วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ระเบียบชุมชนบ้านทุ่งนนท์ เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข แมว และลิง : เรื่องหมาๆ ที่ไม่ได้หมา



ครั้งหนึ่งผมเคยหัวเราะเมื่อมีคนเสนอปัญหาสุนัขเร่ร่อนในชุมชนว่าเป็นปัญหาที่ควรแก่การตระหนักและหาทางแก้อย่างเร่งด่วน


จึงเห็นควรบรรจุไว้ในแผนชุมชน


 

ผมยอมรับครับว่า...คิดผิดไปถนัดใจ


ในเวลาต่อมา ผมได้ประจักษ์ชัดแล้วว่านี่เป็นหนึ่งในปัญหาที่ถูกมองข้ามอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดการหมักหมมทับถม กระทั่งว่าสะสมทวีความรุนแรงมากขึ้น



คุณเคยถูกสุนัขไล่กัดขณะขับรถหรือไม่?


ในชุมชนของคุณมีคนถูกสุนัขบ้ากัดตายหรือไม่?


ในวัดของคุณมีหมา แมว จรจัดเข้ามาอยู่จนกระทั่งเป็นภาระหนักอึ้งของวัดและพระหรือไม่?


เวลาจะจัดการหมาบ้า หน้าที่กำจัดหมา หน้าที่ใคร...แล้วใครบ้างที่อยากทำบาป?


นี่คือตัวอย่างง่ายๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และถูกมองข้าม ผมคงไม่ต้องรอคำตอบจากใครก็พอจะเดากันได้ใช่ไหมครับ

 

ในวันนี้ที่ตำบลโคกม่วง หมู่ 2 บ้านทุ่งนนท์ อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา มีการยกระดับปัญหาดังกล่าวขึ้นมาเป็นวาระของชุมชน จัดทำระเบียบชุมชนเพื่อที่จะแก้ปัญหาที่เกิด


พวกเขาเรียกว่า ระเบียบชุมชนบ้านทุ่งนนท์ เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข แมว และลิงฉบับที่ 1 พศ.2553



ชวนสงสัยใช่ไหมครับว่าทำไม? ชุมชนแห่งนี้จึงจำเพาะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ย้อนหลังไปเมื่อปี 2547 ในพื้นที่มีการตั้งกองทุนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เป็นแห่งแรกใน 7 จังหวัดภาคใต้ และมีการฉีดวัคซีนปีละ 50,000 บาท ในพื้นที่ 9 หมู่บ้าน ซึ่งมีการสำรวจ พบว่า มีสุนัขและแมวมากถึง 1,800 ตัว แต่ก็สามารถจับมาฉีดวัคซีนได้เพียง 900 ตัว


คำถามก็คือ แล้วอีก 900 ตัวที่เหลือล่ะ ไปอยู่ที่ไหน?


คำตอบก็คือ อยู่ที่ไหนก็ไม่สำคัญ เท่ากับว่า ปีที่ผ่านมา มีคนเสียชีวิตเพราะโรคพิษสุนัขบ้า 2 ราย


เมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้ จึงได้มีการสร้างนักวิจัยชุมชนขึ้นมา ใช้เวลาศึกษาโดยชุมชนเอง 2 ปี สำรวจครัวเรือน โดยมี ม.2เป็นจุดนำร่อง พบว่าใน 180 ครัวเรือน มีสุนัข 189 ตัว ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 154 ตัว และมีแมว 59 ตัว ฉีดวัคซีนแล้ว 38 ตัว


และพบอีกว่าในรอบปี มีคนที่ถูกสุนัข แมว ไล่กัด หรือไล่ข่วนมี 28 คน ถูกสุนัขไล่ขณะสัญจร 91 คน เป็นจำนวน 179 ครั้ง ในจำนวนนี้เกิดจากสุนัขที่มีเจ้าของถึง 69 ครั้ง ทำให้เกิดความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านถึง 13 คน


จะเห็นได้ว่า นี่มิใช่แค่ปัญหาส่วนบุคคลแล้ว หากกระทบไปถึงความสัมพันธ์ของคนในชุมชน


แล้วคุณรู้จักโรคพิษสุนัขบ้าไหมครับ? คุณรู้หรือไม่ว่า โรคชนิดนี้มิได้เกิดมาจากพาหะคือสุนัขเท่านั้น หากเกิดได้จาก แมว ลิง และแม้กระทั่งวัว



พวกเขาได้ทำการศึกษา มีการร่างระเบียบ ลงพื้นที่รับฟังความเห็น จัดกระบวนการมีส่วนร่วม ใช้เวลาร่วม 2 ปีที่ว่า ผมเองมีส่วนไปร่วมบ้างเป็นบางครั้ง โดยมีสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเป็นแม่งานช่วยสนับสนุนกระบวนการและงบประมาณ


ร่างระเบียบดังกล่าว มีขึ้นเพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาพความเป็นอยู่ ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน ป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญอันตรายที่เกิดจากสุนัข แมว และลิง รวมถึงอันตรายจากโรคพิษสุนัขบ้า


ทั้งนี้ได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พศ.2535 ที่มีบทบัญญัติเอื้อให้กระทำการดังกล่าว


สาระของระเบียบที่ว่า จะให้มีการลงทะเบียนสุนัข แมว และลิง ควบคุมดูแล และจัดการกับสุนัข แมว ลิงเร่ร่อน เพื่อมิให้มากระทำอันตรายต่อมนุษย์ โดยเฉพาะสุนัขที่ต้องควบคุมพิเศษ เช่น สุนัขพันธุ์พิทบูลเทอเรีย บูลเทอเรีย สเตฟฟอร์ดเชอร์บูลเทอเรีย รอทไวเลอร์ ฟิล่าบราซิลเรียโร และบางแก้ว เป็นต้น





พิทบูลเทอเรีย


บางแก้ว


รอทไวเลอร์




ว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ การที่จะให้ชุมชนได้ร่วมกำหนดกติกาอะไรสักอย่าง แล้วเป็นกฏศักดิ์สิทธิ์ให้ทุกคนทำตาม ประเทศไทยเราเองใช้กฎหมายอย่างจริงจังหรือไม่อย่างไรเราก็รู้กันอยู่ รัฐธรรมนูญที่มีก็ฉีกกันแล้วไม่รู้กี่ฉบับ


การลุกขึ้นมาจัดการตนเองของชุมชนดังกล่าว อาจเป็นทางออกหนึ่ง ทางออกที่มิจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการทางกฏหมายอย่างรุนแรง บีบคั้น บังคับเชิงอำนาจเหมือนเช่นกฎหมายหลายๆฉบับ แต่มาตรการผ่านกติกาดังกล่าวนี้อาจเป็นทางเลือกใหม่ ในการสร้างช่องทางหรือมาตรการที่ทำให้ชุมชนได้หันหน้ากลับมาสร้างความสัมพันธ์กันใหม่ หลังจากที่ถูกสลายพลังไปด้วยอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่นหรือราชการเข้ามาเทคโอเวอร์


การกลับไปร่วมสร้างกติกา ก็เหมือนกลับไปสร้างพลังของชุมชนอีกครั้ง และไม่จำเป็นที่จะต้องอาศัยอำนาจจากกฏหมายหรือใครเป็นผู้กำหนด


หวนกลับไปสู่การออกระเบียบของการอยู่ร่วมกัน เป็นข้อตกลงที่ชุมชนได้ทำร่วมกัน และอาจเป็นส่วนหนึ่งของความล้มเหลวและสำเร็จ ที่จะต้องให้การสนับสนุน เพื่อสร้างบทเรียนและความรู้ในชุมชนที่น่าจับตามองต่อไป.


โดย นายชาคริต

 

กลับไปที่ www.oknation.net