วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ครั้งหนึ่งในชีวิต ย้อนอดีตยุคโรมันรุ่งเรืองที่เมือง bath



เราขึ้นมานั่งรอบนรถก่อนเวลา 30 นาที กลัวรถจะออก แล้วทิ้งเราไว้ที่นี่คนเดียว เพราะที่ต่างประเทศ เขาขึ้นชื่อด้านการตรงต่อเวลา แต่ความเป็นจริงกว่าจะออกจาก Stonehenge พ่อไกด์ใจดีของเรา นับแล้วนับอีกว่าลูกทัวร์ครบไหม ขาดไป 2 คน แกก็รอ นับว่ายังมีน้ำใจอยู่บ้าง พอคนครบล้อก็เคลื่อน นั่งดูวิวเพลิน จนถึงทางขึ้นๆลงๆ เพื่อขึ้นเขา

อยากมาเที่ยวเมือง Bath ประการหนึ่งเพราะได้ข้อมูลจากเพื่อนร่วมแก๊งค์ ใกล้รุ่ง ว่าสวยมาก และอีกอย่างคำว่า Bath มันมีความหมายเกี่ยวข้องกับชื่อของเรา น้ำทิพย์ จะอาบน้ำได้ยังไงถ้าไม่มีน้ำ นอกจากนั้นก็อยากดูอารยธรรมของชาวโรมัน อยากสัมผัสที่ๆ ชาวโรมันเคยอยู่เมื่อสองพันปีกว่ามาแล้ว อยากไปย่ำรอยเท้าของพวกชาวโรมัน ซึ่งเคยรุ่งเรืองในอดีตซักครั้ง

เมืองบาธได้รับฐานะเป็นเมืองมรดกโลกใน ปี ค.ศ. 1987
หลังจากที่ ชาวโรมันเข้ามารุกรานเกาะอังกฤษในสมัยปีคริสต์ศักราช43 พวกโรมันมาถึงเมืองบาธเมื่อปี ค.ศ. 60 ได้สร้างโรงอาบน้ำ The Great Bath และวิหารในชั้นใต้ดินลึกลงไป 2 เมตร และตั้งชื่อเมืองว่า Aquae Sulis สมเด็จพระเจ้าเอ็ดการ์ผู้รักสงบได้ทำพิธีราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์อังกฤษ ที่มหาวิหารบาธในปี ค.ศ. 973 และในสมัยจอร์เจีย บาธได้กลายเป็นเมืองน้ำแร่ที่ได้รับความนิยม ทำให้เมืองขยายตัวและเกิดสถาปัตยกรรมจอร์เจีย ซึ่งสร้างจากหินบาธที่มีลักษณะเป็นสีเหลืองนวล

ใน เมืองบาธมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ(hot springs)3แห่งด้วยกัน บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดคือที่Roman Sacred Spring
ซึ่งมีน้ำ ผุดจากใต้ดินลึกประมาณ3000เมตร ในน้ำมีแร่ธาติ43ชนิดและน้ำไหลในอัตราประมาณ1,250,000ลิตรต่อวัน

อุณหภูมิ สม่ำเสมอของน้ำร้อนวัดได้ถึง46.5องศาเซลเซียส ชาวโรมันได้สร้างRoman Bathsและวิหาร(Temple)ขึ้นรอบบริเวณบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ชาวโรมันได้เริ่มสร้างสถานอาบน้ำแร่แบบโรมัน(Roman Spa)ที่เมืองBath(Aquae Sulis)

จากการค้นพบอักษรที่จารึกไว้ ทำให้เราได้ทราบว่าสถานที่แห่งนี้มีเกิดขึ้นแล้วในสมัยคศ.75

ชาว โรมันตั้งชื่อสถานที่นี้โดยเรียกรวมกันตามชื่อท้องถิ่นของเทพธิดาแห่งน้ำคือ Sulis ผู้เทียบเท่าเทพธิดาแห่งน้ำของโรมันคือRoman Goddess Minerva

ทิศเหนือของบ่อน้ำร้อนมีการสร้างเสาระเบียงเรียงรายประกอบเป็นวิหาร Sulis Minerva
และทิศใต้มีการสร้างสถานที่อาบน้ำแบ่งเป็นห้องต่างๆสำหรับอาบน้ำ แร่เพื่อความสะอาดบริสุทธิ์และเพื่อการบำบัดโรค


บ่อน้ำแร่ ศักดิ์สิทธิ์(Sacred Spring) ใช้เพื่อวัตถุประสงค์2อย่าง อย่างแรกเพื่อการบูชา ผู้นำเครื่องบูชาต่อเทพธิดา Sulis Minervaจะโยนเครื่องบูชาไว้ทีลานนี้
และอย่างที่2คือใช้เป็นแหล่งเก็บน้ำร้อนไว้ใช้ในเมืองบาธ


แม้ จะเคยถูกน้ำท่วม ไฟไหม้ และถูกทำลายจากการทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่สถานที่สำคัญๆ ก็ยังอยู่รอดมาได้จนถึงวันนี้ ปัจจุบันบาธมีประชากรประมาณ 80,000 คน ยังคงร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ให้ผู้คนจากทั่วโลกได้มาชื่นชม ทั้งโรงอาบน้ำโรมัน วิหาร อาคารโบราณ พร้อมความรื่นรมย์ของที่พักน่ารัก โรงละคร พิพิธภัณฑ์ ทำให้มียอดนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปีเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวน มาก จึงมีร้านขายสินค้าของที่ระลึกจำนวนมาก และรวมถึงคล้ายหาบเร่แผงลอยด้วย

วีดีโอด้านล่างนี่ หาดูได้ยาก เลยเอามาโพสต์ไว้ เป็นวีดีโอแสดงภาพขั้นตอนการบูรณะสระให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเหมือนทุกวันนี้  แสดงภาพสมัยที่ขุดเจอใหม่ๆ ยังเป็นซากปรักหักพัง แล้วเอานักวิชาการมาศึกษา ออกแบบฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ตามจินตนาการที่อาศัยหลักวิชาการช่วย

โดย Alian

 

กลับไปที่ www.oknation.net