วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เอาปราสาทพระวิหารคืนไป…เอาปัจจันตคิรีเขตรคืนมา


...ภาพพิธีส่งมอบ "ตราด" และ "ปัจจันตคิรีเขตร" ให้กับฝรั่งเศส...

เอาปราสาทพระวิหารคืนไป…เอาปัจจันตคิรีเขตรคืนมา

...ข่าวล่าสุดจนถึงตอนนี้เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียน “มรดกโลก” อันยุ่งเหยิงของ “ปราสาทเขาพระวิหาร” ก็คือ คณะกรรมการตกลงให้เลื่อนการพิจารณา ไปเป็นการประชุมคราวหน้าที่ประเทศบาห์เรน “กัมพูชา” ก็เลยยังประกาศไชโยโห่ร้องยังไม่ได้ ไทยเองแม้ว่าจะบอกว่ามันเป็นชัยชนะ แต่ก็ยังไม่เด็ดขาด เพราะยังต้องมีการบ้านอีกหนึ่งปีที่จะต้องทำให้คลี่คลาย แต่ว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้สิ จะยากลำบากสักแค่ไหน ระหว่างสองประเทศที่ยังต้องอยู่คู่กัน เคียงข้างกัน ร่วมมือกัน ทั้งในฐานะเพื่อนบ้าน และทั้งในฐานะประเทศสมาชิกภาคีอาเซียน ที่กำลังจะต้องเดินหน้าไปด้วยกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ในการดำเนินการไปสู่ “ประชาคมอาเซียน” ในอีก 5 ปีข้างหน้าคือปีพุทธศักราช 2558...

...รัฐบาลทั้งสองจะมองหน้ากันติดหรือ หรือจะมีความหวาดระแวงกันอีกสักขนาดไหน ต่อการดำเนินการของแต่ละประเทศ ไม่ต้องอะไรมากลองนึกดูว่าถ้าเราทะเลาะกับเพื่อนบ้าน เรื่องเขตรั้วเขตบ้าน แล้วสักพักเขาเอาขนมเดินยิ้มแป้นมาให้เราบอกว่าเป็นของฝาก ถามสักคำเราจะกินลงหรือ ไม่หวาดระแวงไปหรือว่า “มันเอายาพิษอะไรใส่มาในขนมหรือเปล่าวะ”!!!...

...อันที่จริงเรื่องราวอันวุ่นวายยุ่งเหยิงนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย ถ้าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน มหาอำนาจประเทศยุโรปอันมีชื่อว่า “ฝรั่งเศส” ไม่เข้ามาเที่ยวเกะกะระราน เอาอำนาจอันตัวเองมีมากมายกว่า เข้ามาข่มเหงรังแก “สยามประเทศ” และ “ขะแมร์” ในสมัยนั้น ก่อให้เกิดความคับแค้นใจเสียจน “พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์” พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย ที่ถึงแม้ในขณะนั้นจะมีพระชันษาเพียง 13 พรรษา แต่ก็รับรู้ถึงความคับแค้นในพระราชหฤทัยของ “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชบิดา” ได้เป็นอย่างดีจนต้องจารึกเป็นลายสักเอาไว้เหนือพระอุระว่า “ตราด ร.ศ.112”...!!!

...ภาพแสดงการเสียดินแดนให้กับฝรั่งเศสแต่ละคราว...

...เหตุการณ์ ร.ศ.112 ท่านผู้ชมส่วนใหญ่คงจะรับทราบเป็นอันดีแล้ว แต่เผื่อมีบางท่านลืมเลือน ก็จะขอเท้าความอย่างย่อๆให้ฟัง พอเป็นที่เข้าใจดังนี้ ในปีพุทธศักราช 2436 หรือตรงกับปีรัตนโกสินทร์ศก 112 ฝรั่งเศสซึ่งขณะนั้นยึดญวนได้แล้ว ก็หมายตามาที่เขมรและลาว (ขณะนั้นยังไม่เรียกว่ากัมพูชา) ก็ใช้วิชาหาเรื่องเอาง่ายๆแบบหมาป่ากับลูกแกะ โดยบอกไทยว่า “ลาว” นั้นเคยทำสัญญายกดินแดนให้กับญวน เพราะฉะนั้นเมื่อฝรั่งเศสได้ญวน ก็สมควรจะได้ปกครองลาวด้วย คือในสมัย “เจ้าอนุวงศ์” ผู้ปกครองลาวในสมัยรัชกาล “สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3” ของเรานั้น เคยไปขอพึ่งพิงญวน เพราะมาทำสงครามแพ้ไทย ในคราวยกทัพมาตีเมืองโคราช แล้วก็เกิดเหตุการณ์สร้างวีรสตรีไทยชื่อ “ท้าวสุรนารี” จำได้ไหมครับ นั่นแหละ เพราะหลังจากนั้นเราก็ยกทัพใหญ่ไปตีนครหลวงเวียงจันทร์ของลาว เจ้าอนุวงศ์ก็หนีไปพึ่งญวนแล้วก็ทำสัญญายกแผ่นดินลาวให้กับญวน ซึ่งมันก็เป็นเพียงกระดาษใบหนึ่งซึ่งไม่มีความหมายอะไร เพราะญวนเองก็ไม่กล้ามาหืออะไรกับไทยอยู่แล้ว เราก็แต่งตั้งเจ้าลาวองค์ใหม่ปกครองลาวต่อมา จนกระทั่งถึงรัชกาลที่ 5 เหตุการณ์หมาป่ากับลูกแกะก็เกิดขึ้น...!!!

...ฝรั่งเศสอ้างว่าลาวเป็นของญวนและตอนนี้ก็ต้องเป็นของฝรั่งเศสด้วย พูดเสร็จก็ยกกองทัพเข้ามาในลาว ทหารไทยก็ไม่กล้าสู้เพราะกลัวว่าจะเป็นชนวนสาเหตุให้กลายเป็นสงครามมายึดประเทศเรา อย่างที่มีให้เห็นเมื่ออังกฤษยึดจีนในสงครามฝิ่น และอีกบรรดาหลายๆประเทศที่โดนเจ้าอำนาจจากยุโรปในเวลานั้น ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกสและฮอลันดา เที่ยวกรีธาทัพเข้ายึดเป็นว่าเล่น จนกระทั่งมาถึงเมืองคำม่วน ซึ่งมี “พระยอดเมืองขวาง” เป็นเจ้าเมืองอยู่ เมืองคำม่วนนั้นเป็นเมืองชายแดนลาวต่อชายแดนไทย อยู่ตรงกันข้ามกับอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมเดี๋ยวนี้นั่นแหละครับ แล้วก็เกิดกรณี “พระยอดเมืองขวาง” ขึ้น เพราะฝรั่งเศสเข้าจะจับกุม “พระยอดเมืองขวาง” ข้อหาบุกรุกดินแดนของเขา ดูเอาเถอะท่านผู้ชม ฝรั่งเศสมันยกพวกเข้ามาในบ้านเรา แล้วจะจับกุมเราบอกว่าเรารุกบ้านมัน มันน่าจะยกมือไหว้ขอบคุณที่มาบอกให้ทราบไหมครับ ท่านผู้ชม??? ซึ่งก็ไม่แน่นอน เพราะพระยอดเมืองขวางเป็นข้าราชการไทย ที่มีความรักชาติหวงชาติแล้วก็เสียสละเพื่อชาติเป็นอย่างสูง ลองไปหารายละเอียดอ่านเอาเถอะครับ แล้วก็เกิดเหตุการณ์ ชุลมุนกันขึ้นมีการปะทะกัน ยิงกันมีเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสตายคนหนึ่ง แล้วก็ทหารญวนที่เป็นพวกฝรั่งเศสตายอีกสิบกว่าคน เรื่องใหญ่เลยครับทีนี้...

…ฝรั่งเศสซึ่งจ้องจะหาเรื่องอยู่แล้วก็ได้ที บี้ไทยใหญ่เลย เรียกร้องให้ไทยจับกุม “พระยอดเมืองขวาง” มาขึ้นศาลดำเนินคดี ไทยก็ดำเนินการศาลก็ตัดสินว่าไม่ผิด ฝรั่งเศสก็ไม่ยอมให้ตั้งศาลใหม่โดยให้มีผู้พิพากษาเป็นฝรั่งเศสสองคนไทยหนึ่งคน ทีนี้ก็ไม่เหลือ “พระยอดเมืองขวาง” ผิดด้วยเสียงสองต่อหนึ่งนั่นแหละครับ ซึ่งว่ากันอันที่จริงแล้ว มันก็ผิดหลักการการไต่สวนกระบวนความโดยสิ้นเชิง มีอย่างที่ไหนคดีๆเดียวให้ขึ้นศาลสองศาล แถมศาลยังมีผู้พิพากษาเป็นชาวต่างชาติอีกต่างหาก แต่ว่านั่นแหละครับ “หมาป่า” จะหาเรื่องเสียอย่างทำอะไรยังไงก็ได้...!!!

...จากเหตุการณ์ “พระยอดเมืองขวาง” ฝรั่งเศสรุกไล่หนักถึงขั้น เอาเรือรบเข้ามาจอดลอยลำอยู่หน้าพระบรมมหาราชวัง หาเหตุว่าจะเอามาคุ้มครองชาวฝรั่งเศสและการค้าของฝรั่งเศส ทั้งๆที่ตอนนั้นมีชาวฝรั่งเศสอยู่ในสยามแค่ 3 คน ส่วนการค้าขายไม่มีเลย...!!!

...หนึ่งลำไม่พอขอเอาเข้ามาอีกสองลำ ทีนี้ไทยไม่ยอมเอาเรือรบออกไปสกัด รวมทั้งให้ปืนใหญ่จากป้อมพระจุลฯยิงสกัด แต่ก็เอาไม่อยู่ฝรั่งเศสยิ่งได้ทีทีนี้ปิดอ่าวไทยเลย!!! การปิดอ่าวไทยมันก็เหมือนกับ “พันธมิตร” ปิดสนามบินนั่นแหละครับ ท่านผู้ชม เดือดร้อนทั้งการค้าการขาย การสัญจรเดินทาง เสมือนต้องปิดประเทศไปกลายๆ ไทยก็เลยต้องยอมศิโรราบทุกอย่าง ฝรั่งเศสเรียกร้องเอาค่าปฏิมากรรมสงคราม พูดง่ายๆก็คือต้องเอาเงินไปให้เขานั่นแหละครับ สรุปก็คือไทยต้องเสียดินแดน ที่เรียกว่า “ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง” ซึ่งก็คือประเทศลาวไปทั้งหมด แถมยังต้องเสียเงินอีก 3 ล้านบาท ซึ่งเงินนี้เป็นเงิน “ถุงแดง” ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าพระองค์ท่านทรงค้าขายได้กำไรแล้วก็ทรงเก็บใส่ถุงแดงไว้ ก็ได้นำออกมาใช้ “กู้ชาติ” ในคราวนี้เอง...!!!

...หนังสือพิมพ์ในยุโรปลงภาพล้อเลียนสงครามฝรั่งเศส-สยาม ว่าเป็นดั่งเหมือน "หมาป่ากับลูกแกะ"...

...ฝรั่งเศสยอมถอนกำลังออกจากการปิดอ่าวไทย แต่ไปยึดเมืองปากน้ำ จันทบุรี ตราดและ “ปัจจันตคิรีเขตร” แทน!!! ชั่วได้ใจดีไหมครับท่านผู้ชม ท่าน “หมาป่า” ท่านก็อ้างเฉยๆเสียอย่างนั้นว่า ยึดเอาไว้เพื่อดูว่าไทยจะทำตามสัญญาที่ลงนามไว้หรือไม่ ก็คือให้ไทยมอบลาวให้กับฝรั่งเศส โดยการถอนทหารต่างๆออกจากลาว แถมริมชายแดนก็ไม่ให้มีทหารไทยอยู่ด้วย ในสัญญาจะเขียนไปถึงว่า “บรรดาเกาะแก่งต่างๆในแม่น้ำโขง” ก็ให้เป็นของฝรั่งเศสทั้งหมด ไม่ว่าจะอยู่ใกล้ชายฝั่งของผู้ใดก็ตาม ส่วนเขตแดนนั้นปกติตามหลักสากล เขาจะต้องยึดเอาร่องน้ำใหญ่ตรงกลางแม่น้ำเป็นจุดแบ่งแดน แต่ฝรั่งเศสไม่เอาอย่างนั้นครับ ฝรั่งเศสให้ยึดเอาร่องน้ำที่ใกล้ไทยที่สุดเป็นจุดแบ่งแดน นั่นก็เท่ากับว่าแม่น้ำโขงแทบทั้งสาย ตกเป็นของฝรั่งเศสทั้งสิ้น ผลของสัญญาฉบับนี้ยังมีผลมาถึงทุกวันนี้นะครับ ท่านผู้ชม ทุกวันนี้ลาวเขาก็ยึดถือร่องน้ำใกล้ไทยตามสัญญาที่ฝรั่งเศสทำไว้นี่แหละ...

                         

         ...ภาพแสดงการเสียดินแดนแต่ละส่วนแต่ละตอนให้กับมหาอำนาจล่าอาณานิคมอังกฤษ-ฝรั่งเศส...

...แม้ว่าไทยจะมอบลาวให้ฝรั่งเศสเสร็จสิ้นไปเป็นสิบปีแล้ว ฝรั่งเศสก็ยังไม่ยอมคืนเมืองทั้งหลายที่ยึดไว้ให้ไทย จนกระทั่งต้องเอาดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง ส่วนตรงกันข้ามกับ “หลวงพระบาง” เดี๋ยวนี้ ไปแลกแทน ถึงจะยอมปล่อยปากน้ำกับจันทบุรี แต่เฮียแกก็ยังเล่นไม่เลิก ถอยกำลังทหารจากจันทบุรี แต่ก็ยังยึดเมืองตราดกับ “ปัจจันตคิรีเขตร” ไว้อีก ปวดหัวกับเฮียแกจริงๆครับ...!!!

...อันว่า “ปัจจันตคิรีเขตร” นั้น เป็นจังหวัดที่แยกตัวออกจากเมืองตราดมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แล้วครับท่านผู้ชม พระองค์ทรงตั้ง “ประจวบคีรีขันธ์” คู่กันกับ “ปัจจันตคิรีเขตร” เพราะเห็นว่าอยู่ในแนวเส้นรุ้งละติจูดเดียวกัน และทรงต้องการให้ “ปัจจันตคิรีเขตร” เป็นเมืองหน้าด่านแทนตราด ในอันที่จะได้ไว้เป็นกันชนให้ประเทศชาติ ซึ่งก็ถือได้ว่า “ปัจจันตคิรีเขตร” เป็นดินแดนของไทยมายาวนานแล้ว เพราะเมืองตราดนั้นมีหลักฐานว่าเป็นเมืองภายใต้สยามประเทศ มาตั้งแต่รัชสมัย “พระบรมไตรโลกนาถ” แล้ว...

... “ปัจจันตคิรีเขตร” ซึ่งก็คือ “เกาะกง” ของกัมพูชาเดี๋ยวนี้ ยังมีผู้คนที่พูดไทย เขียนไทย ชื่อก็เป็นคนไทยอยู่มากมาย คนเกาะกงที่มีชื่อเสียงที่สุดในทุกวันนี้ก็คือ “พลเอกเตียบัณห์” ดูเอาเถอะครับ เวลาแกให้สัมภาษณ์พูดไทยชัดเปรี๊ยะ ไม่ต้องแปล...!!!

...กว่าไทยจะได้ตราดกลับคืนมา ก็ต้องยก “พระตะบอง เสียมราฐและศรีโสภณ” เป็นพื้นที่ถึง 51,000 ตารางกิโลเมตร เพื่อแลกกับพื้นที่เมืองตราดแค่ 2,919 ตารางกิโลเมตร!!!...

...แต่ว่า “ปัจจันตคิรีเขตร” หายไปไหน...???

...ฝรั่งเศสมิได้คืน “ปัจจันตคิรีเขตร” มาให้ไทยด้วย ที่น่าสนเท่ห์หนักก็คือว่าภายใต้สนธิสัญญาในการคืนเมืองตราด ก็มิได้มีการกล่าวถึง “ปัจจันตคิรีเขตร” เอาไว้เลย...!!!

...เป็นอันว่า “ปัจจันตคิรีเขตร” ตกค้างอยู่ในเขมรมาตั้งแต่บัดนั้น...!!!

... “ปัจจันตคิรีเขตร” ที่มีคนไทยอาศัยอยู่มากมาย มีวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย ภาษาไทย ฝังตัวอยู่อย่างเหนียวแน่น รวมทั้งยังมีพระปรมาภิไธยของ “สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา” พระราชินีองค์หนึ่งแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ ทรงจารึกเอาไว้ที่น้ำตกแห่งหนึ่งใน “ปัจจันตคิรีเขตร” หรือ “เกาะกง” แห่งนี้ด้วย เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่าผู้ปกครองแห่งสยามทรงเคยมาเยือนที่นี้แล้ว...!!!

...หากเขมรต้องการ “ปราสาทพระวิหาร” เอาไปเป็นของตนเองแต่ผู้เดียว รวมทั้งพื้นที่ทับซ้อนอันวุ่นวาย 4.6 ตารางกิโลเมตรนั้นด้วย...

...ผมขอเรียกร้องให้เอา “ปัจจันตคิรีเขตร” หรือ “เกาะกง” นี้มาแลกคืนครับ...!!!

...และผมเชื่อใจว่าหากว่ามีการลงคะแนนเสียงจากประชาชนชาว “ปัจจันตคิรีเขตร” หรือ “เกาะกง” ว่าอยากจะอยู่กับประเทศใดแล้ว ผมเชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่คงเทมาว่าอยากอยู่กับประเทศไทยแน่...

…และผมก็เชื่อแน่ว่าหากได้เกาะกงมาเป็นของไทย คนไทยจะไม่เสียดาย “ปราสาทพระวิหาร” เป็นแน่...

... “ฮุนเซน” ว่าไงแลกกันเอาไหม...???

... “คุณผู้ชมละว่าไง”...???

                          

โดย เป๊ปซี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net