วันที่ พุธ กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เหรียญรางวัล..กับการเรียน


4 เด็กไทยสร้างชื่ออีก ซิว 3 เหรียญทอง 1 เงิน แข่งชีววิทยาโอลิมปิคที่เกาหลีใต้ "ม.6 "เตรียมอุดมฯเจ้าของรางวัลแนะเคล็ดลับ เรียนในสิ่งตัวเองชอบ อย่ามุ่งแค่ทำข้อสอบ ชี้แบ่งปันความรู้สำคัญไม่ควรหวงวิชา”

 นักเรียนที่สามารถคว้าได้ 3 เหรียญทอง ได้แก่

นายณัฐพงศ์ สงวนเกียรติชัย ชั้น ม.5 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นายณัฐวัฒน์ ลีฬหะกร ชั้น ม.6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และนายธนัท โชติจารุมณีวงศ์ ชั้น ม.6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ  ส่วนอีก 1 เหรียญเงิน ได้แก่ นายฐิติกร กิตติบุญญา ชั้น ม.5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

ผมอ่านข่าวนี้แล้ว ก็ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ นักเรียน ที่ได้รับเหรียญรางวัล  ซึ่งกว่าจะมีวันนี้ คงต้องผ่านความลำบาก พากเพียร มุมานะ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างมาก   

เห็นข่าวนักเรียนไทยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศประจำ  เกือบทุกปี  ซึ่งก็ร่วมแสดงความยินดีเกือบทุกครั้งเช่นกัน

สังเกตประจำเหมือนกันว่า นักเรียนที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ  คว้าเหรียญรางวัลด้านวิชาการ ด้านวิศวกรรม  ด้านศิลปะ ด้านดนตรี  แต่ละปีมีมาก  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักเรียนที่มาจากโรงเรียนดังๆ ใหญ่ๆ  ในเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ  กลุ่มนักเรียนที่มีพ่อแม่มีฐานะ ความพร้อม การเป็นอยู่ดี  ไม่ต้องดิ้นร้นหาเลี้ยงปากท้อง  เป็นกลุ่มครอบครัว กลุ่มโรงเรียน กลุ่มนักเรียน เพียงเสี้ยวหนึ่งของประเทศไทย

 ผมจึงเพียงแสดงความยินดีกับคณะนักเรียน โรงเรียน ครูอาจารย์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องผลักดันลูกศิษย์ให้ประสบความสำเร็จ  แต่ไม่มีความภาคภูมิใจในการศึกษาของประเทศเลย

ผมไม่ใช่นักวิจัย จึงอยากตั้งคำถามว่า มีโรงเรียนกี่โรงเรียน มหาวิทยาลัยกี่มหาวิทยาลัย ในเมืองไทย ที่สอน สร้างเด็กให้เก่ง ฉลาด มีความคิดสร้างสรรค์ ใช้ชีวิตอย่างมีคุณธรรม อยู่ร่วมสังคมอย่างมีสุข หรือสอน อบรม ฝึกหัด เข้าแคมป์ด้านต่างๆ จนได้รับเหรียญ ประสบความสำเร็จ  สร้างชื่อเสียงให้ประเทศอื่นได้รับรู้  เฉกเช่นนักเรียนที่คว้าเหรียญที่เป็นข่าวข้างต้น

มองว่าการศึกษา ไม่ใช่สร้าง หรือปั้นแต่นักเรียน นักศึกษากลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง กลุ่มน้อยนิด เพื่อเดินทางแข่งขัน รับรางวัล สร้างชื่อให้กับประเทศ มันจะมีค่าอะไร  เพราะนักเรียน นักศึกษากลุ่มใหญ่ กี่โรงเรียน กี่มหาวิยาลัย  กี่จังหวัด กี่คน  ที่ยังขัดสนทั้งฐานะทางบ้าน เรื่องครู อาจารย์ เรื่องตำรา หรือเทคโลยีในการเรียนการสอน นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เขียนภาษาไทยวิบัติ คิดไม่เป็น ไม่มีความรู้ในการใช้ชึวิต ตีกัน ติดเหล้า บุหรี่ ยา มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัย ท้องในวัยเรียน ฯลฯ

ประเทศจัดการศึกษาเป็น”สองมาตรฐาน” ใช่ไหม????   สร้างเฉพาะเด็กกลุ่มที่มีฐานะพร้อม ความเป็นอยู่ดี เด็กในเมือง  เพื่อเป็นเยาวชนกลุ่มคนที่หวังว่าจะนำพาประเทศในอนาคต   แต่กลุ่มเยาวชนที่ไม่พร้อม การเป็นอยู่ลำบาก มีปัญหาครอบครัว  กลุ่มต่างจังหวัด  ปล่อยให้เป็นไปตามชะตากรรม ได้เรียนบ้างไม่เรียนบ้าง มีครู อาจารย์สอนบ้างไม่สอนบ้าง  ใครมีฐานะหน่อยก็ไปหาเรียนโรงเรียนเอกชนดังๆ ที่พอไว้ใจได้  นี่หรือการจัดการศึกษาของประเทศ ที่น่าภาคภูมิใจได้รับเหรียญรางวัลชนะเลิศ

เทียบร่างกายกับการศึกษา  อย่าคิดว่ามีแต่สมองอย่างเดียวสามารถทำงานได้อย่างดี ถูกต้อง นำพาร่างกายให้อยู่ได้ โดยไม่คำนึงถึง อวัยวะส่วนต่างๆ แขน ขา หู ตา จมูก ปาก นิ้ว ฯลฯ ทุกส่วนต้องปกติ ไม่ตายด้าน เพราะต้องมีความสัมพันธ์กัน ทำงานร่วมกัน ไม่ขัดแย้งกัน จึงเป็นร่างกายที่มีสมดุลยภาพ   แต่ถ้ามั่วนึกถึงแต่สร้างการศึกษาเฉพาะกลุ่มในเมือง เด็กเก่ง ฉลาด ฐานะพร้อม เพื่อเป็นมันสมองของประเทศ เอาไว้ควบคุม สั่งการหรือเป็นชนชั้นปกครอง  เยาวชนส่วนใหญ่ ที่เรียนโรงเรียน มหาวิทยาลัย ที่ขาดความพร้อมหลายๆ ด้าน จบมาอย่างด้อยคุณภาพ ตายด้าน  แล้วสมองจะควบคุมสั่งการให้อวัยวะตายด้านเหล่านี้ทำงานได้หรือ มีแต่จะสร้างปัญหาแก่สังคม แก่ประเทศมากยิ่งขึ้น   

คนที่การศึกษาดี จากโรงเรียนดี มหาวิทยาลัยดี เพื่อเป็นคนชั้นผู้นำเป็นคนกลุ่มน้อย  ส่วนคนที่จบมาจากโรงเรียนสอนต่ำกว่ามาตรฐาน มหาวิทยาลัยโหลๆ  จบมารู้บ้างไม่รู้บ้าง คิดได้บ้าง ไม่ได้บ้าง  เพียงให้ได้แค่ใบประกาศ หรือปริญญาเป็นคนกลุ่มใหญ่  อนาคตของสังคมจะอยู่กันอย่างไร มันก็ต้อง “สองมาตรฐาน” อีกเหมือนเดิม  การขัดแย้ง ความรุนแรงในประเทศคงไม่มีที่สิ้นสุด  ตราบใดที่การศึกษาเป็นรูปแบบเช่นนี้

                                                     (ขอบคุณภาพจากสำนักข่าวไทย)

โดย พ.พระทองคำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net