วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

4 ปัจจัยโลกร้อนเมืองหาดใหญ่ กลุ่มเสี่ยงและคนชายขอบ



การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ หรือภาวะโลกร้อนที่เรารู้กันในปัจจุบัน ถูกพูดกันมาก แต่ถ้าจะดูว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดภาวะโลกร้อนได้นั้น เราพิจารณาจากสิ่งใดได้บ้าง


เมืองหาดใหญ่ได้มีการสำรวจข้อมูล พยายามรับมือกับความเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศดังกล่าว เราพิจารณาจาก


 

1.ปริมาณน้ำฝน จากข้อมูลของนักวิชาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สรุปได้ว่า สูงขึ้นจำนวนวัน ไม่แตกต่างกัน โดยฝนตกในเดือน พย. มากที่สุด

- ช่วงพย-ธค.สิบปีหลัง ปริมาณฝนต่อวันมีมากขึ้น

แนวโน้มอนาคต

- โมเดล 1 หากไม่มีการแก้ปัญหาใดๆ ค่าเฉลี่ยต่อปีย้อนหลัง 1980-2009 ปริมาณน้ำฝน 2500-3500 มม./ปี การประมวลผลพบจะเปลี่ยนแปลงในอีก 60 ปีข้างหน้า คือปี 2070-2099 ปริมาณฝนจะตกประมาณ 3500 มม./ปี

 โมเดล 2 หากมีการรับมือจะไม่เปลี่บนแปลงมาก


2.อุณหภูมิ พบว่าต่ำสุด เฉลี่ยทั้งปี ปี 23-53 อุณหภูมิเพียง 23 องศา สูงสุด เฉลี่ย 33 องศา

อนาคต 30 ปีข้างหน้า พื้นที่ทะเลสาบตอนบน อุ่นขึ้น อากาศร้อนขึ้นจากทางตะวันตกของสงขลา อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 38-40 องศา แต่อีก 90 ปี จะสูงถึง 40-42 องศา คือปี 2070-2099

หากอุณหภูมิตรงแกนกลางโลกเพิ่มขึ้น 1 องศา จะทำให้อุณหภูมิที่ขั้วโลกเพิ่มขึ้น 15 องศา


3.ระดับน้ำทะเล วัดจากทะเลอ่าวไทยและในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา


4.มรสุม/พายุ สงขลามี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน และฤดูฝน น้ำท่วมได้เกิดจาก 3 สาเหตุได้แก่ 1.ช่วงพค.-กพ. ฝนมาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ช่วงพค.-ตค.ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพักมาจากอ่าวไทย ช่วง ตค.-ธค.2.หย่อมความกดอากาศต่ำ และพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งโอกาสมีน้อย

ที่แน่ๆ ปี 52 ปริมาณน้ำฝนต่อวันสูงที่สุดในรอบ 30 ปี

 


เมื่อเร็วๆนี้ เราได้นำตัวแทนชุมชนมาระดมสมองค้นหาความรู้จากประสบการณ์ตรงของชาวบ้าน พบข้อมูลน่าสนใจดังนี้


การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ

อดีต (ย้อนหลัง 30 ปี)

- ฤดูร้อนช่วงเดือน มี.ค. – พ.ค. เวลาเดินกลางทุ่งเรายังรู้สึกได้ว่ายังเย็นสบาย มีลมพัด มีต้นไม้เยอะ บ้านเรือนไม่หนาแน่น อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 25 องศาเซลเซียส ร้อนมากก็ไปชายคลองกระโดดน้ำก็เย็นชื่นใจแล้ว

- อากาศเย็น พ.ย. – ก.พ. จากอิทธิพลฝนตก เย็นเฉพาะช่วงกลางคืน ความชื้นมาก (ไม่ใช่หนาว)

- ส.ค. – ก.ย. ฝนทิ้งช่วง ร้อน ฝนตก

- สวนยางมีไม่มาก ป่าธรรมชาติจะมาก การผลัดใบของยางพารา (มี.ค.) ต้องหยุดกรีดยาง

- ฝนตกตามฤดูกาล มีน้ำตลอดปี


ปัจจุบัน

- ฤดูร้อน ก.พ. – พ.ค. ร้อนยาวนานขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น (42 องศาเซลเซียส)

- อากาศร้อนมากกว่าเดิม

- ส่งผลให้ยางผลัดใบเร็วขึ้น โดยผลัดใบเดือน ก.พ. และหลังจากยอดอ่อนออก ฝนตกเดือน เม.ย. ก็จะผลัดใบอีกครั้ง

- ฤดูแล้งน้ำแห้ง น้ำผิวดินลึกขึ้น น้ำหลากเร็วแห้งเร็ว คลองเล็กลง (จากคลองเป็นคู-ที่อยู่อาศัย)


อนาคต (30 ปีข้างหน้า)

- คาดว่าอุณหภูมิสูงขึ้น 45 องศาเซลเซียส ช่วงระยะเวลาร้อนยาวนานขึ้น ร้อนทั้งปี (ถ้าสิ่งแวดล้อมยังถูกทำลาย อุตสาหกรรมมากขึ้น)

- ชั่วโมงร้อนต่อวันยาวขึ้น โดยเฉพาะกลางวัน

- คาดว่ายางจะผลัดใบนาน ซ้ำซ้อน หลายครั้ง

- คาดว่าจะมีการแย่งชิงน้ำ พื้นที่เกษตรลดลง ชุมชนหนาแน่นขึ้น อุตสาหกรรมมากขึ้น





ปริมาณน้ำฝน

 อดีต

- ฝนตกหนักช่วง พย.(20 พย.-5 ธค.) ช่วงมค.-กพ.ยังมีฝนตก ช่วง พค. ปลาวางไข่ น้ำเต็มคลอง

- ปี 07 น้ำท่วมเท่ากับปี 43 น้ำท่วม ปี48 ฝนตกหนัก บวกกับเป็นช่วงเวลาข้างขึ้น น้ำทะเลหนุน

- ฝนมากับมรสุม “เดือน 6 ฝนพรัด เดือน 8 ฝนพรรษา”

- ในลำคลองจะมีสายเตราะ(คลองสาขา) มีปลาชุกชุม

- การปลูกป่าเป็นแบบผสมผสาน


 ปัจจุบัน

- มค.-กพ. ฝนไม่ตก

- ฝนตกเร็ว แรง ไม่มีพื้นที่เก็บซับน้ำ ทำให้น้ำไหลเร็ว แรง อันเนื่องมาจากป่าถูกทำลาย การปลูกพืชเชิงเดี่ยว และโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมทำให้การไหลของน้ำเปลี่ยนแปลง

- ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ทุกวันนี้ฝนมากับพายุ

- ตัวชี้วัดตามธรรมชาติไม่สามารถวัดได้เหมือนเดิมอีกต่อไป

 อนาคต

- น่าจะมีน้ำท่วม ปีละ 2 ครั้ง


 ตัวชี้วัดน้ำท่วมตามธรรมชาติ

- อยู่ในช่วงเวลาข้างขึ้น

- ระดับของน้ำในคลองบริเวณปลายน้ำ น้ำจะนิ่ง แสดงว่าอยู่ในภาวะน้ำทะเลหนุน บางพื้นที่มีการใช้กระบอกน้ำวัดปริมาณน้ำฝน

- วัดจากช่วงเวลาหญ้าคาออกดอก

- ดอกขี้ไก่ออกดอก

- ลูกตาตุ่มออกดอก

- ระดับความสูงของในการอยู่ของหอยโขง

- ปริมาณน้ำฝน

- น้ำในคลองอู่ตะเภา







อ.หาดใหญ่


ลักษณะการเกิดน้ำท่วมและสาเหตุ

- ทุ่งลุง เตือนภัยน้ำท่วมดูน้ำในคลองตง(คลองสาขา) เป็นจุดแรกที่ปะทะน้ำ ทำให้บ้านเรือนที่สร้างไม่แข็งแรงถูกน้ำซัดพัง น้ำไหลเร็ว แรง ไม่สามารถสัญจรหรือขนส่งเสบียงอาหารได้


- ปักธง เทศบาลคอหงส์ เฝ้าระวังน้ำจากเขาคอหงส์ ช่วงเวลาน้ำท่วม น้ำมาเร็ว ไม่มีพื้นที่เก็บน้ำ เนื่องจากมีการถมที่ทำโรงงาน อาคาร หน่วยงานสาธารณภัยไม่พร้อม


- คลองหวะ แก้มลิงธรรมชาติถูกม.หาดใหญ่สร้างอาคารที่เรียน ที่พัก ถนนขวางทางน้ำ ไม่ควบคุมการสร้างบ้าน/อาคาร ขวางทางน้ำ น้ำท่วมขัง 2-3 วัน


- หาดใหญ่ น้ำท่วมขังจากระดับความสูงของถนน/อาคารไม่เท่ากัน เครื่องสูบน้ำไม่พอ ทุกวันนี้มีพนังกั้นน้ำจากคลองอู่ตะเภา น้ำจะท่วมได้ก็มาจากน้ำฝนที่ตกแช่เท่านั้น


- คลองแห เป็นพื้นที่ทางน้ำผ่าน ม.1 สะพานดำเป็นกลุ่มเสี่ยง ไม่มีทางระบายน้ำ บ้านจัดสรรมีมาก

น้ำจากการสูบน้ำในหาดใหญ่ไหลผ่าน


- ม.4 น้ำน้อย น้ำไหลจากคอหงส์ ระบายไม่ทัน


- คูเต่า ม.1,2,3,4,6,7 อยู่ริมทะเลสาบ ที่ต่ำ รับน้ำจากต้นน้ำมาบวกน้ำทะเลหนุน ทำให้เกิดน้ำท่วมแช่ ขัง นาน บางครั้งนาน 1 เดือน-2 เดือน บวกกับการลอกคลอง ตรงกลางไม่ได้ลอก น้ำทะเลตื้น น้ำท่วมง่าย เพราะมีน้ำตุ้นทุนอยู่แล้ว และเป็นพื้นที่ประสบเหตุน้ำท่วมหลังพื้นที่อื่นทำให้ได้รับความช่วยเหลือไม่ถึง งบประมาณหมด เรือไปช่วยก็เกิดความเสียหาย หญ้าตาย/ดินเสียจากสารเคมีลงไปทับถม





ต.คูเต่า ปลายน้ำ รองรับทุกอย่าง


การปรับตัวและรับมือกับน้ำท่วม

ต.คูเต่า ชุมชนช่วยกันเอง ใช้เรือประมง(เรือหางยาว)ที่มีอยู่แทบทุกครัวเรือนไปซื้ออาหาร บวกกับผู้นำขอความช่วยเหลือ ไปทางมอ./อำเภอ/จังหวัด 

มีทุนเดิมได้แก่ เรือหางยาว อุปกรณ์หาปลา 

นอกจากนั้นก็มีการเตรียมอาหารแห้งในครัวเรือน เช่น ข้าวสาร อพยพสัตว์เลี้ยงไปที่สูง ซื้ออาหารสัตว์โดยเฉพาะหญ้าแห้ง แก้ปัญหาโรคจากน้ำเสียจากการท่วมขังคือไม่ลงไปในน้ำ เตรียมยารักษาอาการคัน

กลุ่มเสี่ยง ประชากรทุกช่วงวัย 2,000 กว่าครัวเรือน 12,000 กว่าคน


ต.ทุ่งลุง ขนย้ายคนชรา เด็ก ผู้พิการ ไปโรงเรียน เทศบาลช่วยเหลืออาหาร ชุมชนทำเพิง ไว้มุ้ง เชือกขนาดใหญ่ ไฟฉาย ขนย้ายรถไปไว้ที่สูง อยากได้เรือหางยาวไว้ช่วยเหลือส่งอาหารในขณะน้ำท่วมเพราะน้ำไหลเร็ว


ต.คลองแห อดีตเคยมีเครือข่ายเตือนภัย โดยใช้วิทยุมือถือ มีวัดเป็นศูนย์กลาง ให้ชุมชนช่วยกันเอง จะดีกว่าให้ท้องถิ่นดำเนินการ เพราะท้องถิ่นมักคำนึงถึงฐานเสียงของนักการเมือง


คลองหวะ มีการเตือนภัย ด้วยเสียงตามสาย อพยพขึ้นที่สูง 

พื้นที่เสี่ยง ได้แก่ ม.ฉัตรทอง/ม.นพเก้า(น้ำท่วมนาน)


ปักธง สร้างเครือข่ายเตือนภัยทางมือถือตั้งแต่ต้นน้ำ มีการเปิดเสียงตามสายเตือนภัย/ประกาศความต้องการความช่วยเหลือ และเตรียมตัวอพยพ หาข้าวสาร อาหารแห้ง หาอุปกรณ์/เครื่องใช้ในครัวเรือนที่ใช้ในขณะน้ำท่วม

เสนอให้แก้เชิงนโยบาย การบุกรุกคลอง การถมที่สร้างที่อยู่อาศัย ให้มีกองทุนช่วยเหลือน้ำท่วมจากเงินเสียค่าปรับการรุกล้ำคลอง (บโชติวัฒน์)



ข้อเสนออื่นๆ

จัดทำแผนป้องกันภัยของชุมชน ประกอบด้วยการหาจุดอพยพ ระบบการเตือนภัย ชุดอุปกรณ์กู้ภัย ทีมกู้ภัย(อพปร.) เป็นแผนก่อน/ขณะเกิด/หลังเกิด


ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ใช้ชุมชนเป็นแกนนำ ประสานและหนุนเสริมด้วยรัฐ ท้องถิ่น





วัวควาย ขาดหญ้าประทังชีวิต

น้ำท่วม สัตว์เลี้ยงถูกอพยพมาบนถนน

แก๊สชีวภาพ


น้ำหมัก จุลินทรีย์ก้อน

โดย นายชาคริต

 

กลับไปที่ www.oknation.net