วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แคนโต้...โลกในหุบเขา


 

 

 

(๑)

วิถีข้าเหมือนเมล็ดไม้ป่าเล็กๆ เมล็ดหนึ่ง

ดีดออกมาจากฝัก ปลิวกระเด็นลงมาสัมผัส

ดิน น้ำ ลม ไฟ ธรรมชาติ

 

(๒)

 เป็นเช่นนั้นจริงๆแหละ

เพียงชั่วลมหายใจเข้าออก

ชีวิตบอบบางและแสนสั้น

 

(๓)

ความจนเหวี่ยงข้าออกจากหมู่บ้าน

แสวงหาสาละวนเรียนรู้สุขทุกข์เข้าใจและสับสน

มาวันนี้ความจริงจูงมือข้าคืนกลับบ้านเกิด

 

(๔)

นั่นเบื้องหน้าคือตอไม้สักโบราณสีซีดหม่น

ร่องรอยหลงเหลือในยุคสัมปทานป่า

ตอไม้และข้าคือชิ้นส่วนของประวัติศาสตร์หมู่บ้าน 

 

(๕)

ข้านำเศษปีกไม้มาทำกระท่อมกลางป่า

ภูเขาอยู่เบื้องหน้า ทุ่งนาอยู่เบื้องล่าง

เม็ดฝน ต้นไม้ แสงแดด สายลมคอยห่อห่มชีวิต

 

 

(๖)

นิ่งฟังสิ,เสียงแห่งความเงียบ

คือเสียงของงาม สดและสะอาด

อยู่ในธรรมชาติ อยู่ในจิตวิญญาณเรา

 

(๗)

ทำไมหัวใจมนุษย์มากหลาย

ชอบกอดรัดกับสิ่งอึกทึกอึงอล

แล้วร่วงหล่นในก้นบึ้งแห่งอำนาจโลภนั้นอยู่ซ้ำๆ

 

(๘)

เมื่อคืนข้าฝันประหลาด

ชาวนาถูกเจ้าหน้าที่ยิงล้มคว่ำกลางทุ่ง,ทันใดนั้น

เลือดแดงข้นไหลซึมและต้นข้าวงอกขึ้นกลางแผ่นหลัง

 

(๙)

ข้าจ้องมองนกสองตัวเกาะกิ่งไม้แล้วพลันนึกถึงผู้คน 

โลกนี้สีเทา เราห่างเหินและหันหลังให้กัน
หากยังเกาะกิ่งไม้แห่งการอยู่ร่วมกิ่งเดียวกัน

 

(๑๐)

ในหุบเขาคืนเดือนมืด ข้าเหมือนยินเสียงหลี่ไป๋รำพึง

อะไรหนอคือราคา

ของการมีชีวิต”                   

 

*บางบทกวีของ ‘หลี่ไป๋’ จากหนังสือ ลมฤดูใบไม้ร่วง, สมภาร พรมทา แปลและเรียบเรียง

 

 เผยแพร่ครั้งแรก : สานแสงอรุณ ฉบับ อยู่กับความขัดแย้ง พ.ค.-มิ..๒๕๕๓

 

โดย ภู_เชียงดาว

 

กลับไปที่ www.oknation.net