วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขอบคุณ ที่เลือก อาจารย์เสกสรรค์


....ขอบคุณท่าน “อานันท์” ที่มองเห็น “อาจารย์เสกสรรค์”....................

เห็นชื่ออาจารย์ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ปรากฏบนรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแล้ว...บอกตรงๆว่า ใจชื้นขึ้นมาทันที บนความเหนื่อยหน่ายใจกับทิศทางและปรากฏการณ์ของสังคมไทยในช่วงที่ผ่านมาหลายสิบปี ,,,วันนี้..น่าดีใจกับสังคมไทย..

              ขอบคุณ ท่านอานันท์  ปันยารชุน  ที่เชิญอาจารย์..เสกสรรค์..ผมเชื่อเหลือเกินว่า..ท่าอานันท์ คงเห็นสิ่งที่ ผมและใครๆ เห็นในตัวอาจารย์เสก...

ท้องฟ้าในใจผมสดใสขึ้นมาทันทีทันใด ในวันนั้น..ไม่ได้

คาดหวังจนเกินความจริงว่า..คณะกรรมการชุดนี้จะเป็นยาเทวดาที่จะบันดาลสังคมในอุดมคติขึ้นมาให้พวกเราทันที  ทันใด...

              แต่ที่เรา น่ายินดีและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ..อะไรเป็นเหตุปัจจัย..ให้ท่านอานันท์  เลือกอาจารย์เสกสรรค์ต่างหาก..เพราะมันจะเป็นตัวสะท้อนและเฉลยไปในตัว ว่าท่านอานันท์..คิดอะไร และอยากให้สังคมไทย เป็นอย่างไร มากกว่า..ขอให้มองเห็น..อาจยังไปไม่ถึง..ก็ไม่เป็นไร...

              พูดถึงคณะกรรมการ  3 ชุด ที่ตั้งขึ้นแล้วอดนึกถึง..คำพูดของคนคนหนึ่ง..ซึ่งที่จริงแล้ว  ก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของอาจารย์เสก..ที่พูดถึงคณะกรรมการชุดนี้..ในทำนองที่ไม่ให้ความเชื่อถือในทำนองว่า ไม่สามารถทำงานได้สำเร็จ และแขวะเอา ตัวคณะกรรมการว่าล้วนแต่เป็นพวกตั้งตัวเป็นพหูสูตร  ผูกขาดความถูกต้อง ไปทุกเรื่อง ทำนองนั้น คงไม่สามารถทำความเข้าใจกับคนทั่วไปได้..

              จริงๆ วันนี้แล้วผมไม่อยากเขียนถึงใครในทางลบ..แต่คุณจาตุรนต์ ครับ...หลังๆ นี้ผมว่า..คุณไม่เคยเห็นใครเข้าท่าเลย..ที่ทำอะไรไม่เป็นคุณกับ คุณทักษิณ หรือ พรรคเพื่อไทย...ผมว่าสิ่งที่เรียกว่ามิจฉาทิฐิ นี่มันช่างร้ายกาจมากที่เดียวเกาะอยู่กับใครแล้วมักอยู่ยาวเหมือนมะเร็งร้าย..ที่เมื่อเริ่มเป็นแล้วก็จะเป็นปัจจัยตั้งต้นให้วงจรต่างในตัวคนๆนั้นเสียไปหมดและก็หมุนวนไปในทางที่ผิด หรือทางทางลบไปเรื่อยๆ ...กัดกินความน่าเชื่อถือ บารมี..และความชอบธรรม..หรือแม้แต่ความเป็นสุภาพบุรุษ ...และกัดกินแม้กระทั่ง..สิ่งที่ฉาบอยู่นอกสุดอย่างบุคลิกของคนคนนั้น..ก็ดูไม่ดี..เมื่ออยู่ร่วมหลังคาเดียวกันกับ “มิจฉาทิฐิ”
       และหากเรา หรือ คุณอ๋อย จาตุรนต์ ใช้ใจพิจารณาอย่างเที่ยงธรรมแล้ว กรรมการทั้งหมด ล้วนมีคุณสมบัติที่ จะเรียกได้ว่า เป็น “พหูสูตร” ได้ทุกคน และ ที่ทุกคนมีเกินความเป็นพหูสูตร ซึ่งคุณอ๋อยหรือหลายๆคนไม่มี ก็คือ “หัวใจที่ใหญ่” ..

       กลับมาพูดถึง...อาจารย์เสกสรร ต่อ..หลายคนพยายาม นิยามตัวตนของท่านต่างกันไปหลากหลาย...แม้แต่ตัวท่านเองในช่วงหนึ่งของชีวิตท่านก็นิยามตัวเองและพยายามเคี่ยวเข็ญตัวเองให้อยู่ในนิยามนั้นมานาน..คนเดือนตุลา นักปฏิวัติ นักรบ นักต่อสู้ นักเขียน ล่าสุดสังคมจับท่านใสลงในนิยาม”ศิลปินแห่งชาติ” สาขาวรรณศิลป  จนกระทั่งจนถึงวันนี้เหตุปัจจัยก็ส่งท่านมาถึงจุดที่อยู่เหนือนิยามใด ๆ

       และความที่ท่านถอนตัวออกจากนิยามต่างๆ นี่เอง จะเป็นคุณอย่างยิ่งกับการทำงานครั้งนี้

       แม้ว่าท่าน ไม่นิยมกับการนิยามตัวตน...แต่ผมก็อดที่จะบอกกล่าวกับผู้อ่านว่า  ท่านนี่แหละคือ “สุภาพบุรุษ” ที่เราหาดูได้ยากมากๆ แล้วในสังคมปัจจุบัน...

       ผมว่าท่านผู้นี้แหละ จะเป็นผู้ถอดสมการ ทำโจทย์สุดหิน ของสังคมไทยในปัจจุบันได้...

       ท่านยังเป็นคนเดียวที่ ส่องสังคมไทย และสังคมโลกและอธิบายปรากฏการณ์ทางสังคมได้อย่างทะลุ....อย่างที่ไม่ค่อยได้ยินได้ฟังจากใครมาก่อน....

        และที่สำคัญ  ปัจจุบันท่านพาตัวเองเข้าสนิทชิดเชื้อ กับพุทธรรม ส่วนจะแค่ไหน..ผู้ด้อยปัญญาอย่างผู้เขียน..มิควรพูดพล่อยๆ..

        เพียงแต่ด้วยความที่เป็นคนยังหนาด้วยกิเลศที่ยัง อยากให้สังคมดีขึ้น..ภาวนาขอให้ท่านทำงานสะดวกราบรื่น...

        ท่าน ศ.ศิวรักษ์ เคยกล่าวเอาไว้ในช่วงเวลาอันอลหม่านของสังคมในวันนั้น ไว้ว่า  ไม่แน่ว่า อาจารย์เสกสรรค์ อาจเป็นคนที่เชื่อมร้อยและนำพาสังคมไทยผ่านช่วงเวลาวิกฤติรอยต่อของพัฒนาการช่วงนี้ไปได้..ใครจะไปรู้ 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
                                                             ...ขอบคุณรูปประกอบ จากเครือเนชั่น..
                                                                         ..ด้วยมิตรภาพ...
                                                                          ....ช้างป่า..

 

โดย ช้างป่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net