วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ท้องนา ดอกไม้ วัดป่า และ ร่องรอยอารยะ - ธรรมะ ที่หนองวัวซอ เมืองอุดร ..


.. เล่าเรื่อง และ ถ่ายภาพ โดย วินเซนต์ ..

.......................................

ท้องนา ดอกไม้ วัดป่า และ ร่องรอยอารยะ - ธรรมะ ที่หนองวัวซอ เมืองอุดร ..

 

ย่างใกล้เข้าพรรษา..

ฟ้าฝน น้ำท่า เจิ่งนองท่วมนา ล้นตลิ่ง..

ความฉ่ำเย็นของชีวิตมนุษย์ ถูกฉายผ่านท้องทุ่งนาที่ที่ต้นกล้างอกงามเขียวขจี บางแห่งบางพื้นที่การปักดำเพิ่งเริ่มต้น บางแห่งต้นกล้าถูกปักดำผ่านพ้นไปเนิ่นนานแล้ว ..

ฝนทิ้งช่วง ..คือ ความห่วงใย และ วิตกกังวลของคนที่เป็นชาวไร่ชาวนา ในขณะที่คนที่ไม่ได้ทำไร่ทำนา แต่ทุกห้วงใจอิงแอบอยู่กับฟ้ากับฝนอย่างฉันนั้นก็ทุรนทุรายว้าวุ่นใจมิแพ้กัน ..

สองสามวันมานี้ ..ฝนตกหนักขึ้น ถี่ขึ้น น้ำโขงเริ่มยกระดับเฉดสีอันขุ่นขลัก และ ความเชี่ยวกรากมากขึ้นทีละนิดๆ อีกไม่ช้าไม่นานนับจากนี้ ก็ท่วมขึ้นมาเกือบล้นตลิ่ง จากนั้นก็ไหลเอ่อล้นเป็นโขงหลงเข้าไปในคูคลองหนองบึงต่างๆ ..

ในอำเภอเล็กๆแห่งตอนนี้ทางอำเภอกำลังทำการกักเก็บน้ำด้วยอ่างเก็บน้ำ และ เขื่อนกั้น การก่อสร้างยังมิแล้วเสร็จ หากฝนหลั่งลงมาอย่างต่อเนื่อง และ น้ำโขงหนุนเข้ามาเรื่อยๆแบบนี้ ก็คงจะเป็นการยากอยู่ที่จะทำให้แล้วเสร็จทันกำหนดการ ..

ฟ้าฝน..ไม่อาจล่วงรู้กิจการงานของเรา และ เราก็มิอาจคาดเดาการทำงานของฟ้าฝนได้อย่างแม่นยำ..เราเพียงได้แต่คาดคะเน เฝ้าหวัง ในขณะที่ความแน่นอนแห่งธรรมชาตินั้นไม่มีอยู่จริง ..

การเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังร้อนขึ้น ทำให้ฤดูกาลต่างๆเปลี่ยนแปลงไป การกักเก็บน้ำการเจริญเติบโตขึ้นของมหาอำนาจโลภมากต่างๆ ก็ส่งผลต่อการความอุดมสมบูรณ์ตามครรลองเดิมๆของประเทศชาติเล็กๆเหมือนกัน ..

นี่ก็คือ ..ธาตุแท้อันเป็นธรรมชาติดั้งเดิมของมนุษย์ ..

ที่นอกเหนือจากการแก่งแย่งทรัพยากรธรรมชาติกันแล้ว ..

ยังแข่งขันการกักเก็บ แข่งขันกันเอารัดเอาเปรียบผู้ที่อ่อนแอกว่า ..

สะสมความเห็นแก่ตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ..

..........................................

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา..

ฉันมีคิวเดินทางไปร่วมงานแต่งงานหลานชาย ที่ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี..

หมายกำหนดการเดินทางของเราผิดพลาดไปนิด ทำให้ไม่ได้ไปร่วมงานแต่งในช่วงเช้า เลยออกเดินทางกันในช่วงกลางวันที่ฟ้าฝนกำลังตกหนัก เพื่อไปให้ทันงานเลี้ยงในช่วงกลางคืน ที่ทางเจ้าภาพจัดขึ้นที่ใต้ถุนอาคารโรงเรียนในหมู่บ้านเล็กๆริมเขาแห่งหนึ่ง..

เบื้องแรกนั้น ฉันและคนใกล้ตัวไม่ได้ตั้งใจว่าจะได้แวะเที่ยวชมธรรมชาติที่ไหน ? ตั้งใจมาร่วมงานเลี้ยง นอนพักที่บ้านพี่สะใภ้หนึ่งคืน เอาเจ้ากาแฟกับเจ้าหมอกมาฝากร้านรับเลี้ยงในตัวเมืองอุดร แล้วรุ่งเช้าก็ค่อยเดินทางกลับมารับ ..

ทว่า ความบังเอิญ และ ความโชคดี ในการเดินทางไปร่วมงานแต่งงานหนนี้ของเราก็คือ การที่เราได้รับสัมผัสท่องเที่ยวธรรมชาติอันงดงามอีกรูปแบบหนึ่งของท้องนา วัดป่า อันเงียบสงบ ที่อยู่ร่ายล้อมรอบหมู่บ้านแห่งนี้ ..

การเดินทางไปเที่ยวชมก็ไม่ไกลเกินไปนัก ระยะห่างจากหมู่บ้านก็เพียง ๒ - ๓ กิโลเมตร เส้นทางก็เป็นท้องนาที่เขียวขจี และ แมกไม้อันร่มรื่น มีฉากหลังเป็นเทือกเขาที่มีหมอกขาวๆปกคลุม ..

.........................................

รุ่งเช้าที่นี่เงียบสงบ ..

ล้อมรอบไปด้วยวัดป่า และ สถานปฏิบัติธรรมหลายแห่ง..

เราเลือกเข้าไปเยี่ยมชมวัดป่าสองแห่ง คือ วัดหนองคำ (คอยบันไดสวรรค์) กับ วัดเขาช่องชาด ที่มีพระใหญ่บนหน้าผา และ พิพิธภัณฑ์หลวงปู่อุ่น ชาคโร  อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองคำ เป็นพระสายปฏิบัติลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ..

ถนนหนทางจากอำเภอมาหมู่บ้าน จากหมู่บ้านไปวัด ค่อนข้างจะสะดวกสบาย เป็นถนนผ่านกลางหมู่บ้าน ผ่านท้องนา ผ่านป่า ลัดเลาะรื่นรมย์ธรรมชาติได้ตลอดเส้นทาง ..

เราเดินทางไปเที่ยวชมวัดหนองคำก่อน ..ซึ่งที่นี่มีเจดีย์ใหญ่บนหน้าผา เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และ หลวงปู่มั่น บริเวณวัดแห่งนี้ มีมุมชมวิวทิวทัศน์มากมาย บางมุมมองไปเห็นหน้าผาของวัดเขาช่องชาด ที่เป็นที่ประดิษฐานของพระใหญ่ ..

ทัศนียภาพด้านบนมองลงมาเบื้องล่าง มองลงมายังท้องไร่ท้องนาธรรมชาติ เราจะพบเห็นแหล่งน้ำ และ ท้องไร่ท้องนา ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ..

ธรรมชาติที่นี่ร่มเย็น ..มีความเงียบสงบจนถึงขั้นเงียบสงัด มีกุฏิสงฆ์เพียงสองสามหลังเล็กๆ ฉันเก็บภาพธรรมชาติโดยรอบ ไหว้พระ นมัสการพระเจดีย์เสร็จ ก็เดินทางเพื่อไปเยี่ยมชมวัดเขาช่องชาดต่อ ซึ่งมีพระใหญ่สีขาวประดิษฐานอยู่..

........................................

เราออกเดินทางจากวัดหนองคำ..

เพื่อไปเยี่ยมชมและนมัสการพระใหญ่ที่วัดเขาช่องชาด ..

ระหว่างทางผ่านพิพิธภัณฑ์หลวงปู่อุ่น ชาคโร ที่เราหมายตาไว้ว่าจะมาเยี่ยมนมัสการช่วงขากลับ..

เรามาถึงที่วัดเขาช่องชาดในช่วงสายๆ ทว่า ที่นี่แดดไม่ร้อน และ ลมเย็นสบายมากๆ มองวิวทิวทัศน์จากด้านบนไปทางหนองบัวลำภู ขอนแก่น จะเห็นเขื่อนอุบลรัตน์ เห็นเทือกเขาภูสิงห์ภูพานคำ มองลงไปด้านล่างตรงท้องไร่ท้องนา มองเห็นทางเข้าหมู่บ้าน และ ป่าบางแห่งที่ยังอุดมสมบูรณ์ดี..

ที่นี่เป็นสถานที่ที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมมากราบไหว้พระใหญ่ และ ชื่นชมทัศนียภาพอันงดงาม หลายคนก็จะเตรียมข้าวปลาอาหารมารับประทานกัน หลายกลุ่มมาเป็นหมู่คณะ เป็นครอบครัว ระหว่างที่เราอยู่นวัดนั้น จึงเห็นพุทธศาสนิกชนแวะเวียนมากราบไหว้ไม่ขาดระยะ..

วัดเขาช่องชาด ยังอยู่ในช่วงของการต่อเติมฐานของพระใหญ่ และ สร้างพระพุทธรูปองค์เล็กในมุมต่างๆของหน้าผา ซึ่งเป็นมุมที่ทางวัดใช้ในการนั่งปฏิบัติธรรม อีกไม่ช้าไม่นานคงเสร็จสมบูรณ์แบบ เหมาะต่อผู้ที่สนใจเที่ยวชมวัด และ ตามกลิ่นพระธรรมเป็นอย่างยิ่ง ..

.....................................

เราเดินทางกลับลงมาในช่วงก่อนเที่ยงนิดๆ ..

เพื่อกลับไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หลวงปู่อุ่น ชาคโร ที่ตั้งอยู่ระหว่างทางที่เราผ่านมา ..

ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นสถานที่ที่งดงามมาก และ เงียบสงบมาก มีบ่อบัว และ สวนดอกไม้ กำลังเบ่งบาน ผีเสื้อบินว่อนออกดูดดื่มเกสรดอกไม้ ..

ที่นี่เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อของหลวงพ่ออุ่น ในตั้งอยู่ในเจดีย์สีทองอร่ามสวยงาม พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาทางเขาวัดหนองคำ หากใครต้องการจะแวะนมัสการก็สามารถที่แวะมาชมก่อนที่จะขึ้นไปนมัสการเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุด้านบนก็ได้..

..............................................

เราออกเดินทางกลับ..

ในช่วงบ่ายๆเพื่อไปตัวเมืองอุดรเพื่อรับประทานอาหาร ..

จากนั้นก็กลับไปร้านรับเลี้ยงสุนัขหน้าสนามบินที่เรานำ เจ้ากาแฟ และ เจ้าหมอก ไปฝากทิ้งไว้เมื่อวาน พี่กาแฟได้รับการตัดแต่งขนใหม่ ส่วนน้องหมอกก็โดนฉีดวัคซีนไปสองเข็ม ต่างทุรนทุรายออกอาการดีใจอยากกลับบ้านกันเต็มแก่ ..

เราเดินทางกลับมา ..ในบรรยากาศที่ฝนโปรยพรำลงมาเบาๆ อากาศเย็นสบาย มีภาพขบวนแห่นาคที่ทำการบวชเป็นหมู่คณะให้เห็นเป็นช่วงๆ บรรยากาศกลิ่นไอธรรมะ เริ่มปกคลุมพื้นที่ภาคส่วนต่างๆของประเทศไทย..

เทศกาลเข้าพรรษากำลังจะมาถึง ปีนี้แม้เราจะไม่ได้ไปไหนไกล แต่ก็ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมชมธรรมชาติแถวๆภูวัว และ เยี่ยมชมวัดในละแวกนี้ ที่ในหลายๆแห่งนั้นเราเองก็ยังไม่เคยได้ไป..

ช่วงเวลานี้ ธรรมชาติ ธรรมะ วิถีชีวิตผู้คน ..หลายๆแห่งกำลังเบ่งบานงดงาม ..

หากมีเวลาว่าง ก็อย่าลืม ออกไปเที่ยมชมกันครับ ..

................................................

ไปชมภาพทั้งหมดกันต่อเลยครับ ..

ใช้ภาพบรรยายเรื่อง เหมือนเดิมครับ ..

.. ระหว่างทางไปที่แยกเมืองอุดร ..

.. สิ่งมีชีวิตที่ถูกกำหนดให้เป็นอาหาร ..

.. รถประจำทางคันนี้พบเห็นที่หนองคายระหว่างที่ฝนกำลังตกหนัก ..

.. เราเดินทางฝ่าสายฝนกันไปตลอดทาง มึดครึ้ม ทว่า ชื่นฉ่ำใจ ..

.. ภาพชีวิตที่ดำรงอยู่อย่างผูกพัน ..

.. เชื่อมความงาม เข้าไว้ในกันและกัน ..

.. ดอกหญ้า นาข้าว คือ ความงามหนึ่งของหมู่บ้านต่างๆในละแวกนี้ ..

.. ภาพการจมปลักความงาม และ กลิ่นหอมของชีวิต ระหว่างทางไปวัด ..

.. บึงบัวเล็กๆนี้ ..

.. มีความอุดมสมบูรณ์ของพืชผักริมรั้ว ..

.. ที่มากมายจนเอ่อล้นความอุดมสมบูรณ์ไปทั่วถนน ..

..  ในสมดุลธรรมชาติ ที่มีผู้สร้างมันขึ้นมา ..

.. วัดหนองคำ หรือ วัดดอยบันไดสวรรค์ อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ..

.. มีเจดีย์ตรงหน้าผา ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และ หลวงปู่มั่น ..

.. มีความร่มรื่น เงียบสงบ ให้เราได้เดินสัมผัส ..

.. เป็นวัดป่าเล็กๆ ..

.. ที่เหมาะต่อการปฏิบัติธรรม  ..

.. ศึกษาความรู้ ศึกษาชีวิต ..

.. สภาพแวดล้อมงดงามลงตัว แยกไกลห่างจากแหล่งชุมชนพอสมควร ..

.. มีศาลาการเปรียญเล็กๆหนึ่งหลัง ..

.. มีกุฏิสงฆ์ที่ตั้งอยู่ภายในป่าอีกสองสามหลัง ..

.. เท่านี้ก็ทำให้เราได้มองเห็นความขลังของวัดป่าแห่งนี้ได้แล้ว ..

.. นี่คือ ความงดงามของธรรมะอันเรียบง่าย นี่คือ ความสงบแห่งชีวิตที่ใครหลายคนใฝ่หา ..

.. พระใหญ่ วัดเขาช่องชาด ..

.. เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง มีความงดงามของทัศนียภาพโดยรอบ ..

.. เป็นมนต์เสน่ห์ ที่ทำให้มีผู้มาเยี่ยมชมวัดแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย ..

.. มุมชมวิวด้านบน ที่มองเห็นหมู่บ้านที่เรามานอนค้างคืน ..

.. ท้องนา แหล่งน้ำ ป่าไม้ โดยรอบล้วนอุดมสมบูรณ์ ..

.. ลมเย็นๆที่หน้าผาหินเขาช่องชาด ทำให้เรานั่งชื่นชมธรรมชาติได้อย่างสบายใจ ..

.. ที่นี่..มีความงดงามอันบริสุทธิ์ที่ผุดขึ้น ..

.. ระหว่างซากปรักหักพังแห่งอารยะที่สามารถมองเห็นได้ ..

.. ความร่มรื่นของป่าที่ชื่นชมได้ ..

.. ความกันดารตามธรรมชาติที่สัมผัสได้ และ รอคอยการมาเยือนของใครต่อใคร ..

.. พิพิธภัณฑ์หลวงปู่อุ่น ชาคโร วัดหนองคำ ..

.. ร่ายล้อมไปด้วยสวนหย่อม ..

.. ที่มีดอกไม้สีสันสวยงาม ..

.. บ้างกำลังชูช่อดอกบาน ..

.. บ้างก็ปลิดกายร่วงหล่นดิน ..

.. ธรรมะ ..ปรากฎกายให้เราสัมผัสเป็นรูปดอกบัวสวยในบ่อน้ำหน้าสถูป ..

.. ที่ไม่ว่าในบ่อน้ำนั้นจะมีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์หรือไม่ ? ..

.. ดอกบัวนั้นก็ชูช่อดอกบาน และ มีสีสันสวยงาม ..

.. ดุจดั่งธรรมะ ..ที่ยังดำรงอยู่ และ เจริญงอกงามในใจผู้คนต่อไป ไม่ว่าจะในสภาวะใด ..

.. ชีวิต คือ การเกิดใหม่ ..

.. คือ การเติบโต เบ่งบาน ..

..  คือ ความสงบนิ่ง ..

.. คือ ความว้าวุ่น แห้งแล้ง ..

.. ธรรมะแห่งชีวิต คือ สรรพสิ่งที่ต่างรอคอยวันสูญสลาย และ จากไป ..

.. ธรรมะในบ่อบัวเล็กๆบ่อนี้ สอนอะไรเราได้หลายอย่าง ..

.. มัน คือ ความเรียบง่ายเล็กๆที่ผุดขึ้นในใจเรา ..

.. มัน คือ ความงดงาม ที่ล่องลอย ไปมาอย่างเสรีในใจเรา ..

..  มัน คือ ความงดงามของชีวิต ที่เราเรียนรู้ได้ในความนิ่ง และ ความเคลื่อนไหว ..

.. พิพิธภัณฑ์หลวงปู่อุ่น แห่งนี้มีมนต์ขลังบางอย่าง ??..

.. แม้ประตูนี้จะปิดไว้ไม่ให้ใครได้เข้าไป ..

..ทว่า อาณาจักรแห่งธรรมะ เรากลับสัมผัสและท่องเที่ยวไปได้ในความเงียบแห่งจิตใจเรา ..

.. เราค้นพบว่า ..ชีวิตนี้มันมีความงดงาม ..

.. มันมีความเติบโต เบ่งบาน ..

.. มันมีการเจริญเติบโตขึ้น งอกงามเบ่งบานขึ้น และ งดงามขึ้นเรื่อยๆ ..

.. เพื่อวันหนึ่ง..มันจะได้แห้งเหี่ยว ร่วงหล่น สูญสลาย และ แตกดับไป ..

.. เราเดินทางกลับในช่วงฝนร้างลาจากฟ้าไปแล้ว ..

.. มีเพียงความขมุกขมัวของเมฆหมอกที่เกิดขึ้นตรงม่านฟ้าบนยอดเขา ..

.. รอการจับกลุ่มก้อนเป็นเมฆฝนอีกครั้ง เพื่อการตกหล่นลงมาใหม่ ..

.. เพื่อให้เรานั้นได้กลับไปรับสัมผัสความงดงามใหม่ๆ ..ในโอกาสต่อไป ..

 

.. มีความสุขมากๆครับ ..

.................................................

วินเซนต์

ริมโขง  หนองคาย

๒๐  กรกฎาคม  ๒๕๕๓

...................................................


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com

โดย vincentoldbook

 

กลับไปที่ www.oknation.net