วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ภพภูมิทั้ง 31 ในพุทธศาสนา... ตอนที่ 2 เทวภูมิ 6


         ตอนที่แล้วผมเขียนถึงโลกมนุษย์อันเป็นภพภูมิในปัจจุบันของเราท่านกว่า 6,000 ล้านชีวิต เอ็นทรีนี้มาต่อกันด้วยโลกเบื้องกลางอีก 6 ภพภูมิหรือสวรรค์ทั้ง 6 ชั้นกันครับ

          ชาวตะวันตกเชื่อว่าสวรรค์มี 7 ชั้น แต่ในพุทธศาสนานั้นสวรรค์มีทั้งหมด 6 ชั้น (สงสัยส่งแบบขอสร้างไป 7 ชั้น แต่แบบไม่ผ่าน เลยสร้างได้แค่ 6 ชั้น หรือไม่ก็สร้างกันมาถึงชั้นที่ 6 แล้วงบหมดเพราะระหว่างก่อสร้างต้องจ่ายค่าเก๊าเจี๊ยเยอะ แถมกินกันเละ เลยหมดตังสร้างได้แค่นี้)

          มาดูกันครับว่าสววรค์ทั้ง 6 ชั้นทางพุทธศาสนามีอะไรบ้าง

จาตุมหาราชิกาภูมิ (สวรรค์ชั้นที่ 1) เป็นที่อยู่ของเทพยดาชาวฟ้า มีท้าวมหาราช 4 พระองค์ปกครองคือ 1) ท้าวธตรัฐมหาราช 2) ท้าววิรุฬหกมหาราช 3) ท้าววิรูปักษ์มหาราช และ 4) ท้าวเวสสุวัณมหาราช เทวดาในจาตุมหาราชิกาภูมิมีอายุ 500 ปีทิพย์ (9 ล้านปีมนุษย์) บุพกรรมหรือกรรมที่ทำในกาลก่อนที่ส่งให้มาเกิดในจาตุมหาราชิกาภูมิคือเมื่อเป็นมนุษย์ เป็นผู้มีศีล ชอบทำความดี สันโดษ ยินดีแต่ของๆ ตน ชักชวนให้ผู้อื่นประกอบการกุศล ชอบให้ทาน ในการให้ทานนั้นก็เป็นผู้มีความหวังให้ทาน มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน มุ่งการสั่งสมให้ทาน ให้ทานด้วยความคิดว่า “เราตายแล้วจะได้เสวยผลแห่งทานนี้” 

ตาวติงสาภูมิ (สวรรค์ชั้นที่ 2) หรือที่เรียกว่าไตรตรึงษ์หรือดาวดึงส์ เป็นเมืองใหญ่มี 1,000 ประตู มีพระเกตุจุฬามณีเจดีย์ มีไม้ทิพย์ชื่อปาริชาตกัลปพฤกษ์ สมเด็จพระอมรินทราธิราชเป็นผู้ปกครอง เทวดาในตาวติงสาภูมินี้มีอายุ 1,000 ปีทิพย์ (36 ล้านปีมนุษย์) บุพกรรมคือเมื่อเป็นมนุษย์มีจิตบริสุทธิ์ งดงามด้วยการรักษาศีล ไม่ดูหมิ่นดูแคลนผู้ใหญ่ในตระกูล ยินดีในการบริจาคทาน ในการให้ทาน เป็นผู้ไม่มีความหวังให้ทาน ไม่มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ ไม่มุ่งการสั่งสมให้ทาน ไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า “ตายแล้วเราจักได้เสวยผลทานนี้” แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า “การให้ทานเป็นการกระทำดี” 

ยามาภูมิ (สวรรค์ชั้นที่ 3) เป็นที่อยู่ของเทพยดาผู้มีความสุขอันเป็นทิพย์ มีท้าวสุยามเทวราชเป็นผู้ปกครอง อายุของเทวดาในยามาภูมิคือ 2,000 ปีทิพย์ (144 ล้านปีมนุษย์) บุพกรรมที่ส่งให้มาเกิดในยามาภูมิคือเมื่อเป็นมนุษย์มีจิตบริสุทธิ์ รักษาศีล มีจิตขวนขวายในพระธรรม ทำความดีด้วยใจจริง พยายามสร้างเสบียง ไม่หวั่นไหวในการบำเพ็ญบุญกุศล ในการให้ทาน เป็นผู้ไม่มีความหวังให้ทาน ไม่มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน ไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า “การให้ทานเป็นการกระทำที่ดี” แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า “บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยายเคยทำมาเราก็ไม่ควรทำให้เสียประเพณี” 

ดุสิตาภูมิ (สวรรค์ชั้นที่ 4) เป็นที่อยู่ของเทพเจ้าผู้มีความยินดีแช่มชื่นเป็นนิจ มีท้าวสันดุสิตเทวราชปกครอง เทวดาในดุสิตาภูมิมีอายุ 4,000 ปีทิพย์ (576 ล้านปีมนุษย์) ผู้ที่มาอุบัติในดุสิตาภูมิ เมื่อครั้งเป็นมนุษย์เป็นผู้มีจิตบริสุทธิ์ เป็นผู้ทรงศีล ทรงธรรม ชอบฟังพระธรรมเทศนาหรือเป็นพระโพธิสัตว์ผู้รู้ธรรมมาก ยินดีมากในการบริจาคทาน ในการให้ทาน เป็นผู้ไม่มีความหวังให้ทาน ไม่มีจิตผูกพักในผลแห่งทานแล้วค่อยให้ทาน ไม่มุ่งสั่งสมการให้ทาน ไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า “บิดา มารดา บรรพบุรุษเคยให้เคยทำกันมา เราไม่ควรทำให้เสียประเพณี” แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า “เราหุงหากิน แต่สมณะหรือพราหมณ์ทั้งหลายไม่ได้หุงหากิน เราหุงหากินได้ จะไม่ให้ทานแก่สมณะหรือพราหมณ์ผู้ไม่หุงหากิน ย่อมเป็นการไม่สมควร” 

นิมมานรตีภูมิ (สวรรค์ชั้นที่ 5) เป็นที่อยู่ของเทพเจ้าผู้ยินดีในกามคุณอารมณ์ ซึ่งเนรมิตขึ้นมาตามความพอใจ มีท้าวสุนิมมิตเทวราชปกครอง เทพในสวรรค์ชั้นนิมมานรตีมีอายุ 8,000 ปีทิพย์ (2,304 ล้านปีมนุษย์) ผู้ที่มาจุติในสวรรค์ชั้นนี้ครั้งยังเป็นมนุษย์มีจิตบริสุทธิ์ ประพฤติธรรมสม่ำเสมอ รักษาศีลไม่ให้ขาดได้ มีใจสมบูรณ์ด้วยศีล ยินดียิ่งในการบริจาคทาน ในการให้ทานเป็นผู้ไม่มีความหวังให้ทาน ไม่มีจิตใจผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ ไม่มุ่งการสั่งสมให้ทาน ไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า “เราหุงหากินได้ แต่สมณะหรือพราหมณ์ทั้งหลายไม่ได้หุงหากิน เราหุงหากินได้ จะไม่ให้ทานแก่สมณะหรือพราหมณ์ผู้ไม่หุงหากิน ย่อมเป็นการไม่สมควร” แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า “เราจักจำแนกแจกทานเช่นเดียวกับฤาษีทั้งหลายในกาลก่อน” เพราะผลวิบากแห่งทานและศีลอันสูงเท่านั้น จึงอุบัติเกิดในสวรรค์ชั้นนี้ได้

ปรนิมมิตวสวัตตีภูมิ (สวรรค์ชั้นที่ 6) ...แค่ชื่อผมก็เรียกไม่ค่อยถูกแล้ว ต้องออกเสียงทีละพยางค์ช้าๆ สววรค์ชั้นนี้เป็นที่อยู่ของเทพเจ้าซึ่งเสวยกามคุณอารมณ์ แบ่งเป็น ฝ่ายเทพยดา มีท้าวปรนิมมิตเทวราชปกครอง กับ ฝ่ายมาร มีท้าวปรนิมมิตวสวัตตีมาราธิราชเป็นผู้ปกครอง เทพเจ้าในสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตตีมีอายุ 16,000 ปีทิพย์ (9,216 ปีมนุษย์) ผู้ที่มาอุบัติในภูมินี้เมื่อครั้งเป็นมนุษย์มีจิตบริสุทธิ์ อุตส่าห์ก่อสร้างกองการกุศลให้ยิ่งใหญ่อุกฤษฎ์ อบรมจิตใจสูงส่งไปด้วยคุณธรรม เมื่อให้ทานรักษาศีลก็บำเพ็ญกันอย่างจริงจัง มากไปด้วยศรัทธาปสาทะอย่างยิ่งยวดและถูกต้อง ในการให้ทาน เป็นผู้ไม่มีความหวังให้ทาน ไม่มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน ไม่มุ่งการสั่งสมให้ทาน ไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า “เราจักเป็นผู้จำแนกแจกทาน เช่นเดียวกันฤาษีทั้งหลายในกาลก่อน” แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า “เมื่อเราให้ทานอย่างนี้ จิตของเราจะเลื่อมใส จะเกิดความปลื้มใจและโสมนัส” 

คิดแล้วไม่อยากเกิดเป็นเทวดาเลย ชีวิตมันนานเกินไป แถมเสวยแต่กามคุณอารมณ์ฝ่ายเดียว มากเกินไปเดี๋ยวกามตายด้านอีก

          ในพระสูตรบอกไว้ว่าโลกเบื้องกลางที่ประกอบด้วยโลกมนุษย์ 1 และเทวภูมิ 6 นี้แต่ละชั้นตั้งอยู่ห่างกัน 42,000 โยชน์

          แล้ว 1 โยชน์ในมันยาวแค่ไหนหละ

          ดูมาตรวัดระยะข้างล่างนี้ แล้วลองคูณเอาเองนะครับว่า 1 โยชน์นั้นยาวแค่ไหน

          12 นิ้ว  = 1 คืบ

          2 คืบ   = 1 ศอก

          4 ศอก = 1 วา (2 เมตร)

          20 วา   = 1 เส้น (40 เมตร)

          40 เส้น = 1 ไมล์ (1.609 กิโลเมตร)

          400 เส้น = 1 โยชน์ (16.09 กิโลเมตร) 

 

          เอ็นทรีหน้าผมจะเขียนถึงโลกเบื้องสูงที่ประกอบด้วยรูปพรหม 16 ภูมิ และอรูปพรหม 4 ภูมิ

          เจอกันครับ

โดย SutinTan

 

กลับไปที่ www.oknation.net