วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คิดถึงประเทศไทย จากกันมานานเกือบสามปี


ก้าวขาขึ้นเครื่องบินออกจากน่านฟ้าไทยวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 วันนี้เกือบครบสามปีแล้ว มันนานโข แต่พอนึกอีกทีมันเร็วเหมือนเพิ่งมาถึงฮีทโทรวเมื่อวันก่อนนี้เอง

ชีวิตนักเรียนอยู่หอพัก เจอนักเรียนชาวจีนแล้วก็ได้เรียนรู้ชาวจีนแผ่นดินใหญ่อย่างถ่องแท้ ทนอยู่กะนักเรียนจีนได้สองเดือนครึ่ง ก็ขอลา ด้วยความที่เราต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน ใช้ห้องครัวตู้เย็น ตู้แช่แข็งร่วมกัน พวกเขาค่อยๆ สำแดงฤทธิ์ให้ประจักษ์ เคยได้ยินว่าพวกเขาไม่ค่อยสะอาด มารยาทค่อยไม่ดี อันนี้จริง แรกๆทำใจว่าวัฒนธรรมนั้นต่างกัน เราต้องรู้จักปรับตัว แต่บางอย่างมันก็มากไป เช่น เวลาไปห้องครัวแล้วเจอกระดูก(หมู ไก่แล้วแต่เมนูของเขา) วางทิ้งไว้บนโต๊ะอาหาร ถ้าอยากทราบว่ามื้อนั้นเขารับประทานกี่คน ก็ให้นับเอาว่ามีกี่กอง พวกเขาชอบทำบะหมี่ทีละเยอะๆ เวลาล้างชามก็จะเทบะหมี่ที่เหลือลงในอ่างล้างจานไม่สนใจว่ามันจะกองอยู่สร้างความระอาให้เพื่อนร่วมหอหรือไม่ บางคนนั้นเล่นกายกรรมเก่ง สามารถยกเท้าขึ้นมาล้างในอ่างล้างหน้าได้ ทั้งหมดนี้ฉันพอทนได้ อ่างไหนเธอชอบมาล้างเท้าฉันก็ไม่ใช้ ทำอาหารเสร็จแล้วฉันก็ยกไปทานที่ห้องนอนได้ ห้องน้ำสกปรกก็พยายามลดจำนวนการเข้าห้องน้ำ มาถึงจุดแตกหักคือ พวกเขามีน้ำใจช่วยรับประทานของในตู้เย็นหรือตู้แช่แข็งที่เราเดินไปซื้อไปแบกมาด้วยความเหนื่อยยาก เลยตัดสินใจว่าย้ายไปอยู่ที่พักอื่น แล้วโชคก็เข้าข้างที่อยู่ใหม่ housemate ไม่มีคนจีนเลย ทุกคนสะอาดเรียบร้อยเป็นที่ยอมรับได้ เวลาผ่านไปปีกกล้าขาแข็ง เราก็เริ่มอยากลองไปอยู่บ้านที่เช่าทั้งหลัง ไม่อยู่หอพักที่ดูแลโดยมหาวิทยาลัย เพราะว่ามันแพงแถมต้องแชร์กะเพื่อนหลายคน ผลลัพธ์ก็คือ อยู่อังกฤษสามปี ย้ายที่อยู่มาแล้วสี่หน แต่ก็สนุกดี นอกเสียจากว่าค่าน้ำค่าไฟค่าแก๊สแพงระยับ ดูทีวีก็ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์

เนื่องจากเราเป็นแค่นักเรียนธรรมดาชีวิตส่วนใหญ่จึงไปไหนมาไหนด้วยการเดิน หรือจักรยาน ค่ารถบัสที่นี่เป็นแบบเหมาจ่ายราคาเดียวตลอดสาย ค่าตั๋วขึ้นทุกปี จาก 1.20 ปอนด์  ตอนนี้ 1.70 ปอนด์ต่อเที่ยวแล้ว Vat ที่นี่กำลังจะขึ้นจาก18% เป็น 20% ในอนาคตอันใกล้ ค่าอาหารและที่พักรวมทั้งค่าเทอม ขึ้นราคาทุกปี

เรื่องดีๆที่อังกฤษก็มี  ตอนมาแรกๆ อาจารย์จะสอนว่า มาอยู่อังกฤษ ต้องพูดคำว่า thank you ถ้ามีคนทำอะไรให้ please ต่อท้ายประโยคเมื่อขอใครทำอะไรให้ sorry แม้ว่าบางทีคนคนนั้นจะเหยียบเท้าเราก็ตาม ??? ไม่งั้นเค้าจะถือว่าไม่มีมารยาท

ด้วยนิสัยแบบนี้ของชาวผู้ดี ทำให้การทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารไทยเป็นเรื่องสนุก แขกของร้านเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์มีมารยาทกับเด็กเสิร์ฟกะเหรี่ยงอย่างฉันมาก เช่นเวลาสั่งอาหารก็จะพูดว่า Could I please have…. และเมื่อทำอะไรให้ก็จะตามด้วยคำว่า Thank you ทุกครั้ง รู้สึกภูมิใจที่แขกจำนวนไม่น้อยชอบถามว่าเธอมาจากส่วนไหนของเมืองไทย และตามด้วยการอวดว่าฉันเคยไปเที่ยวเมืองไทยมา ฉันรักเมืองไทย ฉันจะกลับไปอีก


 

ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Department of Food and Nutritional Sciences แล้ว


อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยไม่เจ้ายศเจ้าอย่างแม้ท่านจะเป็นProfessor เด็กไทยอย่างเราหัวอ่อนไม่มีเถียง แต่อาจารย์ที่นี่ชอบให้เถียง เราแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ ปฏิเสธเค้าก็ได้ ไม่ว่ากัน คณะบดีรวมถึงอาจารย์อีกหลายท่าน ขี่จักรยานหรือเดินมาทำงาน คนที่นี่ประหยัด ห่ออาหารมาทานตอนกลางวัน แบ่งนมใส่ขวดโค้ก(อาจารย์ food sciencesนะเนี่ยไม่กลัวนมบูดแฮะ)มาใส่ตู้เย็นที่ห้องคอมมอนรูม (เอามาไว้ใส่ชาใส่กาแฟ นมUHTกล่องเล็กๆหาซื้อยาก คนนิยมซื้อนมสดขวดใหญ่ๆ) อาจารย์กับนักเรียนนั่งทานอาหารในห้องเดียวกันได้ อาจารย์ไม่มีการเมือง หากอยากได้ความช่วยเหลือจากท่านไหนทุกท่านก็ช่วยเหลือเต็มที่ไม่มีถามว่าอาจารย์ที่ปรึกษาเธอคือใคร

สามปีที่อยู่มา จากที่ทนอยู่ เป็นพออยู่ได้ ตอนนี้ฉันอยู่ได้สบายๆ และเริ่มสนุกแล้ว พี่น้องหลายคนที่สนิทกันก็ทยอยจบกันไปเยอะ ขอแสดงความยินดีกะพี่ๆน้องๆไว้นะที่นี้ด้วยคะคะ (ปีหน้าคราวของฉันบ้างหล่ะ)



การต้องมาอยู่ตัวคนเดียว ทำให้เด็ก(ที่จริงอายุไม่น้อยแล้ว)อย่างฉัน โตขึ้นมากและจัดการทุกอย่างในชีวิตตัวเองไดด้วยตัวเอง

ประเทศไทยจ๋า ปีหน้าเราเจอกันนะ คิดถึงเธอที่ซู้ดดเลย

โดย หนูกาแฟปั่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net