วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เลิิกทำนาดำให้ปวดหลัง มาทำนาโยนกล้ากันดีกว่า


ย่างเข้าฤดูทำนาชาวนาสมัครเล่นอย่างผมก็ต้องปลูกข้าวกับเขาเหมือนกัน แต่ชาวนาอย่างผมเพื่อนๆ มันเรียกชาวนาพอกะเทิน คือ ทำเป็นทุกอย่างแต่ไม่ได้เรื่องซักอย่างว่าไปก็คงคล้ายๆ

ท่านเป็ดเลิม จะพูดอังกฤษก็ได้แค่ so what ส่วนไอ้ตัวผมก็คงคล้ายๆกัน ปัญหาหลักของผมใน
เรื่องทำนาก็คือการดำนา ถามว่าดำเป็นไหม ก็แค่พอดำได้ แต่จะก้มลงไปดำแต่ละที่ ไอ้พุง
กะทิมันก็ค้ำไว้ เขาดำกันไปไกลแล้ว ผมยังไปไม่ถึงไหนเลยแถมปวดหลังสุดๆ ครั่นจะทำนา
หว่านผมก็ไม่ชอบเพราะหญ้าจะเยอะมาก จนไม่รู้ว่าต้นไหนข้าวต้นไหนหญ้าแถมพอเอาข้าวไปสีก็มีเมล็ดหญ้าปนมาด้วย แต่พอจะจ้างเขาดำก็แพงเหลือหลาย ปีนี้ที่บ้านผมจ้างดำนาปาเข้าไปไม่ต่ำกว่าวันละ 250 บาท ยังไม่รวมหารถไปรับ-ส่ง อาหารเที่ยงถ้าไม่อร่อยถูกบ่นอีก 
ถ้ามีหลายคนจ้างเท่ากัน คราวนี้มาวัดกันที่ออฟชั่น ว่าใครมีเครื่องดื่มชูกำลังระหว่างพัก หรือเหล้ายาปลาปิ้งเมื่อแล้วเสร็จ แต่ใช่ว่ามีเงินจะหาแรงงานได้เพราะเดี๋ยวนี้ชาวนาลงแขกกันน้อยมาก ทำให้เกิดการแย่งแรงงานกัน จนบ้างที่ได้ข่าวว่าจ้างกันเกือบจะถึงวันละ 300 บาทกันแล้ว จนผมเกือบจะให้เขาเช่าทำนาแล้วแบ่งข้าวเขากันไปแล้ว แต่วันหนึ่งผมดูข่าวพระราชสำนัก ได้เห็นสมเด็จพระเทพฯ ได้ทรงโยนกล้า ทำให้ชิวิตชาวนาของผมที่กำลังจะสิ้นสุดลงพบกับแสงสว่างอีกครั้งหนึ่ง  ยิ่งเมื่อผมได้ไปหาข้อมูลเพิ่มผมยิ่งมั่นใจว่า การทำนาโยนกล้าจะเป็นทางออกของชาวนาไทยที่จะหวังพึ่งตัวเองให้ได้มากที่สุด 


แล้วไอ้นาโยนกล้าคืออะไร อธิบายง่ายๆ คือ การทำนาโดยการโยนกล้าแทนการปักดำโดยการเพาะกล้าในถาดเพาะ แล้วนาโยนกล้ามันดีกว่านาดำอย่างไร อย่างแรกคือต้นกล้าตั้งตัวได้เร็วกว่าเนื่องด้วยต้นกล้าอยู่ในหลุมเพาะเมื่อถอนออกมารากไม่ได้การกระทบกระเทือนมาก อีกทั้งกล้าที่ใช้อายุน้อยประมาณ 15 วัน ทำให้ตั้งตัวได้เร็วและแตกกอมากทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้น ส่วนการทำนาดำ กว่าจะนำกล้าไปดำ ต้นกล้าก็ผ่านการถอน-แตะ-ทุบ-มัด-ตัด กว่าจะนำมาดำ ก็เล่นเอาพระแม่โพสพงอมพระรามกว่าจะตั้งหลักได้ผ่านไปเป็นอาทิตย์ อย่างที่สอง คือเรื่องแรงงาน การทำนาดำใช้แรงงานมากตั้งแต่การถอนกล้าไปจนถึงดำนา ส่วนการทำนาโยนกล้าคนหนึ่งสามารถทำคนเดียวสามารถโยนกล้าได้ 4-5ไร่ได้อย่างสบายๆ แก้ปัญหาปวดหลังกับหาแรงงานได้ชงักนัก

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมามีการอบรมเชิงปฏิบัตงานการทำนาโยนกล้าจัดโดยพันธมิตร อ.ชุมแพ-ภูเขียว โดยได้รับเกียรติจาก อ.เชาว์วัช หนูทอง ปรมาจารย์นาโยนกล้าจาก เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษ ละโว้ธานี มาเป็นวิทยากร



ขั้นตอนการเพาะกล้าเริ่มจาก -โรยดินลงครึ่งหลม -โรยเมล็ดพันธ์ุข้าว 3-4 เมล็ดต่อหลุม 
-โรยดินทับให้เสมอปากหลุม -นำถาดเพาะไปเรียง -คลุมด้วยกระสอบหรือซาแลนป้องกันดินกระเด็นเมื่อรดน้ำและรักษาความชื้น - รดน้ำเช้าเย็น จนอายุประมาณ 15 วัน

เมื่อต้นกล้างอกประมาณ 3-4 วัน เอากระสอบหรือซาแลนออก






สำหรับเกษตรกรที่มีนาเยอะๆ สามารถหาซื้อเครื่องหยอดดินและเมล็ดได้ 

แต่ผมแนะนำให้รวมกันหลายๆคนซื้อจะคุ้มกว่า โดยเฉพาะภาคอีสานที่เราทำนาแค่ปีละครั้ง




เมื่อกล้าอายุประมาณ 15 วัน ถอนกล้าออกจากถาดเพาะนำไปใส่ในถุงปุ๋ยเพื่อสะดวกแก่การเคลื่อนย้าย เสร็จแล้วก็นำไปโยน การเตรียมแปลงให้เตรียมเหมือนนาดำทั่วไป แต่ให้มีน้ำในนาแค่พอขลุกขลิก


โยนกล้าให้สูงเหนือหัว


เนื่องด้วยต้นกล้ามีดินและราก เมื่อโยนขึ้นสูง รากก็จะลงดินเหมือนเดิม


ต้นกล้าจะหล่นกระจายความห่างอย่างเหมาะสม

เมื่อต้นกล้าอายุ 3-4 วันก็สามารถไขน้ำเข้านาได้ ส่วนที่เหลือก็จัดการเหมือนการทำนาทั่วไป


โดย nuphong26

 

กลับไปที่ www.oknation.net