วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อังกฤษที่ฉันเห็น ตอน เลคดิสทริค เวอร์ชั่นมีรูป


หนาวที่ผ่านมา อังกฤษหนาวจัด หิมะตกหนักเป็นเดือน ทั้งที่ก่อนนี้ไม่ค่อยมีหิมะหนาๆ โดยเฉพาะทางใต้ของประเทศ
พอฤดูใบไม้ผลิ มา คนเมืองร้อนก็ดี๊ด๊าอยากไปเที่ยว แถบล่างไม่ค่อยหนาวแล้ว แต่ตอนเหนือของประเทศยังเย็นอยู่
คราวนี้จะได้เห็นแล้วว่า อังกฤษไม่ได้มีดีแค่ลอนดอน อ๊อกฟอร์ด หรือ เคมบริจ

การเดินทางใน อังกฤษนั้นแสนจะง่ายดาย รางรถไฟมีครอบคลุมทั่วประเทศ เดินทางก็ง่าย นั่งก็สบาย เสียอย่างเดียว แพงจัง แถมยังแพงขึ้นทุกปี
จุดหมายปลาย ทางอยู่ตอนกลางของประเทศ คนอังกฤษเรียกตรงตัวว่าmid land จำได้ว่าแก๊งค์เราดันไปนั่ง quiet coach โดยไม่รู้ตัว แต่โชคดีวันหยุดเจอเด็กเล็กเยอะ เลยไม่ต้องนั่งเงียบกริบ

เลคดิสทริค ที่จริงมีหลายหมู่บ้าน หรือเมืองอยู่รอบๆ ทะเลสาป แต่ไม่ได้มีทะเลสาปแค่ที่เดียวอย่างที่คิด เมืองแถบนี้ มีทะเลสาปเยอะมากๆ เราเลือกไปเมืองที่ไปถึงง่ายๆ รถไฟผ่าน
เมืองแรกที่ไปถึง ตัดสินใจว่า แบกของปีนเขาขึ้นจุดชมวิวก่อน แล้วค่อยเดินลงไปที่ทะเลสาป



เดินๆๆๆ เขามันสูงอยู่ไม่น้อย


ฟ้ามัวๆ ช่วงนั้นภูเขาไฟระเบิด แต่ก็พอเห็นทะเลสาปข้างล่างได้ค่อนข้างชัด

วันนี้แดดออก อุณหภูมิกลางวันกำลังดี ไม่ถึงยี่สิบองศา เลยเดินกันไม่เหนื่อย


ลงเขาไปทะเลสาป ผ่านบ้านคนและแกะ






ตอนหัวค่ำต้องเดินขึ้นเขาอีกหนึ่งลูกเพื่อไปถึงที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวชั้น ประหยัด คืนนั้นเราไปที่ youth hostel Windermere เดินไกล แต่ทางที่เดินไปนั้นสวยจนจำได้ติดตา คุ้มค่ากะที่ต้องเดินเกือบสี่สิบนาที บนนั้นเจอนักเรียนที่ไปเที่ยวเยอะแยะ รวมถึงสองนักเรียนไทยด้วยพวกเค้ามาจาก University of Bath มาไกลกว่าเราอีกแน่ะ




ขึ้นเขาอีกรอบในวันเดียวกัน


ตื่นแต่เช้าอีกครั้งวันนี้ ตัดสินใจว่าจะเดินข้ามเขาไปอีกเมืองนึง ดูแผนที่แล้วเค้าบอกว่าแค่ 2.5 ไมล์ แต่พอเดินเข้าจริงๆ เดินอยู่สามชั่วโมงครึ่ง เจอแต่แกะ และขี้แกะ แต่ก็สวย ฮา และสนุกมาก ถ้ามีโอกาสไปคราวหน้า จะต้องแต่งกายให้เหมาะแก่การปีนเขา และปีนรั้ว เพราะเดินออกนอกเส้นทาง เลยต้องปีนรั้วชาวบ้านไปหลายอัน


วิวเบื้องล่างก็สวยพอทำให้หายเหนื่อย


พอลง จากเขามาได้ ก็หมดแรงกันเลยทีเดียว แถมหิวมาก เลยรี่เข้าไปที่ร้านกาแฟริมทะเลสาป จัดการขนมหวานและเครื่องดื่มกัน ตอนแรกว่าจะดื่มกาแฟร้อน แต่เหลือบไปเห็นเมนูชื่อ creme soda เลยอยากลอง พอสั่งปุ๊บ เค้าก็ตรงไปบีบsoft ice creme ใส่แก้ว แล้วเดินมาถามว่า which soda you'd like, we have only coke and diet coke ฮ่าๆ ครีม กะโซดา อย่างงี้นี่เอง

พอจัดการของว่างเสร็จ เราก็นั่งรถเมล์ไปยังตัวเมือง แล้วก็ไปจัดการเบอร์เกอร์กันคนละอันในผับ อาหารในผับจะถูกกว่าไปนั่งในร้านอาหารตั้งแต่มาแถบนี้รู้สึกดีใจที่ไม่ได้ เห็นstarbuck (หรือว่าไม่ผ่านไม่รู้)  แต่ก็เจอcosta ว้า

วันนี้ตกลง จะพักผ่อนก่อนมานั่งเล่นในผับที่ดูบ้านๆ (local pub) ผับที่เราไปฝากท้องเปิดมานานโขแล้ว ดูจากแขกที่มานั่ง ก็มีแต่ลุงๆป้าๆ ร้านจึงนั่งสบาย ไม่เอะอะมะเทิ่ง แถมลุงเจ้าของร้านยังมาร้องเพลงให้ฟังอีก  เรานั่งอยู่ในนั้นเกือบสองชั่วโมงได้
เช้าวันรุ่งขึ้นไปเดินดูทะเลสาป ของเมือง cumbria ก่อนจะออกเดินทางต่อไปอีกเมืองเพื่อไปขึ้นรถไฟ ก่อนจาก cumbrai คนช่างกินก็ต้องแวะร้านกาแฟน่ารักน่าชังก่อนจากอยู่แล้ว



ทะเลสาปเงียบสงบมาก สวยเหมือนภาพวาดเลยทีเดียว






cumbria มีชื่อเรื่องไส้กรอก แต่เมืองนี้เพิ่งถูกน้ำท่วมเมื่อหน้าฝนปีก่อน ตอนที่ยืนมองน้ำใสๆไหลเย็นที่สะพานมีลุงคนหนึ่งมาบอกว่าตอนน้ำท่วมน่ะ สายน้ำมันน่ากลัวมาก
เมืองที่ไปเจอแต่คนแก่ คงเป็นเพราะว่าพอแก่ตัวก็ออกมาอยู่ไกลๆเมืองหลวงละมั้ง
เราถึงบ้านที่เรด ดิ้ง (Reading) กันก็ดึกพอควร จึงจบการเดินทางสามวันสองคืนไปด้วยความประทับใจ

โดย หนูกาแฟปั่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net