วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คุณคิดอย่างไรกับ พรบ. ที่อนุญาตให้เด็กที่ท้องมาเรียนหนังสือได้


     สวัสดีค่ะ วันนี้ฉันขออนุญาตเก็บกำลังใจที่มีอย่างมากมายของฉันไว้ชั่วคราวก่อนนะคะ อิๆๆ

     ใครจะเห็นด้วยกับ พรบ. ฉบับนี้ หรือไม่ ฉันไม่ทราบนะคะ แต่สำหรับตัวฉันเอง ฉันมีความรู้สึกว่า สังคมเราเป็นอะไรไปแล้วนี่ ...เพราะเมื่อ

วันวานเมื่อหลายปีก่อน ฉันเคยได้ยินคำพูดที่ว่า "มี sex เมื่อพร้อม" ฉันคุยกับเพื่อนว่า มี sex เมื่อพร้อมต้องมีตอนไหน อายุเท่าไรถึงจะมีได้ ฉันกับเพื่อนเพียรหาคำตอบอยู่เป็นปี จนแก่ป่านนี้ก็ยังไม่เจอคำตอบเลยว่า เมื่อไรถึงจะมีได้
แต่หากฟังจากแม่ฉันซึ่งอายุประมาณเกือบๆ 60 ปี แม่ฉันก็จะบอกว่า "อย่าชิงสุกก่อนห่าม รอให้แต่งงานก่อน" และฉันก็ยังยึดคำสอนของแม่เรื่อยมา
จนวันนี้ วันที่วิวัฒนาการหลายๆอย่างเปลี่ยนไป เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน สิ่งที่ฉันต้องการจะรู้ในวันนี้ วันที่รัฐออกกฎหมายให้นักเรียนท้องสามารถมาเรียนได้ และหลังคลอดแล้วให้กลับมาเรียนได้ตามปกติ จริงๆฉันก็ไม่มีความคิดเห็นหรอกกับกฎหมายฉบับนี้ ใครอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ ไม่เกี่ยวกับฉัน แต่สิ่งที่ฉันสงสัยก็คือ ถ้าคุณภาพชีวิตแม่ที่อายุน้อยไม่ดีพอ จะเลี้ยงลูกน้อยให้เติบใหญ่อย่างมีคุณภาพได้หรือ วุฒิภาวะทางจิตใจ อารมณ์ สังคมของแม่อีก สิ่งต่างๆเหล่านี้ส่งผลถึง
ูกน้อยทั้งนั้น ยังรวมไปถึงปริมาณเด็กกำพร้าอีกล่ะ มีแม่กี่รายที่พอเรียนจบแล้วกลับไปรับลูกมาเลี้ยง เด็กน้อยจะเป็นปัญหาสังคมหรือไม่ ใครสามารถให้คำตอบได้
และจนถึงวันนี้ หากฉันท้องในวัยเรียนตั้งแต่หลายๆปีก่อน ฉันคงไม่กลับมาเรียนในระบบอีกต่อไป เพราะแม่ฉันคงไม่มีเวลามาเลี้ยงลูกเล็กๆของฉันแน่นอน และฉันยังคิดไม่ออกเลยว่า ฉันจะเลี้ยงลูกฉันได้อย่างไร ถ้าวันนั้นฉันท้อง
ทำไมไม่มีการรณรงค์ให้ป้องกันไม่ให้ท้องล่ะ การป้องกันมันง่ายกว่าการแก้ปัญหาไม่ใช่หรือ ถ้ารู้ว่าเด็กจะไปมีอะไรกันแน่นอนก็แจกยาคุมชนิดดีอย่างเปิดเผยไปเลยไม่ดีกว่าหรือคะ ทำไมไม่ให้ความรู้ในเรื่องวิธีการป้องกัน ทั้งๆที่มีตั้งหลายต่อหลายวิธี ผู้ชายเองก็อย่าเห็นแก่ตัวให้มันมากนัก หากรักผู้หญิงก็อย่าชิงสุกก่อนห่าม เพราะเมื่อเกิดปัญหามามันไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง ผู้หญิงเองก็ต้องรักนวลสงวนตัวเองไว้ด้วย เก็บไว้ให้ผู้ชายที่รักเราอย่างจริงใจและจริงจัง หากรอได้ถึงวันนั้น ฉันเชื่อว่า มันไม่สายเกินไปแน่นอน
     พี่สาวฉันซึ่งเป็นครูพูดกับฉันอย่างอ่อนใจว่า คิดยังไงกับ พรบ. ฉบับนี้
     ถ้าให้ฉันตอบ ฉันก็ตอบได้เลยว่า ฉันไม่เห็นด้วยค่ะ เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ปัญหาอย่างแน่นอน แลไปข้างหน้า ทั้งปัญหาเด็กเร่ร่อน กำพร้า อะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะ 
     คุณอาจคิดว่าฉันเห็นแก่ตัว โลกทัศน์แคบ หรือ.......  ค่ะ ฉันรับได้ทั้งนั้นและท้ายนี้ ฉันก็ขอจบ entry  นี้ไว้เช่นเดิมว่า ฉันรักศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง รักพ่อแม่ มากเกินกว่าจะทำให้ท่านเสียใจ เพียงเพราะฉันไปท้องก่อนวัยอันควรค่ะ
ขอบคุณค่ะ

โดย พูพู

 

กลับไปที่ www.oknation.net