วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ค่าเช่าโรงแรมในกรุงเทพมหานครตกต่ำหนัก


ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เปิดเผยว่า จากการสำรวจค่าเช่าโรงแรมชั้นหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผ่านเว็บไซต์จองโรงแรม agoda.com ปรากฏว่า ค่าเช่าตกต่ำลงเป็นอย่างมาก  นอกจากนี้เชื่อว่าอัตราว่างก็ยังตกต่ำลงมากเช่นกัน สถานการณ์เช่นนี้น่าเป็นห่วง เพราะประเทศไทยมีโรงแรมชั้นหนึ่งเป็นจำนวนมาก

ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส พบว่า ค่าเช่าโรงแรมที่มีตราสินค้านานาชาติระดับ 5 ดาวในเขตกรุงเทพมหานคร ต่ำกว่าโรงแรมที่มีตราสินค้านานาชาติเดียวกันในประเทศเพื่อนบ้านถึง 20%  โรงแรมที่กล่าวถึงได้แก่ แชงกรีล่า เพนนินซูลา แมริออตต์ ไฮแอท เรเนซอง อินเตอร์คอนติเนนตัล แพนแปซิฟิก มิลเลนเนียมและแอสคอตทั้งนี้ยกเว้นแมนดารินโอเรียลเต็ลที่ค่าเช่าสูงกว่าที่อื่นเนื่องจากมีชื่อเสียงด้วยตนเองมานาน

สำหรับนครที่เปรียบเทียบได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ มะนิลา และจาการ์ตา ในจำนวนนครทั้งหมดนั้น มีเพียงกรุงมะนิลาเท่านั้นที่ค่าเช่าโรงแรมที่มีตราสินค้านานาชาติทั้งหลายอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไทย  จะสังเกตได้ว่ากรุงจาการ์ตา มีอัตราค่าเช่าโรงแรมที่สูงกว่าไทย ณ เวลานี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้อาจมีค่าเช่าที่ต่ำกว่า

จากการสัมภาษณ์ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ในกรุงจาการ์ตาในช่วงวันที่ 17-22 มิถุนายน 2553 ต่างก็เชื่อว่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้รวมถึงโรงแรม ซึ่งชลอตัวอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ในขณะนี้ การเมืองในอินโดนีเซีย “นิ่ง” แล้ว รัฐบาลมีเสียงข้างมากถึงราวสองในสาม  ทำให้ประชาชนและสังคมธุรกิจทั้งในอินโดนีเซียและจากต่างประเทศมีความเชื่อมั่นมากขึ้น

สำหรับในรายละเอียด ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส พบว่า ค่าเช่าโรงแรมที่มีตราสินค้านานาชาติระดับ 5 ดาวในเขตกรุงเทพมหานคร ต่ำกว่าในสิงคโปร์และฮ่องกงประมาณ 30% ต่ำกว่ากรุงจาการ์ตา 23% ต่ำกว่ากรุงกัวลาลัมเปอร์ 21% ทั้งนี้เพราะมีโรงแรมชั้นหนึ่งมากมายเช่นไทย และต่ำกว่ากรุงมะนิลา 14%

ค่าเช่าโรงแรมชั้นหนึ่งในกรุงเทพมหานครเหล่านี้เป็นเงินประมาณ 5,000 – 6,000 บาทต่อเดือน อย่างไรก็ตามในกรณีโรงแรมชั้นหนึ่งระดับ 5 ดาวของไทยเอง ค่าเช่ายังต่ำกว่านี้อีก เช่น โรงแรมเลอบัว เอ็มโพเรียมสวีท และดุสิตธานี เป็นต้น  ยิ่งหากเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว และ 4 ดาว อัตราการลดของค่าเช่าอาจจะมีอัตราที่สูงกว่านี้อีก  ดังนั้นจึงสะท้อนถึงภาวะที่น่าเป็นห่วงของวิสาหกิจโรงแรมในประเทศไทยในขณะนี้

ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ยังเป็นคณะทำงานจัดการประชุมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินอาเซียน  แต่ ณ ขณะนี้ แม้หลายประเทศได้จองเข้าร่วมประชุมแล้ว แต่ยังมีอีกจำนวนมากที่กำลังรอดูท่าทีอยู่  ผู้เข้าประชุมเหล่านี้คงยังกลัวภาพที่เกิดขึ้น คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในบางประเทศในอดีต เช่น รัฐประหารในกรุงมะนิลาในปี 2531 หรือการนองเลือดในกรุงจาการ์ตาในปี 2541 ชาวต่างประเทศในขณะนี้จึงจับตามองสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และหลายคนยังมีความรู้สึกว่าความรุนแรงยังจะเกิดขึ้นอีก

หากประมาณว่าอัตราค่าเช่าโรงแรมลดลง 25% และอัตราการเข้าพักลดจาก 60% เหลือ 40% ก็จะทำให้รายได้ต่อปีลดลงไปถึง 50% และหากค่าเช่าในหนึ่งปีแรกลดลงเช่นนี้ ณ อัตราผลตอบแทนที่ 10% ก็จะผลให้ราคาโรงแรม ณ มูลค่าปัจจุบัน 5% แต่ถ้าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นราคาทรัพย์สินของโรงแรม ณ มูลค่าปัจจุบันจะลดลง 9%

************************

เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2553

โดย BoBiz

 

กลับไปที่ www.oknation.net