วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลับสุดยอด! ปฐพี149 ผ่าแผนโค่นทักษิณ!! (2) เปิดแผนลวงเคลื่อนกำลัง - ปม ทักษิณ คิดผิดในคืนรัฐประหาร!?


หมายเหตุ : กลุ่มรณรงค์สื่อต้านคอร์รัปชัน ได้รับการสนับสนุนต้นฉบับเรื่อง ลับสุดยอด! "ปฐพี149" ผ่าแผนโค่นทักษิณ จากกัลยาณมิตรในแวดวงน้ำหมึก ซึ่งเบื้องต้นได้เตรียมการจัดพิมพ์เพื่อวางจำหน่ายโดยทั่วไป แต่เนื่องด้วยปัญหาอุปสรรคบางประการจึงไม่ได้จัดพิมพ์ และไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณชนมาก่อน กลุ่มรณรงค์สื่อต้านคอร์รัปชัน เห็นว่าเป็นงานเขียนที่น่าสนใจและมีนัยระหว่างบรรทัดมากมาย จึงขอนำมาทะยอยเผยแพร่ ณ ที่นี่  

บทที่ 2 สถานการณ์ก่อนรัฐประหาร

อาจกล่าวได้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองเริ่มเขม็งเกลียวมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่เกิดคดี “คาร์บอม” เตรียมการลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเรียก “คาร์บ๊อง” เรื่อยมาจนถึงการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ “ตีตนเทียบป๋า” ประกอบกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศดีเดย์ชุมนุมใหญ่อย่างยืดเยื้อ “ยกสุดท้าย” เพื่อกดดันให้ “ทักษิณออกไป” อย่างหวังผลสัมฤทธิ์

ชนิดที่ว่า “ไม่ชนะ-ไม่เลิก” นับแต่วันที่ 22 กันยายน เป็นต้นไป

แล้วจู่ๆ กลุ่มพันธมิตรฯ ก็ปรับแผนเลื่อนวันดีเดย์มาเป็นวันที่ 20 กันยายน อย่างมีนัยสำคัญที่ไม่อาจฟันธงว่า มีความเชื่อมโยงหรือเกื้อหนุนจูงใจต่อการรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน หรือไม?     

แต่สิ่งที่น่าจะยืนยันได้ก็คือ การเลื่อนวันชุมนุมใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรฯ เท่ากับการเร่งเวลาให้ฝ่ายต่อต้านและฝ่ายสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ เผชิญหน้ากันเร็วยิ่งขึ้น เพราะมีรายงานข่าวว่าแกนนำฝ่ายรัฐบาลหลายคน ได้เตรียมขนมวลชนจัดตั้ง และเจ้าหน้าที่รัฐนอกเครื่องแบบจำนวนมากเข้ากรุง เพื่อตอบโต้ฝ่ายต่อต้านในลักษณะ “ม็อบชนม็อบ”
เหมือนที่ฝ่ายต่อต้านถูกทำร้ายไปแล้ว 2 ครั้ง บริเวณห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่กลางกรุงในเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา

ยิ่งใกล้ถึงช่วงโค้งสุดท้าย หรือ “วันสุกดิบ” ก่อนการชุมนุมใหญ่ของพันธมิตร หลายฝ่ายจึงเฝ้าจับจ้องสถานการณ์ด้วยใจจดจ่อว่า นับแต่วันที่ 20 กันยายน เป็นต้นไป คนไทยจะถึงขั้นเข่นฆ่ากันเองหรือไม่?    

พันธมิตรลั่นชุมนุม 5 แสน

วันที่ 19 กันยายน 2549 นายสุริยะใส  กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์ถึงการนัดชุมนุมใหญ่ที่ลานพระรูปทรงม้าในวันที่ 20 กันยายน ว่า ตอนนี้การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรฯ มีความพร้อมเต็มที่แล้ว ทั้งในเรื่องมวลชนและพื้นที่ โดยได้ประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ให้เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้ชุมนุม รวมทั้งประสานกับตำรวจในเรื่องการรักษาความเรียบร้อย

สำหรับการเคลื่อนขบวนนั้นได้นัดหมายกันที่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันที่ 20 กันยายนจากนั้นเวลา 13.00 น.จะเคลื่อนตัวเข้าไปที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อติดตั้งเวที กระทั่งเวลา 17.00 น.จะเปิดเวทีเป็นทางการซึ่งจะมีการปราศรัยสลับดนตรีและการแสดงต่างๆ ไปจนข้ามคืน ส่วนจะเดินขบวนไปไหนหรือไม่ จะประชุมแกนนำเพื่อประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ขอยืนยันว่าการชุมนุมครั้งนี้อาจเป็นการต่อสู้ที่ยืดเยื้อกว่าทุกครั้ง คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก เพราะเครือข่ายพันธมิตรในจังหวัดต่างๆ ประกาศเข้าร่วม จึงมั่นใจว่าจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน

วอนกองทัพปกป้องประชาชน

วันเดียวกัน เวลาประมาณ 17.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก กลุ่มประชาชนประมาณ 10 คน นำโดย นางเพ็ญจิต ปัญญวรรณสิริ ข้าราชการบำนาญ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.เพื่อขอให้กองทัพช่วยคุ้มครองและดำเนินการเพื่อสันติสุขของชาติ โดยมี พ.อ.พลภัทร  วรรณภักตร์ รองเลขานุการกองทัพบก เป็นผู้รับหนังสือแทน

นางเพ็ญจิต กล่าวว่า การที่กลุ่มพันธมิตรฯ จะนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 20 กันยายนนั้น คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก จึงขอวิงวอนกองทัพช่วยปกป้องชีวิตและสวัสดิภาพของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ขอให้ดำเนินการให้สถานการณ์ของประเทศคลี่คลาย เข้าสู่การปฏิรูปทางการเมืองให้เป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างครบถ้วน ซึ่งต้องไม่ใช่การเลือกตั้งที่ทุจริต และลบหลู่ศักดิ์ศรีของประชาชนด้วยการซื้อเสียงหรือหาเสียงด้วยเล่ห์ หรือทำลายความรักสามัคคีของคนในชาติ ขัดขวางการมีส่วนร่วมของประชาชน ขอให้กองทัพวิเคราะห์และตัดสินใจให้ถูกต้องด้วยความกล้าหาญ นำประเทศไปสู่ความสันติสุข และอย่าพายเรือให้โจรนั่ง

“มิ้ง” ชูรัฐธรรมนูญป้องสิทธิ “แม้ว”

สำหรับความเคลื่อนไหวในซีกรัฐบาลนั้น น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ กล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรฯ นัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 20 กันยายน เพื่อกดดันให้นายกฯ ยุติบทบาททางการเมืองว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 215 ถือว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ดังนั้นการจะเคลื่อนไหวอะไรต้องอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญไม่ได้จำกัดสิทธิของใครในการไม่ให้ลงเลือกตั้ง เรื่องนี้นักวิชาการต่างๆ น่าจะรู้ดีว่ากรอบของกฎหมายให้สิทธิอะไร ดังนั้น แม้รัฐธรรมนูญจะให้สิทธิประชาชนทุกคนให้มีส่วนร่วมในทางการเมือง แต่การเคลื่อนไหวต้องไม่ไปละเมิดสิทธิของคนอื่น ไม่ละเมิดกฎหมาย ส่วนที่กลุ่มพันธมิตรฯ ยื่นเงื่อนไขไม่ต้องการให้นายกฯ เดินทางกลับประเทศไทยนั้น ตามรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ว่าการที่จะไปบังคับใครหรือห้ามทำอะไรต่างๆ นั้น อาจเป็นการละเมิดสิทธิคนอื่นด้วย

ขณะเดียวกัน นายประชา ประสพดี อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคไทยรักไทย กล่าวว่าวันที่ 20 กันยายน เวลา 11.00 น. ตนไปที่กองปราบปรามเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ และพวก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113, 116, 210 ข้อหาก่อการกบฏ เป็นภัยต่อความมั่นคงของราชอาณาจักร และมีความพยายามล้มล้างระบอบประชาธิปไตย โดยจะนำหลักฐานไปแสดงว่ามีพฤติกรรมล้มล้างรัฐธรรมนูญอย่างไร

มท.ปฏิเสธเตรียม “ม็อบชนม็อบ”  

ด้าน พล.อ.อ.คงศักดิ์  วันทนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ โดยในวันที่ 20 กันยายน กระทรวงมหาดไทยจะตั้งศูนย์เฉพาะกิจติดตามการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ หากไม่มีการกระทำอะไรเกินเลยจะชุมนุมยืดเยื้อกี่วันก็สามารถทำได้

ขณะที่ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่ากระทรวงมหาดไทยจัดเตรียมม็อบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มาชนกับม็อบกลุ่มพันธมิตรฯ นั้น ขอยืนยันว่าไม่มีการสั่งการเช่นนั้น เพราะการชุมนุมโดยสงบ ไม่ขัดต่อหลักกฎหมายเป็นสิทธิที่จะทำได้ ทั้งนี้ ได้กำชับให้บรรดาผู้ว่าราชการจังหวัด ติดตามสถานการณ์ในภาพรวม หากพบว่าการชุมนุมอาจมีปัญหา ให้ผู้ว่าฯ ไปทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุมก่อน

ผบ.สส.เตือนระวัง! “มือที่สาม” 

สำหรับความคิดเห็นในแวดวงทหาร พล.อ.เรืองโรจน์  มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ได้แสดงความเป็นห่วงในการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยขอให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสันติ อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง หากการชุมนุมยืดเยื้อออกไปเกรงว่าจะมีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องระมัดระวังให้ดี เพราะเป็นสิ่งที่คาดไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขอให้ทุกฝ่ายดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมา

ผบ.สส.ระบุว่า ท่ามกลางปัญหาบ้านเมืองเวลานี้ หากไม่เอาเรื่องการเมืองกับเรื่องการก่อเหตุร้ายการรวมกัน ก็ไม่น่าจะมีผลอะไร ดังนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมจะต้องชุมนุมให้เป็นเรื่องเป็นราว อย่านำเหตุการณ์ต่างๆ มารวมกัน เพราะจะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีขึ้น

“ทักษิณ” ลั่นไม่อ่อนข้อให้ม็อบ

ด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 16 ที่นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ผู้สื่อข่าวที่ติดตามไปด้วยรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 กันยายน เวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เข้าร่วมประชุมกับสภาหอการค้าสหรัฐและอาเซียน โดยได้ยืนยันถึงภาวะความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของไทย พร้อมโน้มน้าวให้สหรัฐฯ ร่วมมือในข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับไทย

จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ไปร่วมรับประทานอาหารกลางวันและกล่าวสุนทรพจน์ต่อองค์กรเอกชนของสหรัฐฯ ว่า ประชาธิปไตยที่แข็งแรงและมั่นคงจะคงอยู่ได้ ด้วยการสร้างความมั่นคงของประชาชน และการยึดหลักการในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงหรือความขัดแย้ง การเลือกตั้งต้องมีอิสระและยุติธรรม ต้องไม่ยอมอ่อนข้อให้กับกลุ่มที่ไม่พอใจผลการเลือกตั้ง ต้องเป็นไปตามกระบวนการ ไม่ใช่เป็นไปตามการประท้วงตามท้องถนน

หน่วยขึ้นตรง ทบ.เตรียมพร้อม

ท่ามกลางความสับสนอึมครึมในวันนั้น พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยที่อยู่ใน กทม. ดูแลที่ตั้งของหน่วย นายทหารระดับสูงยอมรับว่า กองทัพบกได้เตรียมกำลังความพร้อมจริง เพื่อเตรียมรับเหตุการณ์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ กองทัพบกยังคงใช้แผน “ปฐพี 149” คือ ให้กำลังพลเตรียมพร้อมในการออกปฏิบัติภารกิจภายนอกที่ตั้งของหน่วย ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ หรือกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรง เช่น ทำลายอาคารสถานที่ต่างๆ

ขณะเดียวกันมีรายงานด้วยว่า กองพลทหารราบที่ 9 จังหวัดกาญจนบุรี ก็ได้รับคำสั่งจากหน่วยเหนือ ให้เตรียมความพร้อมในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายใน หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น

“แผนลวง” เคลื่อนกำลังพล 

ตอนบ่ายวันที่ 19 กันยายน กระแสข่าวสะพัดยิ่งว่า อาจมีการยึดอำนาจรัฐบาลก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับประเทศไทย เพราะมีรายงานการเคลื่อนกำลังพลของกองทัพบกใน จ.ลพบุรี และกองทัพภาคที่ 3 นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนกำลังทหาร 4 กองพันจากกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ กองทัพภาคที่ 1 แต่เมื่อฝ่ายข่าวของรัฐบาลตรวจสอบไป ก็ได้รับแจ้งจากฝ่ายทหารว่า เป็นการเคลื่อนกำลังเพื่อไปผลัดเปลี่ยนกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามแผนและคำสั่งของ ผบ.ทบ.ที่เพิ่งได้รับมอบหมายภารกิจดับไฟใต้อย่างเต็มตัว 

นอกจากนี้ยังแจ้งด้วยว่า มีการเคลื่อนกำลังพลจาก กองพันทหารม้าที่ 23, กองพันทหารม้าที่ 24 และกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ เพื่อจัดส่งกำลังไปสนับสนุนกองกำลังผาเมือง ที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันอธิปไตยตามแนวชายแดนใน จ.เพชรบูรณ์ และฝึกซ้อมกำลังพลที่จะลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านี้มีการปล่อย “ข่าวลือปฏิวัติ” อยู่เสมอ โดยเฉพาะตามเว็ปไซต์ต่างๆ ในแทบทุกครั้งที่มีผู้พบเห็นการเคลื่อนย้ายรถถัง

กระทั่ง พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องชี้แจงกับผู้สื่อข่าวด้วยความรำคาญว่า ส่วนใหญ่เป็นการเคลื่อนย้ายตามภารกิจปกติ รวมทั้งการซ้อมรบและการซ่อมบำรุง

หอมกลิ่นรัฐประหาร VS รัฐบาลสู้ๆ

ย้อนกลับไปช่วงเช้าวันที่ 19 กันยายน พ.ต.ท.ทักษิณ มีกำหนดการร่วมประชุม ครม.ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนท์ ดูเหมือนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการพิสูจน์สัญญาณอะไรบางอย่าง จึงสั่งการให้ พล.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.ยุติธรรม ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี เชิญผู้นำ 3 เหล่าทัพ คือ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชา...ตำรวจแห่งชาติ ให้เข้าร่วมประชุม ครม.เป็นการด่วน โดยอ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการหารือเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้ และกรณีลอบวางระเบิดที่ อ.หาดใหญ่ 

แต่ปรากฏว่าไม่มีผู้นำเหล่าทัพคนใดตอบรับ มีเพียง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนเดียวเท่านั้นที่เข้าร่วมประชุม โดย พล.อ.สนธิ ได้ให้เหตุผลว่า “กระชั้นชิดเกินไป” จึงมอบหมายให้ เสนาธิการทหารบก เข้าประชุมแทน

หลังการประชุม ครม.ได้เสร็จสิ้นลง พล.ต.อ.ชิดชัย กับ พล.ต.อ.จุมพล  มั่นหมาย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้หารือถึง “ความผิดปกติ” ที่ผู้นำเหล่าทัพไม่เข้าร่วมประชุม ครม. ที่ห้องทำงานของ พล.ต.อ.ชิดชัย ที่ กอ.รมน. ภายในสวนรื่นฤดี

หลังจากนั้นมีรายงานข่าวว่า พล.ต.อ.จุมพล ได้เดินทางไปพบเพื่อน “เตรียมทหารรุ่น 10” (ตท.10) ระดับนำ คือ พล.อ.พรชัย กรานเลิศ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) โดยหารือกันถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น และเช็คข่าวเพื่อหามาตรการตอบโต้หากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

หลังจากนั้นไม่นาน น.พ.พรหมินทร์ ก็ได้เดินทางไปพบ พล.ต.อ.ชิดชัยฯ ที่ กอ.รมน.เพื่อแจ้งว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.ชิดชัย เดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเก็บข้าวของและเอกสารสำคัญจากห้องทำงานนายกรัฐมนตรี แล้วให้เดินทางไปที่ กองบัญชาการทหารสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อหารือสถานการณ์กับ ผบ.สส. 

“ทักษิณ” ปลด ผบ.ทบ.ข้ามโลก

หลังจากมีความชัดเจนในช่วงเย็นวันที่ 19 กันยายน ว่ามีการเคลื่อนกำลังทหารเพื่อเตรียมการยึดอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งยังอยู่ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พยายามจะพลิกเกมสู้โดยการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมสั่งย้าย ผบ.ทบ. (พล.อ.สนธิ) ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ไปรายงานตัวต่อ พล.ต.อ.ชิดชัย ที่ทำเนียบรัฐบาล และแต่งตั้ง ผบ.สส. (พล.อ.เรืองโรจน์)  เป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ในประเทศไทย

แต่ทว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้รับความร่วมมือจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ทีวีพูล) กว่าจะออกอากาศได้ก็...“สายเกินไปเสียแล้ว” เพราะถ่ายทอดไม่ทันจบ ก็ถูกตัดสัญญาณโดยกำลังทหารที่เข้ายึดพื้นที่

 
แหล่งข่าวระดับสูงในกองทัพเปิดเผยถึงห้วงเวลาดังกล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. คืนวันที่ 19 กันยายน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ พล.อ.สนธิ ก่อนจะเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โดยหลังจาก พล.อ.เปรม ออกมาจากพระราชวังสวนจิตรลดา เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินข้ามประเทศ แต่ทว่าคำสั่งดังกล่าว ไม่ช่วยพลิกสถานการณ์ให้รัฐบาลแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังเป็นการแสดงความอ่อนด้อยทางการยุทธ์ เพราะยากที่หัวหน้าคณะรัฐประหารคนใดในโลก จะยอมแพ้ ทั้งๆ ที่เห็นชัยชนะอยู่แค่เอื้อม 

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า หากไม่เป็นเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ หวาดระแวง และไม่ให้ความไว้วางใจ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหม ซึ่งโดยส่วนตัวถือเป็น “ลูกป๋า” คนหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็น 1 ใน ตท.10 น่าจะรู้ธรรมเนียมทหารดีว่า ชายชาติทหารนั้นหยิ่งในศักดิ์ รักในเกียรติ การสั่งให้ทหารไปรายงานตัวกับตำรวจ เป็นสิ่งที่ทหารรับไม่ได้

ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะสั่งให้ พล.อ.สนธิ ไปรายตัวต่อ พล.อ.ธรรมรักษ์ ในฐานะเจ้ากระทรวงกลาโหมซึ่งเป็นทหารด้วยกัน

หากปาฏิหาริย์มีจริง ไม่แน่ว่า พล.อ.สนธิ อาจยอมปฏิบัติตามคำสั่งก็ได้!?!? 
------------------------------

ย้อนรอย “ทักษิณ” ชิงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน-ปลด ผบ.ทบ.ข้ามโลก

หลังจากมีความชัดเจนตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 19 กันยายน 2549 ว่ามีการเคลื่อนกำลังทหารเพื่อเตรียมการยึดอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังอยู่ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พยายามจะพลิกสถานการณ์ แต่ไม่รับความร่วมมือจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ทีวีพูล)

จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.20 น. พ.ต.ท.ทักษิณ จึงได้ชิงอ่านแถลงการณ์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ความว่า...

เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นไปอย่างเหมาะสมและทันท่วงที อาศัยอำนาจตามมาตรา 11 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ประกอบกับมาตรา 11 วรรค 2 (6) แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

จึงให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และให้รายงานตัวต่อ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รักษาการนายกรัฐมนตรี ณ บัดนี้ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 19 ก.ย.2549

นอกจากนี้มีคำสั่งผู้กำกับการปฏิบัติงานตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้าผู้รับผิดชอบและมอบอำนาจในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ความว่า...

ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร แล้วนั้น อาศัยอำนาจตามมาตรา 7 วรรค 4 และวรรค 6 และมาตรา 10 แห่งพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ผู้กำกับการปฏิบัติงานตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงมีคำสั่งดังนี้

ให้ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีอำนาจในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ดังนี้

1.บังคับบัญชาและสั่งการส่วนราชการและข้าราชการที่เกี่ยวข้องรวมทั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติงานให้เป็นตามกฎหมายที่กำหนด

2.ดำเนินการอื่นๆ ตามที่รองนายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการกำกับปฏิบัติงานตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินกำหนด หรือ มอบหมาย

ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 19 ก.ย.2549

------------------------------

ลิงค์ทั้งหมด...
ลับสุดยอด! ปฐพี149 ผ่าแผนโค่นทักษิณ!! (1)
http://www.oknation.net/blog/Anti-Corruption/2007/02/26/entry-2
ลับสุดยอด! ปฐพี149 ผ่าแผนโค่นทักษิณ!! (2) เปิดแผนลวงเคลื่อนกำลัง - ปม ทักษิณ คิดผิดในคืนรัฐประหาร!?
http://www.oknation.net/blog/Anti-Corruption/2007/03/01/entry-2
ลับสุดยอด! ปฐพี149 ผ่าแผนโค่นทักษิณ!! (3) แกะรอยยุทธการหักเขี้ยว ตท.10 - แฉนาทีกดปุ่มรัฐประหาร!!
http://www.oknation.net/blog/Anti-Corruption/2007/03/06/entry-2
ลับสุดยอด! ปฐพี149 ผ่าแผนโค่นทักษิณ!! (4) แกะรอยนาทีต่อนาทีก่อน-หลังรัฐประหาร
http://www.oknation.net/blog/Anti-Corruption/2007/03/18/entry-2
ลับสุดยอด! ปฐพี149 ผ่าแผนโค่นทักษิณ!! (5) แกะรอยตัวละครสำคัญ - จิ๊กซอว์รัฐประหาร 19 กันยาฯ
http://www.oknation.net/blog/Anti-Corruption/2007/04/20/entry-1
ลับสุดยอด! ปฐพี149 ผ่าแผนโค่นทักษิณ!! (จบ) วิเคราะห์จุดพ่ายวันรัฐประหาร -อุทธาหรณ์ ใช้คนไม่ถูกกับงาน
http://www.oknation.net/blog/Anti-Corruption/2007/04/23/entry-1
ลับสุดยอด! ปฐพี149 ผ่าแผนโค่นทักษิณ!! (ภาคผนวก) พลิกแฟ้ม "บังธิ" ผู้เดินตามรอยเท้า "สุรยุทธ์" - ถอดรหัส "ปฏิวัติ-รัฐประหาร"!?
http://www.oknation.net/blog/Anti-Corruption/2007/04/25/entry-1

โดย สายสืบภาคประชาชน

 

กลับไปที่ www.oknation.net