วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เกล็ดเล็ก เกล็ดน้อย จากงานแต่งงาน


                     ก่อนอื่น ต้องขออนุญาต และขอบคุณน้องทั้งสองคน ที่เอื้อเฟื้อรูปถ่ายในงานแต่งงาน ที่ผมไปถ่ายมาเองกับมือ เพื่อนำเสนอมุมมอง เกล็ดเล็ก เกล็ดน้อย ที่หลายๆ คนคงเคยเห็นมาบ้างแล้ว ในงานแต่งงานทั่วๆ ไป บางอย่างก็ทราบที่มาที่ไป บางอย่างก็ไม่ทราบว่าทำไมเค้าต้องทำแบบนี้ด้วย 

                    อย่างแรกเลย เมื่อขบวนขันหมาก มาถึงบ้านเจ้าสาว เจ้าบ่าวจะต้องเจอกับด่านเก็บค่าผ่านทาง โดยทั่วๆ ไป ก็จะเป็นบรรดาญาติเจ้าสาวที่ตั้งด่านกัน มากบ้างน้อยบ้าง ต่างก็นำสร้อยทองมากั้น เป็นประตูเงินประตูทอง และการที่จะผ่านประตูเงินประตูทองไปได้ ก็ต้องมีค่าธรรมเนียม ที่ทางด้านเจ้าบ่าวจะต้องให้กับ เจ้าของประตู

สำหรับงานนี้ที่ผมเห็น ผมไม่เคยเจอประตูเงินประตูทองที่ไหนจะมากมายขนาดนี้ เรียกได้ว่า เจ้าบ่าวกระเป๋าเปียกเลย เพราะเปียกเหงื่อเจ้าบ่าวต้องล้วงหลายรอบ

 

จากหน้าประตูบ้าน ผ่านมาถึงลานบ้าน ก็ปาเข้าไป 5 - 6 ด่านเข้าไปแล้ว ยังไม่ถึงห้องเจ้าสาวเลย

เข้ามาในตัวบ้าน ยังต้องเจออีก จริงๆ เจ้าบ่าวน่าจะนัดกับเจ้าสาวที่หน้าบ้านเนอะ จะได้ไม่ต้องผ่านด่านเยอะ นี่เจ้าสาวอยู่ชั้นสอง ยังต้องผ่านอีกหลายด่านเลย

                โดยทั่วๆ ไป งานแต่งงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเจ้าพิธีไว้คอยดำเนินงานแต่งงานให้เป็นไปตามธรรมเนียมประเพณีที่ถูกต้อง และจะต้องเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ ครองคู่กันยาวนาน รักกันจนแก่เถ้า จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้

ผมชอบเจ้าพิธีคนนี้มาก เค้าจะมีคาถาอะไรไม่รู้ท่องยาวมาก รวมถึงข้อคิดในการครองชีวิตคู่มาท่องให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวฟัง ถ้าตั้งใจฟังดีๆ และนำไปปฏิบัติรับรองว่ารักกันจนแก่เถ้า ตายจากกันไปเลย

                       เรื่องสินสอดทองหมั้น สมัยนี้คู่บ่าวสาวส่วนใหญ่ ก็มักจะช่วยกันหามาให้เป็นไปตามธรรมเนียม "สิบหมื่น" เห็นจะเป็นจำนวนมาตรฐาน บวกกับทองรูปพรรณ ในพานสินสอด เค้าก็จะโรยด้วย กลีบดอกไม้ อาทิ ดอกดาวเรือง เพื่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง ดอกบานไม่รู้โรย เพื่อให้ความรัก ไม่มีโรยรา นอกจากนี้ยังโรยด้วยเมล็ดธัญพืช ถั่ว งา เพื่อให้เงินสินสอด งอกงาม เหมือนเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น

 นอกเหนือจากสินสอด ที่อยู่ในพานนั้นแล้ว พ่อ แม่ เจ้าบ่าว เจ้าสาว อาจจะนำเงินส่วนตัวใส่เพิ่มลงไปอีก เพื่อเป็นเงินสะสม สร้างเนื้อสร้างตัว สำหรับคู่บ่าวสาว เป็นการเพิ่มเติม

ดูจากสีหน้าเจ้าสาวแล้ว ดูจะพอใจกับสินสอด ที่อยู่ตรงหน้า รวมถึง สินสอดที่จะได้เพิ่มเติมจาก แม่ ทั้งสองคน พอเสร็จพิธีเรื่องสินสอดนี้แล้ว ก็ถึงเวลาที่แม่เจ้าสาวจะต้องแบกสินสอด ที่ประหนึ่งว่าจะเยอะ และหนักมากขึ้นบ่าแล้วแบก ขึ้นไปเก็บไว้ เป็นเคล็ดอย่างหนึ่ง หลายๆ งานที่ได้ไปร่วมก็จะสร้างความขบขันให้กับแขกที่มาร่วมงานแทบทุกครั้ง

และ shot เด็ด ที่จะขาดไม่ได้เลย กับงานแต่งงาน ก็คือ การสวมแหวนหมั้น ที่จะเป็นเครื่องบ่งบอก ว่า เรานั้นจะรักกัน เป็นของกันและกันตลอดไป

                    อีกหนึ่งพิธีที่จะต้องมีในงานแต่งงาน ก็คือ "การรับไหว้"

คู่บ่าวสาว ก็จะต้องแสดงความเคารพ และขอบคุณญาติผู้ใหญ่ที่มาในงานอันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ ว่าธรรมเนียมนี้ มีไว้เพื่ออะไร แต่ที่แน่ๆ ที่ผมเห็นก็คือ เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็จะได้ซองไว้ทำทุน สร้างเนื้อสร้างตัว

                    และที่เป็นจุดน่าสนใจของญาติ และแขกที่มาในงาน ที่มักจะนำมาพูดแซวคู่บ่าวสาว เกี่ยวกับอำนาจการบริหารครอบครัว ว่าใครจะมีอำนาจเหนือใคร ก็สังเกตกันตรงที่ การใส่บาตร การจับ ทัพพี ตักข้าว ก็มักจะถามว่าใครจับเหนือใคร

ถ้าผู้ที่จับเหนือมือ ของอีกฝ่ายหนึ่งก็จะเป็นผู้กุมอำนาจนั้นอยู่ในมือ แต่ผมว่า อันนี้ ไม่เป็นที่แน่ชัดนัก เพราะบางที ผู้หญิงจับเหนือผู้ชาย ก็ใช่ว่าจะมีอำนาจ ผมว่า ตามหลักความเป็นจริง น่าจะมองว่า การจะดำเนินชีวิตคู่นั้น จะต้องร่วมมือร่วมใจ ทำทุกสิ่งทุกอย่างร่วมกัน ด้วยความรักความสามัคคีมากกว่า

                   ที่เรียกน้ำตาของคู่บ่าวสาว มานักต่อนัก ก็ช่วง หลั่งน้ำพระพุทธมนต์ นี่แหละครับ บางคน เรียกว่า "รดน้ำสังข์" ก็จะโดนผู้ใหญ่บางท่านบอกว่าไม่ควร เรียกว่า "หลั่งน้ำพระพุทธมนต์" หรือ "หลั่งน้ำสังข์" อย่าใช้คำว่า "รด" ที่เรียกน้ำตาของคู่บ่าวสาวได้ ก็เนื่องมาจากระหว่างที่ หลั่งน้ำ ญาติผู้ใหญ่ ก็มักจะให้พร ชี้แนะเรื่องการครองคู่ ทำให้คู่บ่าวสาวเกิดความตื้นตัน จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่  

                   ข้ามไปที่ขั้นตอนสุดท้าย "พิธีส่งตัว" ก่อนที่จะส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาว ก็จะต้องมีการปูที่นอน โดยจะต้องให้ ญาติผู้ใหญ่ ที่ครองคู่กันยาวนาน มาเป็นผู้ปูให้

มีการโรยกลีบดอกไม้ และ นำเงินมาโรยไว้บนที่นอน และต้องนอนเป็นตัวอย่าง เพื่อเอาเคล็ดด้วย

และสุดท้าย คู่บ่าวสาว ก็ต้องนอนเอาฤกษ์ เอาชัยก่อน ผู้หลักผู้ใหญ่ ก็จะมาคอยให้โอวาทอีกครั้ง และบอกให้คู่บ่าวสาว นอน และพยายามหลับให้สนิท จะฝันด้วยก็ได้ เพราะพอคู่บ่าวสาว ลุกจากที่นอน เค้าก็จะมักจะถามว่า "ฝันเห็นอะไร" คู่บ่าวสาวก็ต้องตอบว่า "เห็นเงิน เห็นทอง เห็นสิ่งดีๆ ถูกหวย รวยทรัพย์" อะไรทำนองนี้ เพื่อเป็นเคล็ด

                    ยังมีอีกหลากหลายเคล็ด หลากหลายพิธีการ ที่อาจจะสอดแทรกเข้ามาในงานแต่งงาน นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เป็นประสบการณ์ที่ผมได้ประสบมา บางอย่างก็เป็นเหตุเป็นผล บางอย่าง ก็ไม่ทราบที่มาที่ไป แต่เชื่อว่าทุกอย่างที่ทำลงไป ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่จะทำให้ชีวิตคู่ประสบความสำเร็จ สมบูรณ์ อยู่กินกันอย่างมีความสุข และที่สำคัญ ที่จะขาดไม่ได้ก็คือ ความรัก ที่ทั้งสองจะต้องมีให้กันตลอดไป วันข้างหน้าหากมีปัญหา ก็ให้คิดถึงวันแต่งงาน เอาไว้ รับรอง ชีวิตคู่จะมีความสุขแน่นอน

                 ขอให้น้องทั้งสองมีความสุข สมหวัง รักกันตลอดไปครับ

โดย SHUTTERTD

 

กลับไปที่ www.oknation.net