผัก เลี้ยงปลาดุก นั่นเป็นแค่เกษตรตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเท่านั้น


แล้วเรามองเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร?


เศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักปรัชญา ใช้ได้กับทุกคนตั้งแต่เจ้ายันไพร่ นักธุรกิจก็ใช้ได้ ทักษิณก็ใช้ได้ เรามิได้ต้องการปิดประเทศ ถอยหลังเข้าถ้ำดังที่หลายคนผวา ทุกวันนี้ทุนเสรีที่กำลังย่ำแย่ก็เนื่องจากความไม่พอเพียง ความละโมบ การแข่งขันที่แสวงหาแต่กำไรสูงสุด หากนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้อย่างเข้าใจ โลกเราจะไม่เลวร้ายดังที่เป็นอยู่


แล้วเราจะสร้างความเป็นสงขลาพอเพียงได้อย่างไรเล่า คำตอบก็คือ...ด้วยการสร้างปัจจัยความสำเร็จ 4 ด้าน ได้แก่ การสร้างค่านิยมร่วม การสร้างการเรียนรู้ การสร้างชุมชนเข้มแข็ง และการผลักดันนโยบายสาธารณะดีๆ เช่น การเป็นพื้นที่จัดการตนเอง ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง คู่ขนานกับการเชื่อมโยงนโยบายที่ถูกกำหนดมาจากศูนย์กลาง โดยคำนึงถึงประโยชน์และความต่อเนื่องในการพัฒนา...การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มิใช่แค่เป็นวาทกรรมสวยหรู


เราจะทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อมีการจัดการทุนที่มีอยู่ในชุมชนให้มีประสิทธิภาพ มีคุณค่าให้มากที่สุด ทุนที่ว่าหาใช่แค่เงิน หากหมายรวมไปถึงทุนทางสังคมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นคน เวลา แรงงาน ทรัพยากรธรรมชาติ ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญา



ผมเพิ่งกลับมาจาก อบต.พิจิตร อ.นาหม่อม เรามีการประชุมคณะทำงานที่มาร่วมกันยกร่างธรรมนูญกองทุนกลางตำบล แนวคิดการทำกติกาหรือธรรมนูญนี้เกิดจากความต้องการยกระดับการทำงานของกองทุนแม่ของแผ่นดินและชุมชนตำบลพิจิตร อันเป็นผลจากการทำแผนสุขภาพตำบลและคณะทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) มูลนิธิชุมชนสงขลา สถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา เรามาร่วมมือกันผลักดันนโยบายสาธารณะด้วยการจัดทำธรรมนูญชุมชน โดยหยิบยกประเด็นการทำกองทุนกลางของชุมชนขึ้นมาดำเนินการ เนื่องจากในปัจจุบันมีกองทุนต่างๆหลายกองทุนในตำบลพิจิตร ซึ่งแต่ละกองทุนมีการดำเนินงานที่แตกต่างกัน แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งให้การช่วยเหลือในด้านสวัสดิการต่างๆ แก่สมาชิกในชุมชนตำบลพิจิตร จึงเป็นที่มาของธรรมนูญกองทุนกลางตำบลพิจิตร

 

เรากำหนดเป้าหมายในการทำธรรมนูญกองทุนกลาง  ว่าเป็นไปเพื่อช่วยเหลือ สร้างสวัสดิการให้กับชุมชนอย่างครอบคลุม ทั่วถึงทุกคน ทุกวัย ตั้งแต่ก่อนเกิดจนตาย ในด้านต่างๆ เช่นส่งเสริมอาชีพ สุขภาพ การศึกษา หรือเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และเพิ่มทุนทางสังคมในตำบลพิจิตร


ลองนึกภาพตำบลหนึ่ง มีประชากร 4000 คน เรารู้กันหรือไม่ว่าประชาชนแต่ละคนมีรายได้รายจ่าย มีสวัสดิการอะไร อย่างไร เท่าไร บางคนมีมาก ช่วยตัวเองได้ บางคนไม่มีแม้แต่บ้านจะซุกหัวนอน หากเราใช้เงื่อนไขของกองทุนกลางมาสำรวจความเป็นไป นอกจากจะได้ช่วยเหลือคนในชุมชนอย่างเหมาะสม ถูกที่ถูกทางแล้ว จะนำมาส่การบริหารจัดการทุนที่มีอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดได้ไม่ยาก


จัดการ...บนฐานการจัดความสัมพันธ์ ตามภารกิจ ตามบทบาทของแต่ละหน่วยงาน มองทั้งระบบมิได้แยกส่วน หรือแย่งกันทำงาน และมีเป้าลดความซ้ำซ้อน ช่วยกันเติมที่ว่างที่มิเคยมีใครใส่ใจ...ทำเช่นนี้เป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ในมิติหนึ่ง



กองทุนกลางหากพัฒนาได้เต็มที่ จะนำมาสู่การเป็นกองทุนถาวรมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาและลงไปเป็นหุ้นส่วนใหญ่ในพื้นที่นำการพัฒนาโดยไม่ต้องกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงของฝ่ายนโยบาย ไม่ว่ารัฐบาลกลาง หรือรัฐบาลท้องถิ่น


อีกทั้งเป็นเงื่อนไขกระตุ้นให้ชุมชนพึ่งตนเอง ยืนหยัดทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีศักดิ์ศรี มิได้วิงวอนร้องขอจากฝ่ายการเมือง ตกเป็นเหยื่อนโยบายประชานิยมเช่นทุกวันนี้


หากรัฐบาลสนใจที่จะนำไปก่อตั้งกองทุนถาวรให้ชุมชน ก็จะเป็นประโยชน์มากขึ้นไปอีก


กลับมาที่ธรรมนูญกองทุนกลาง เงื่อนไขของการยกร่างจะต้องเน้นกระบวนการมีส่วนร่วม(ตรงนี้แหละที่นักการเมืองทำไม่ได้) ทำให้ข้อตกลงหรือกติกาแต่ละข้อ จะต้องผ่านการรับรอง หรือผ่านการรับฟังอย่างคลอบคลุม ทั่วถึง ทำให้เป็นเรื่องของชุมชนอย่างแท้จริง


โดยที่มาของทุนและทรัพย์สินในการดำเนินงานของกองทุนกลาง  ประกอบด้วย


 (1) เงินอุดหนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลพิจิตร สมทบตามจำนวนต่อหัวประชากร

 (2) เงินอุดหนุนจากกลุ่มหรือกองทุนต่างๆในตำบลพิจิตร ได้แก่

    2.1 กองทุนแม่ของแผ่นดินตำบลพิจิตร

 2.2 กลุ่มออมทรัพย์ตำบลพิจิตร

    2.3 กองทุนหมู่บ้าน

 2.4 กองทุนหมู่บ้านเฉลิมพระเกียรติ

    2.5 กลุ่มน้ำยาง

 2.6 กลุ่มสัจจะวันละ 1 บาท

    2.7 กองทุนการศึกษาและสวัสดิการตำบลพิจิตร

    2.8 กองทุนสุขภาพตำบลพิจิตร

    2.9 กองทุนบริษัททรานซ์ไทยมาเลย์

    2.10 รับสมัครสมาชิกออมทรัพย์วันละบาทเพื่อสมทบกองทุนกลาง


(3) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามความเหมาะสม     


(4) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค นอกเหนือจากข้อ (2) เช่น งานบุญ งานศพ งานแต่ง งานบวช งานวันเกิด งานขึ้นบ้านใหม่ การระดมทุน การทำธุรกิจเพื่อสังคม การบริการทางสังคม(เก็บค่าไฟ ค่าน้ำ จัดดอกไม้งานศพ ฯลฯ)


(5) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่กองทุนได้รับ


(6) ดอกผลหรือผลประโยชน์ใด ที่เกิดจากทรัพย์สินของกองทุนกลาง


(7) แรงงานหรือสิ่งของ



กำนันเขียว อนันต์ แก้วชนะ

การบริหารและการดำเนินกิจการให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการกองทุนกลางตำบลพิจิตร" ประกอบด้วย


 (1) กรรมการโดยตำแหน่ง

 1.1 กำนันตำบลพิจิตร 

      1.2  ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน

      1.3 ประธานกองทุนหรือกลุ่มต่างๆในตำบลพิจิตร

 1.4 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพิจิตร


(2) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

 2.1 ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลพิจิตร

 2.2 ผู้อำนวยการสถานศึกษา/ครู

 2.3 เจ้าอาวาส

 2.4 ประธาน อสม.ตำบลพิจิตร

 2.5 เกษตรอำเภอผู้รับผิดชอบประจำตำบลพิจิตร

 2.6 ผู้อำนวยการ กศน.นาหม่อม/ ครูกศน.

 2.7 พัฒนากรประจำตำบลพิจิตร

 2.8 ปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบตำบลพิจิตร

 2.9 ประธานชมรมผู้สูงอายุตำบลพิจิตร

 2.10 สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลพิจิตร

 2.11 ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาหม่อม

 2.12 หัวหน้าคลินิกสุขภาพชุมชนตำบลพิจิตร


(3) กรรมการจากการสรรหา

              3.1 สตรีอาสาพัฒนาหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 คน

3.2 อสม.หมู่บ้านละ 1 คน

3.3  ตัวแทนเยาวชน หมู่บ้านละ 1 คน

3.4 ชรบ./ อส.สำรอง หมู่บ้านละ 1 คน


การทำบัญชีของกองทุนกลางให้จัดทำตามหลักสากลตามแบบและหลักเกณฑ์ของทางราชการกำหนด


(1)มีการประมาณการรายรับ รายจ่ายประจำปี ตามปีงบประมาณ

(2)จัดให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของกองทุนกลาง

(3)รายงานผลการตรวจสอบให้ที่ประชุมคณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง




แนวทางการใช้จ่ายเงินกองทุนกลาง

·    ด้านการศึกษา

       (1)ส่งเสริมการศึกษาของเด็กปฐมวัยจนถึงปริญญาตรี

 (2)ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนทุกวัย ทุกกลุ่ม องค์กรต่างๆในตำบลพิจิตร


·    ด้านสวัสดิการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย

(1) เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนสัจจะวันละบาท


·       ด้านสุขภาพ

(1) เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนสุขภาพตำบล

(2) สมทบทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้ด้อยโอกาสในการรักษาพยาบาล

(3) สร้างแรงจูงใจในการส่งเสริม สนับสนุน ป้องกันและดูแลสุขภาพ


· ด้านส่งเสริมอาชีพ

(1) ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่ออาชีพ

(2) ส่งเสริมธุรกิจเพื่อสุขภาพ เพื่อสังคม โดยมีการคืนกำไรสู่ชุมชนร้อยละ 10


  • ด้านบรรเทาสาธารณภัย

(1) ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ อุทกภัย

(2) จัดซื้ออุปกรณ์ สนับสนุนอาสาสมัครป้องกันสาธารณภัย


·      ด้านเพิ่มทุนทางสังคมและอื่นๆ

(1) ยกย่องเชิดชูคนดีศรีพิจิตรในด้านต่างๆ

(2) รักษาฟื้นฟู อนุรักษ์ และพัฒนาสิ่งแวดล้อม

(3) ส่งเสริมอาสาสมัครเพื่อชุมชน

(4) สนับสนุนการบริหารจัดการขององค์กร “ธรรมนูญกองทุนกลางตำบลพิจิตร”


โดยแนวทางการใช้จ่ายเงินกองทุนกลาง(ข้อ 17-22)จะต้องผ่านการรับรองจากสมัชชากองทุนตำบลพิจิตร


การแก้ไขเพิ่มเติมธรรมนูญกองทุนกลางฉบับนี้ ให้กระทำโดยขั้นตอนเดียวกันกับการจัดทำหรือกระทำโดยสมัชชากองทุนกลางตำบลพิจิตรที่จัดขึ้นในแต่ละปี โดยต้องเสนอหลักการและเหตุผลประกอบที่ชัดเจน มติการแก้ไขเพิ่มเติมต้องมีผู้เห็นชอบไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมประชุม


นี้เป็นแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งของธรรมนูญกองทุนกลางเท่านั้น ไว้มีความคืบหน้าจะมาบอกเล่าอีกครั้งครับ.


เครื่องเคียงสายตา





โดย นายชาคริต

 

กลับไปที่ www.oknation.net