วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นักฆ่าผู้น่ารัก...


อช.ตาพระยา จ.สระแก้ว
๑...
ผึ้งสองสามตัวที่ตอม หน้า ตา อยู่ ณ ขณะนี้ สร้างความรำคาญให้กับผู้รอคอยไม่น้อย  แม้จะปิดบังผิวพรรณด้วยเสื้อผ้ามิดชิดแล้วก้ตาม หากก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เพราะเมื่อผึ้งสำรวจพบช่องว่างเพียงเล็กน้อย มันจะมุดเข้าไปในทันที และไต่เลาะเรื่อยไปให้ลึกที่สุด
ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อกลับทำได้เพียงนั่งนิ่งๆเท่านั้น หากขยับตัวเมื่อใด “เหล็กใน” อันแหลมคมก็พร้อมที่จะฝังเข้าสู่ผิวเนื้อได้ทุกเวลา...

 
ครั้นนึกถึงความเจ็บปวดเช่นนั้น ความอดทนที่จะไม่เคลื่อนไหวร่างกายนานๆ กลับเป็นเรื่องไม่ยากเย็นอะไรนัก...

ทุ่งหญ้าเบื้องล่างยังไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ใดๆ มีก็แต่เพียงนกเขาและนกตะขาบทุ่งบินข้ามฝั่งไปมา จากบรรยากาศอันเงียบเหงาเช่นนี้ ทำให้การรอคอยกลายเป็นความน่าเบื่อไปทันที...

 
ครั้นถึงเวลาประมาณบ่ายสามโมง ความคึกคักในธรรมชาติจึงกลับคืนมาอีกครั้ง...

 
“แมลงปอ” นับร้อยตัวบินมาล้อลมใกล้ๆกับ “หอดูกระทิง” และการได้เฝ้ามองลีลาการบินอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ทำให้ผมนึกไปถึงตนเองเมื่อครั้งยังเยาว์ ที่มักจะเฝ้ามองชีวิตรูปร่างคล้ายเฮลิคอปเตอร์เหล่านี้ได้นานอย่างมิรู้เบื่อ บางคราวก็ให้หลงใหลไปในจินตนาการที่ว่า ตนเองเป็นนักรบต้องต่อกรกับเครื่องบินคู่อริ ก้อนดินเล็กๆจึงถูกระดมขว้างขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่นั่นก็ดูจะเป็นความพยายามที่ไร้ความหมาย ด้วยไม่มีลูกดินเม็ดใดแตะต้องแมลงปีกบางได้เลยแม้แต่น้อย...

 
หากนั่นก็หาใช่สาระสำคัญอันใด
เพราะเพียงการได้สนุกสนานอยู่กับจินตนาการ เด็กชายก็มีความสุขจนเกินพอแล้ว...

๒...
จากจำนวนร้อย แมลงปอ เพิ่มจำนวนเป็นหลายร้อยตัวในเวลาไม่นาน แต่ในขณะที่เพลิดเพลินอยู่กับแมลงปีกบางอยู่นั้น พลัน สายตาได้เหลือบไปเห็นชีวิตลึกลับบางอย่างบินฝ่ากลางฝูงแมลงปอไปอย่างรวดเร็ว และเลยหายไปในกิ่งเปลือยที่อยู่ไม่ไกลจากหอกระทิงมากนัก
เมื่อมองตามไปยังตำแหน่งดังกล่าว ผมก็ได้เห็น “เหยี่ยวแมลงปอขาแดง” กำลังจัดการกับอาหารที่มันเพิ่งโฉบจับเอาไปเมื่อครู่
ปีกบางที่ปลิดปลิวไปตามสายลมนั้น มันได้หลุดลอยจากร่างไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้าย...

เหยี่ยวแมลงปอขาแดง (Collared Falconet) อยู่ในสกุลเหยี่ยวแมลงปอ Genus Microhierax Shape ซึ่งเป็นเหยี่ยวที่มีขนาดเล็กที่สุด ขนาดลำตัวประมาณ ๑๙ เซนติเมตรโตกว่านกกระจอกไม่มากนัก เหยี่ยวในวงศ์นี้จะมีลักษณะทางกายภาพเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ คือปากใหญ่และแบนออกข้างเล็กน้อย ขอบขากรรไกรบนเป็นรอยหยักขนาดใหญ่คล้ายฟัน เมื่อเทียบกับขนาดลำตัวจะพบว่าปีกค่อนข้างยาว ปลายปีกมน ทั่วโลกมีนกในสกุลนี้ ๕ ชนิด สำหรับในประเทศไทยพบ ๒ ชนิดคือ เหยี่ยวแมลงปอขาแดง และเหยี่ยวแมลงปอขาดำ

เราสามารถพบเหยี่ยวแมลงปอขาแดงได้ตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบเขา ในระดับพื้นราบไปจนถึงความสูง ๑,๘๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล เหยี่ยวแมลงปอขาแดงเป็นนกประจำถิ่นพบเกือบทุกภาคยกเว้นภาคใต้
พวกมันมักจะออกหากินในเวลากลางวันเพียงลำพังหรือเป็นฝูงเล็กๆ โดยจะเกาะอยู่ตามกิ่งแห้งโล้นของยอดไม้ในระดับสูง และมักจะหันหัวไปมาเพื่อสอดส่ายหาอาหารซึ่งก็ได้แก่ ตั๊กแตน ด้วงปีกแข็ง ผีเสื้อและแมลงปอ อันเป็นเหยื่อที่ชื่นชอบกระทั่งถูกนำมาตั้งชื่อ
“เหยี่ยวแมลงปอขาแดง”
เมื่อพบเหยื่อจะบินออกไปโฉบจับด้วยปากกลางอากาศ ก่อนจะบินกลับมายังกิ่งเดิมหรือใกล้เคียงพร้อมกับใช้กรงเล็บยึดเหยื่อเอาไว้ และใช้จงอยปากอันแหลมคมเด็ดปีกทิ้งไปเพื่อฉีกกินเฉพาะลำตัวของเหยื่อ

หลังจากจัดการกับเหยื่อเป็นที่เรียบร้อย เหยี่ยวแมลงปอขาแดงยังคงเกาะนิ่งๆ เพื่อเฝ้ามองฝูงแมลงปอที่บินล้อลมอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อได้จังหวะมันจึงโผออกไปโฉบจับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะบินกลับมายังตำแหน่งเดิมเพื่อจัดการกับเหยื่อตัวที่สองอย่างช้าๆ
เหยี่ยวแมลงปอขาแดง ยึดแมลงปอด้วยอุ้งเล็บข้างหนึ่ง มันใช้ปากตะขออันคมกริบเด็ดปีกออก ก่อนจะเริ่มจิกกินส่วนต่างๆของร่างกาย...

ทั้งลีลาการไล่ล่าและวิธีจัดการกับเหยื่อของเหยี่ยวแมลงปอขาแดง ไม่ต่างไปจากการล่าของเหยี่ยวขนาดใหญ่แม้แต่น้อย แต่ด้วยรูปร่างอันเล็กจ้อยน่าเอ็นดู ผมจึงให้ฉายากับเหยี่ยวแมลงปอขาแดงเป็นการส่วนตัวว่า “นักฆ่าผู้น่ารัก”...

๓...
ฉากการไล่ล่าเพิ่มความน่าตื่นใจมากขึ้น เมื่อมีเหยี่ยวแมลงปอขาแดงเข้ามาร่วมวงอีกสองตัว พวกมันผลัดกันบินโฉบจับเหยื่อรอบแล้วรอบเล่า แต่นั่นก็หาได้ทำให้ฝูงแมลงปอเกิดความหวาดกลัวจนต้องล่าถอยไป พวกมันยังบินเล่นลมล้อมัจุราชอยู่เช่นนั้น มิหนำซ้ำยังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย...

ครั้นกล่าวถึง "แมลงปอ" อยู่บ่อยครั้ง ผมจึงได้นำข้อมูลที่น่าสนใจของแมลงชนิดนี้มาฝากครับ...

แมลงปอ (Dragonfly) เป็นแมลงสี่ปีกที่มีทักษะในการบินชั้นสูงสามารถทำการบินได้ไกล ๑๐๐ กม. บ้านเรามีการค้นพบแมลงปอมากถึง ๒๙๕ ชนิด ส่วนใหญ่มักจะพบแมลงปอบินอยู่ใกล้ๆบ่อน้ำหรือแหล่งน้ำ นั่นเป็นเพราะพวกมันวางไข่ในน้ำ ซึ่งตัวอ่อนของแมลงปอจะมีลักษณะแตกต่างจากตัวเต็มวัยเป็นอย่างมาก
วิถีชีวิตช่วงตัวอ่อนแมลงปอจะกินลูกน้ำยุงเป็นอาหาร จากการทดลองที่นำลูกน้ำใส่ลงไปในบ่อครั้งละ ๑๐๐ ตัวเพื่อให้ตัวอ่อนแมลงปอกิน พบว่าตัวอ่อนสามารถกินลูกน้ำเฉลี่ย ๙๗ ตัวในเวลา ๒๔ ชั่วโมง หากคิดในอัตราส่วนเช่นนี้จะได้ผลลัพธ์ที่ว่า ตัวอ่อนแมลงปอ ๑ ตัวสามารถกินลูกน้ำตลอดช่วงชีวิตวัยอ่อนได้ประมาณ ๒,๐๐๐ ตัวเลยทีเดียว
นอกจากเป็นศัตรูตัวฉกาจของยุงแล้ว เมื่อลอกคราบเข้าสู่ตัวเต็มวัย แมลงปอยังมีส่วนสำคัญในการควบคุมแมลงศัตรูข้าวอีกด้วย และยังสามารถกินศัตรูพืชอื่นๆได้อย่างมากมายทั้ง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยจั๊กจั่น แมลงหวี่ขาว  ผีเสื้อหนอนกอ  และผีเสื้อหนอนกระทู้ต่างๆ แมลงปอจึงจัดอยู่ในแมลงตัวห้ำ (Predator) ที่มีประโยชน์ในการช่วยกินแมลงศัตรูพืชซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมแมลงศัตรูพืชด้วยวิธีธรรมชาติ


 
แมลงปอใช้ชีวิตในการบินพอๆกับการเกาะอยู่นิ่งๆ การบินของพวกมันมีจุดประสงค์เพื่อเคลื่อนย้ายไปหาแหล่งอาศัยอันเหมาะสม ซึ่งก็มีทั้งการเคลื่อนย้ายด้วยเรี่ยวแรงของตนเองหรือโดยอาศัยแรงลมเป็นตัวนำพา หากการออกมาบินในช่วงสายหรือบ่ายอ่อนๆนั้น มักเป็นการบินรับแสงแดดเพื่อเพิ่มพลังงาน
พื้นที่การวางไข่ของแมลงปอจะอยู่ตามแหล่งน้ำ พวกมันจะมีวิธีการวัดระดับความลึกและอุณหภูมิของน้ำว่าเหมาะสมหรือไม่ ด้วยการจุ่มปลายท้องลงน้ำหลายๆครั้งจนมั่นใจว่าเป็นพื้นที่เหมาะสมจึงจะลงมือวางไข่...

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศแตกต่างกันออกไป ตามหน้าที่ที่ธรรมชาติได้มอบหมายเอาไว้...

๔...
เหยี่ยวแมลงปอขาแดงทั้งสาม ผลัดเปลี่ยนกันออกโจมตีตลอดเวลา แต่ไม่ว่าจะมีเหยื่อให้เลือกมากมายเพียงใด การโฉบจับแต่ละครั้งก็กลับมาพร้อมเหยื่อตัวเดียวเสมอ หาได้กอบโกยจนเกินกำลัง
เมื่ออิ่มท้อง ทั้งสามจึงยุติการไล่ล่า และเริ่มไซร้ขนอยู่บนกิ่งไม้โล่งๆ
ปล่อยให้แมลงปอที่เหลือจำนวนมากดำเนินชีวิตต่อไปตามวิถีของตนเอง...

 
จากการเฝ้ามองพฤติกรรมของนักล่าทั้งสามอยู่นาน ก็ให้พบว่า นอกจากความน่ารักน่าชังที่มีในตัวแล้ว หัวใจดวงเล็กๆของเหยี่ยวแมลงปอขาแดงกลับน่าเคารพและควรได้รับการยกย่องมากกว่าชีวิตของมนุษย์บางสายพันธุ์ ที่ภายใต้ภาพลักษณ์โอ่อ่าภูมิฐานนั้นกลับแฝงเอาไว้ด้วยความอำมหิต คราวใดที่ชีวิตเหล่านี้ออกไล่ล่าเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้กับตัว
พวกมันกลับไม่เคยมีความปราณีต่อเหยื่อแม้แต่น้อย…

และเมื่อใดก็ตามที่ได้รับฟังถ้อยความอันสวยหรู หรือรอยแสยะยิ้มจากนักล่าตามสื่อต่างๆ ผมมักเป็นต้องแหงนเงยขึ้นมองท้องฟ้าอยู่เสมอ เพื่อนึกถึงวิถีที่ไร้หน้ากากของ “เหยี่ยวแมลงปอขาแดง”...


.  .  .

โดย turtlerun

 

กลับไปที่ www.oknation.net