วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฟ้าหลังฝน ฟ้ามีฝน และ รุ่งอรุณวันใหม่ของน้องหมอก สมาชิกใหม่ของบ้าน..


 

.. ถ่ายภาพ และ เล่าเรื่อง โดย วินเซนต์ ..

...........................................

ฟ้าหลังฝน ฟ้ามีฝน และ รุ่งอรุณวันใหม่ของน้องหมอก สมาชิกใหม่ของบ้าน..

 

ฟ้าหลังฝน ..

ที่เมฆสีเทาหม่นๆ..

เจือจางอยู่ระหว่างท้องฟ้าสีครามและแสงตะวันสีทองอันเจิดจ้า..

ในยามที่ท้องนภามีหยาดละอองฝนโปรยปรายลงมาแผ่วเบา ท้องฟ้าสว่างสดใส เราแล่นชีวิตเรื่อยๆ เอิ่อย เฉื่อย เนื่อย มาตามท้องถนน ด้วยความสงบในท่วงทำนองของบทเพลงแห่งความสุข..

ระหว่างทางแมกไม้สองฟากฝั่งถนน เปียกชุ่มน้ำฝน มองอึมครึม และ แลดูเขียวขจีมีชีวิตชีวา ..

ฉันชอบมองดูท้องฟ้า เพื่อมองหาความเปลี่ยนแปลงในทุกๆอิริยาบทของมันในแต่ละวัน ดูสีก้อนเมฆ ดูการเคลื่อนไหว ดูรูปร่าง ชอบดูสีสันของท้องฟ้าในแต่ละห้วงเวลาของชีวิตที่กำลังเคลื่อนผ่านไป..

ฉันชอบมองดูท้องฟ้า ..

ที่ไม่ว่าเราจะมองดูกี่ครั้ง มันก็ทำให้เราได้รู้ว่า ..เราตัวเล็ก และ เราอยู่ต่ำ ..

มนุษย์เราตัวเล็ก และ มีพลังต่ำกว่าธรรมชาติมาก ภาพสะท้อนจากธรรมชาติสองประการนี้ ทำให้มนุษย์อย่างเราๆ สามารถนำไปค้นหาความสุขเล็กๆให้กับชีวิตได้มากมาย ..

ทว่า ในทางกลับกันมนุษย์อาจจะพบกับความทุกข์ทรมานใจแสนสาหัสในทันทีเฉกเช่นกัน หากว่าพวกเขานั้นนำภาพสะท้อนสองประการนี้ ไปท้าทายต่อธรรมชาติ ไปฝ่าฝืนกฎแห่งสรรพสิ่ง .. 

เรามีความสุขได้ในฐานะของมนุษย์ตัวเล็ก และ มีพลานุภาพต่ำๆได้ง่ายๆ โดยเราสามารถเลือกที่จะจินตนาการชีวิต และ สรรค์สร้างชีวิตของเรา ..ไว้ในรั้วรอบขอบชิด ไว้ในอาณาเขตของโลกใบเล็กๆของเราเอง..

โลกใบเล็กๆของเรา ที่มันจะต้องอัดแน่นไปด้วยความสุขเล็กๆของเรา ที่เราสรรค์สร้างมันขึ้นด้วยแรงคิดและจินตนาการของเรา โลกแห่งความสุขที่เราสามารถซื้อหาและแลกเปลี่ยนมันมาได้ ..

ด้วยดวงตา ดวงใจ และ ห้วงลึกแห่งจิตสำนึกของเราเอง ..

ไม่มีเงินทอง ลาภยศ หรือ ทรัพย์ศฤงคารใดบนโลกใบนี้ ที่จะทำให้เราสามารถนำมันไปเล่นแร่แปรธาตุ หรือ แลกเปลี่ยนมันมาสร้างเป็นความสุขอันแท้จริงแห่งชีวิตของเราได้ ..

นี่คือความจริงแท้ที่สุด..ที่เรามิอาจลบล้างได้ ..

หรือ มิอาจเพิกเฉยต่อการตระหนักรู้ไว้ในห้วงสำนึกแห่งจิตใจของเราได้ ..  

เรามองเห็นได้ เราจินตนาการเห็นได้ เราพบความสุขเล็กๆนั้นได้ มันก็ขึ้นอยู่กับหัวใจของเราเป็นสำคัญ โดยการผ่านกลั่นกรองอย่างละเอียดถี่ถ้วนของจิตวิญญาณแห่งการเป็นมนุษย์ของเรา ..

ที่การขัดเกลา และ การหยั่งถึงความเป็นมนุษย์ผู้เปี่ยมสุขนั้น ..

มันขึ้นอยู่กับจิตใจของเราล้วนๆ !!!..

.............................................

ฟ้าหลังฝน ..

หาใช่..ฟากฟ้าที่ปราศจากอุปสรรคไม่ ??!!!..

ทว่า มันคือ ฟากฟ้าที่งดงาม ที่คลอเคล้า และ ฉาบทาบางๆด้วยร่องรอยแห่งความทุกข์เก่าก่อน..

ที่ยังมิเลือนรางห่างหายจากเราไปไหน ความทุกข์ ความเศร้า และ นานาอุปสรรคปัญหาชีวิต มันยังคงล่องลอยเกาะกลุ่มเป็นก้อนเมฆหนา อยู่ภายใต้แสงทองของชีวิตที่กำลังทอแสงเฉิดฉาย .. 

ร่องรอยของมรสุมชีวิต ร่องรอยบาปกรรมในจิตใจเรา ที่เราเคยสร้างและทอดทิ้งมันไว้ให้อยู่อย่างเปล่าเปลี่ยวเดียวดายในห้วงลึกแห่งด้านมืดของจิตใจเรา ..

กิเลสตัณหาของมนุษย์เรา เปรียบเสมือนกับก้อนเมฆหนาดำทะมึน ที่มักมาบดบังทัศนียภาพความงดงามของท้องฟ้าอันสดใสเสมอ แสงทองของท้องฟ้า ก็เหมือนกับความดีงามของชีวิต ที่หากจะทอแสงผ่านม่านหนาทะมึนของอุปสรรคแห่งกิเลสตัณหามนุษย์ได้นั้นก็ย่อมต้องใช้ระยะเวลาอันเหมาะสมอยู่นานพอสมควร ..

ยาวนานเท่าใดนั้น ..ขึ้นอยู่กับอุปสรรค ความหนาบางแห่งกิเลสตัณหา ..ในตัวมนุษย์ ..

ทว่า แสงทองแห่งชีวิต ความดีงามอันเป็นรากฐานแห่งจิตใจของความเป็นมนุษย์นั้น ..

มันยังคงดำรงอยู่เฉกเช่นนั้น และ มันยังอยู่ที่เดิมตรงนั้นเสมอมา ไม่ได้ร้างลาหนีหาย ..

หรือ ..จางจากจิตใจมนุษย์ไปไหน ???!!!..

..............................................

ฟ้ามีฝน ..

อุ้มชูความฉ่ำเย็นไว้ในห้วงอณูอากาศ ..

มันบดบังแสงทองแห่งความดีงามของชีวิตเราไว้เพียงชั่วขณะ..

ในขณะที่มันนั้น ก็มอบผ่านคุณค่าแห่งชีวิตอีกด้านหนึ่ง ปะปนมาในม่านอุปสรรค ที่มีทั้งเมฆหมอกทะมึนดำ สายลมกรรโชกแรง และ หยาดฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนัก ..

ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใด ระหว่างความดีงาม และ ความเลวร้าย ในจิตใจมนุษย์ ที่จะถูกปล่อยทิ้งไว้ให้ได้สำแดงอิทธิฤทธิ์ และ พลานุภาพ อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย และ ไร้กาลสิ้นสุด ..

ความดีงามของชีวิตเรา ความดีงามแห่งจิตใจของเรา ในทุกๆห้วงลมหายใจเข้าออกของชีวิตเรา มันยังคงดำเนินต่อไปอย่างอิสระเสรี มีชีวิตชีวา และ มันยังคงดำรงการหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านกลับไปกลับมา อยู่กับความเลวร้ายในจิตใจเรา ความดีงามของเรามันยังคงต่อสู้อยู่อย่างอ้างว้างภายในม่านทะมึนแห่งกิเลสตัณหาที่เราสะสมเก็บไว้มานานแสนนาน ..

บางวันความดีงามก็เป็นฝ่ายชนะ บางขณะกิเลสตัณหาก็เป็นฝ่ายมีชัย มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของชีวิตมนุษย์ปุถุชนอย่างเราๆ ที่การหมุนวนด้านมืดด้านสว่างกลับไปกลับมานั้น ..

มันสามารถเกิดขึ้นได้ และ เปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอดเวลา..

ทุกๆลมหายใจเข้าออกของชีวิต .. 

........................................

ฟ้าใหม่ ..

สิ่งแปลกปลอม สิ่งแปลกใหม่ และ สิ่งใหม่ๆ ..

ให้ความรู้สึกแตกต่างกัน ในคุณค่า ความหมาย และ การดำรงอยู่ ..

สิ่งใหม่ๆ กว่าเราจะรู้ว่ามันเป็นสิ่งแปลกใหม่ หรือ สิ่งแปลกปลอมได้นั้น มันก็อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการรับสัมผัสของจิตใจเรา กว่าจะรู้ว่า ไม่รัก ไม่ชอบ สิ่งหนึ่งสิ่งใดนั้น มันต้องใช้เวลา ..

สองสามวันมานี้ ..เราได้สมาชิกใหม่มาอยู่ในบ้านเพิ่มอีกหนึ่งตัว เป็นสุนัขพันธุ์ผสม แม่ปอม พ่อสปิทซ์ แต่ลูกเป็นแพนด้า มีขนสีขาวเหมือนสำลึ แต่มีขอบตาดำ..

น้องหมอก ..มาอยู่บ้านเราไม่ทันไร ก็วาดลวดลายความซน จน "พี่กาแฟ" เจ้าถิ่นนั่งไม่ติด ..

สุนัขก็มีจิตใจ .. และ มีม่านหนาของสัญชาตญานระแวดระวัง หวาดระแวง วิตกกังวล และ เกรงกลัวในเรื่องของการโดนแย่งความรัก และ แย่งชามอาหาร ..

ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ ดูเหมือนจะเป็นรูปแบบเฉพาะของสิ่งมีชีวิตสี่ขาชนิดนี้ไปเสียแล้ว ที่เราสามารถนำมาเรียกเป็นนิยามความหมายของพฤติกรรมของพวกมันได้สั้นๆว่า.. "สันดานหมา" ..

"สันดานหมา" และ "สันดานมนุษย์" .. มีความเหมือนในความต่าง และ มีความต่างในความเหมือน..

เรากับเจ้าสิ่งมีชีวิตสี่ขาชนิดนี้ หิว ตะกละ เห็นแก่ตัว ขี้อิจฉา ขี้งอน ขี้หงุดหงิด เชื่อง รั้น ดื้อซน ไม่อดทนต่ออุปสรรคปัญหาชีวิต และ โหยหาความรักอย่างไม่หยุดหย่อน..

น้องหมอก..ก็โหยหาความรัก ในขณะที่ "พี่กาแฟ" ได้ความรักมากมายอยู่แล้ว แต่ก็โหยหาที่อยากจะได้ความรักที่มากมายยิ่งขึ้น และ มากมายกว่าที่น้องหมอกได้รับด้วย ..

สงครามเล็กๆ ระหว่างผู้มาใหม่ และ เจ้าถิ่น จึงเกิดม่านหมอกไม่หนาไม่บางกั้นกลางระหว่างมิตรภาพของ พี่กาแฟ และ น้องหมอก ซึ่งฉันก็คิดว่าอาจจะดำรงอยู่เช่นนี้ไปอีกสักระยะ..

ทว่า การจับนอนกรงเดียวกันทุกๆคืน ก็พอจะทำให้บรรยากาศอันตึงเครียดแรกๆนั้น เริ่มผ่านพ้นไปได้ด้วยดีในทุกๆเช้า ที่ฉันพาพวกมันออกไปทำธุระส่วนตัวข้างนอกบ้าน ..

อากาศดีๆ อาหารดีๆ และ สนามหญ้าหอมๆ ณ ที่แห่งนี้ มีมากพอที่พวกมันจะแบ่งปันกันอยู่ แบ่งปันกันกิน และ แบ่งปันกันหายใจอย่างมิตรสหายที่ดีต่อกันได้อย่างมีความสุข..

ทว่า กฎของการอยู่ร่วมในฐานะที่เราเป็นเจ้าของมัน และ ต้องดูแลพวกมันไปจนมันแก่และตายไปนั้น มันก็จำเป็นที่ฉันจะต้องนำมาใช้ ฉันจำต้องหันมาเอาใจใส่ฝึกฝน ขัดเกลา และ ควบคุมพฤติกรรม "สันดานหมา" ของพวกมัน ..

ที่มีทั้งเรื่อง ขี้อิจฉา ขี้งอน ขี้หวง เห็นแก่ตัว ดื้อ ซน และ ไม่ทนต่ออุปสรรคปัญหาชีวิต !!..  

ซึ่งมันก็เป็นการ ..ขัดเกลา "สันดานมนุษย์" ในห้วงลึกแห่งจิตใจด้านมืดของฉัน ..

ไปในตัวเหมือนกัน !!..

...........................................

วินเซนต์

ริมโขง  หนองคาย

๑๓  กรกฎาคม  ๒๕๕๓

............................................

 

 

 


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com

โดย vincentoldbook

 

กลับไปที่ www.oknation.net